ตร. เตือนร้านทองในพื้นที่เสี่ยงกว่า 100 แห่งทั่วกรุง ร่วมมือจัดทำแผนเผชิญเหตุปล้นทรัพย์

รองผบ.ตร. เผยร้านทองกว่า 100 ร้านในกรุงเทพฯอยู่ในพื้นที่เสี่ยงสีแดง กำชับจัดทำแผนเผชิญเหตุ ขีดเส้นให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่มีผู้ประกอบการบางส่วนไม่ให้ความร่วมมือ เตือนหากไม่ปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด อาจถูกเรียกเก็บเบี้ยประกันในอัตราที่สูงขึ้น หรือไม่ได้รับความคุ้มครองในกรณีเกิดเหตุปล้นทรัพย์

3 กุมภาพันธ์ 2569 - ที่ สน.พระโขนง พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองคำหนัก 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท จากร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านซอยสุขุมวิท 50 รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุและขยายผลอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดสามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่เชื่อว่าเป็นพาหนะที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุได้แล้ว พร้อมอยู่ระหว่างตรวจสอบตะขอทองที่ตกอยู่ในบริเวณจุดพบรถจักรยานยนต์ ว่าเป็นของกลางที่ถูกชิงไปจากร้านทองหรือไม่ ส่วนการออกหมายจับนั้น อยู่ในขั้นตอนการทำงานของพนักงานสืบสวน ซึ่งต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมก่อนดำเนินการตามกฎหมาย

รอง ผบ.ตร.เปิดเผยต่อว่า จากพฤติการณ์เบื้องต้น เชื่อว่าคนร้ายมีการวางแผนมาก่อนก่อเหตุ เนื่องจากพบข้อมูลว่ามีการเข้ามาดูลาดเลา พรางตัว และปกปิดใบหน้าอย่างมิดชิด โดยตำรวจยืนยันว่าไม่ได้ประเมินศักยภาพของผู้ก่อเหตุต่ำ และมั่นใจว่าการสืบสวนจะนำไปสู่การจับกุมตัวได้ในเร็ว ๆ นี้

ในส่วนมาตรการป้องกันเหตุชิงทอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการและเน้นย้ำไปยังหน่วยป้องกันและปราบปรามทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ของ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งมีร้านทองมากกว่า 1,000 ร้าน พบว่ามีอย่างน้อย 100 ร้าน จัดอยู่ในกลุ่มพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่สีแดง จึงได้กำชับให้จัดทำแผนเผชิญเหตุ ทั้งด้านการป้องกันก่อนเกิดเหตุ และการติดตามจับกุมหลังเกิดเหตุ โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 1–2 สัปดาห์

ขณะเดียวกัน ได้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการร้านทองและห้างสรรพสินค้าให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การจัดระบบรักษาความปลอดภัยภายในร้าน การเพิ่มทักษะของพนักงานรักษาความปลอดภัย การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ลูกกรงเหล็ก รวมถึงการปรับเพิ่มความคุ้มครองด้านประกันภัย ซึ่งมาตรการดังกล่าวอาจส่งผลต่อภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ แต่มีความจำเป็นต่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว

ตำรวจยอมรับว่า ยังมีผู้ประกอบการบางส่วนไม่ให้ความร่วมมือ โดยจะต้องมีการหารือร่วมกับหน่วยงานด้านประกันภัย เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง หากร้านทองใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการ อาจถูกเรียกเก็บเบี้ยประกันในอัตราที่สูงขึ้น หรืออาจไม่ได้รับความคุ้มครองในกรณีเกิดเหตุปล้นทรัพย์

รอง ผบ.ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะราคาทองคำที่ผันผวน ทำให้ร้านทองเป็นจุดอ่อนไหวต่อการก่ออาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงสั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันเหตุ และหากเกิดเหตุขึ้นต้องสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้โดยเร็ว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แม่บินกลับประเทศ ตามช่วยลูกสาว 14 ปี ถูกแม่เล้าวัย 18 ลวงค้ากาม ตร.บุกรวบ 4 ลูกค้าซื้อบริการ

พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.สุพจน์ ทองมาเอง, พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล สว.กก.2 บก.ปคม.ร่วมกันจับกุม น.ส.ปาริฉัตร อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 , น.ส.เจนจิราฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ,นายฐนัสพงษ์ฯ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ,นายดิเรกฯ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 และนายชาญชัยฯ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 5

ตร.สรุปเลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยทุกพื้นที่ ห้ามใช้อำนาจเอื้อทุกฝั่งการเมือง

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยเกาะติดสถานการณ์เลือกตั้งล่วงหน้าทั่วประเทศ ทุกพื้นที่เรียบร้อย ไม่ได้รับรายงานเหตุขัดข้องหรือปัญหาอุปสรรค

หนีที่ไหน! 'โจ๊ก' ปรากฏตัว ยันต่อสู้คดีถึงที่สุด จะได้กลับ สตช. หรือไม่แล้วแต่บุญวาสนา

"บิ๊กโจ๊ก" ปรากฎตัว ยันไม่หนีต่อสู้คดีถึงที่สุด ที่ไม่พูดเพราะเจ้าหน้าที่บิดเบือนกระบวนการยุติธรรม ฝากอย่าพยายามสร้างกระแสยังใช้ชีวิตปกติในกรุงเทพฯ มาเจอได้ที่คอร์ดเทนนิสฝึกซ้อมลงแข่งขันประเทศไทยรุ่น 55 ปี ส่วนจะได้กลับ สตช.หรือไม่เป็นเรื่องของบุญวาสนา

'บิ๊กโจ๊ก' ดิ้นต่อ! ส่งทนายพึ่งนายกฯ ให้กฤษฏีกาตีความ อำนาจสอบสินบนทอง

'ทนายบิ๊กโจ๊ก' ยื่นนายกฯ ช่วยส่งกฤษฎีกาตีความ ปมคดีสินบนทองคำ ใครมีอำนาจสอบ ปัดยื้อเวลา อ้าง กม.ระบุชัดตำรวจไม่มีอำนาจ

รถบรรทุกเลี้ยวเกี่ยวสายเคเบิล ดึงเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาด 70 ต้น ยาว 2 กม.

เมื่อเวลา 00.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู รับแจ้งเหตุมีรถบรรทุกพ่วงเกี่ยวสายไฟฟ้าจนทำให้มีเสาไฟฟ้าหักโค่นจำนวนมาก เหตุเกิดถนนสุขุมวิทขาออก มุ่งหน้าบางปู บริเวณสะพานทางเข้าชั่วคราวนิคมอุตสาหกรรมบางปู