ผบ.ตร.สั่งยกระดับรักษาความปลอดภัย พร้อมช่วยคนไทยกลับประเทศ

ผบ.ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย และร่วมช่วยเหลือดูแลรับคนไทยในตะวันออกกลางกลับประเทศ

1 มี.ค. 2569 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากเหตุสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการเร่งช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง โดยให้ทุกหน่วยพร้อมปฏิบัติการ 24 ชั่วโมงนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติขานรับนโยบาย โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการด่วนไปยังหน่วยต่าง ๆ เพื่อให้การป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดในทางอาญา การรักษาความสงบ เรียบร้อย ความมั่นคงในราชอาณาจักร และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ

ผบ.ตร.สั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญ และสถานที่ราชการ โดยประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างใกล้ชิด ติดตามสถานการณ์ และสืบสวนหาข่าวคนต่างด้าวที่อาจก่อเหตุ หรือกระทำความผิดกฎหมายที่จะส่งเชื่อมโยงกับเหตุการณ์หรือผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะประเทศเฝ้าระวัง และเพิ่มความเข้มในการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตามช่องทางเข้าออกตามแนวชายแดน ช่องทางธรรมชาติ ท่าข้ามต่าง ๆ รวมทั้งเตรียมมาตรการรองรับ ณ ท่าอากาศยาน ในกรณีมีการเดินทางรับคนไทยกลับเข้าประเทศไทย จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุและมาตรการรองรับความแออัดในพื้นที่ท่าอากาศยานในกรณีฉุกเฉิน โดยประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศไทยให้ตำรวจท่องเที่ยวช่วยเหลือแนะนำผ่ายสายด่วน 1155 และจัดล่ามแปลภาษารองรับการสื่อสาร

นอกจากนี้ ผบ.ตร.สั่งการให้ประสานข้อมูลข่าวสารกับต่างประเทศ ประเทศสมาชิก องค์การตำรวจสากล หน่วยตำรวจประเทศต้นทาง และใช้กลไกช่องทางกงสุล (ฝ่ายตำรวจ/ทูตฝ่ายตำรวจ) ในการประสานข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวังข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทางอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข้อมูล (Fake News) ซึ่งอาจก่อให้ความตื่นตระหนก การแพร่กระจายของความหวาดกลัวภัย หรือการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาหรือความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายและปิดกั้นข้อมูลที่ผิดกฎหมาย ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และให้ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟันวินัย-อาญา'ด.ต.'สภ.ปากเกร็ดพาพวกทำร้ายร่างกาย'ส.ต.อ.'คอนมาโดคาร้านคาราโอเกะ

ผู้การเมืองนนท์สั่งดำเนินการทางวินัย-อาญา 'ด.ต.'สภ.ปากเกร็ด พาพวกทำร้ายร่างกาย 'ส.ต.อ.'คอนมาโด คาร้านคาราโอเกะ สั่งย้ายขาดจากตำแหน่งเดิม

'บิ๊กราญ' สั่งล่าแก๊งแอปเงินกู้เถื่อนโยงคดีสลด 3 ศพ!

ผบ.ตร.สั่งเร่งจับกุมแก๊งแอปเงินกู้เถื่อน โยงคดีสลดแม่-ลูกเสียชีวิตย่านปทุมธานี เตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพ หลอกโอนเงินก่อนได้รับเงินกู้

หมดยุคฆ่าน้องฟ้องนาย! โฆษกตร. ชมแต่งตั้ง 'สีกากี' ไม่เห็นภาพ 'ทำลายกัน-ทำร้ายองค์กร' เหมือนอดีต

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สะท้อนภาพการแต่งตั้งตำรวจช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สปิริตหวนกลับคืนมาแล้ว

ตำรวจยันหมายแดงล่า 'บอส อยู่วิทยา' ยังอยู่ในฐานอินเตอร์โพลแต่ไม่เปิดเผย!

โฆษก ตร.ยันหมายแดง 'บอส อยู่วิทยา' ยังมีผลในฐานอินเตอร์โพล ยังคงสถานะบังคับใช้ แต่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะชน ชี้ยังไม่พบเดินทางกลับไทย

ตั้งกรรมการสอบ 'ร.ต.อ.หญิง' รับจ้างหิ้วกัญชาเข้าจีน

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยต้นสังกัดตั้งกรรมการสอบวินัย 'ร.ต.อ.หญิง' กรณีรับจ้างหิ้วสิ่งของซุกซ่อนกัญชาไปจีน หลังขยายผลขบวนการค้ายาโซเชียล พร้อมเตือนอย่ารับฝากสัมภาระของผู้อื่นออกนอกประเทศ

โผล่แล้ว 7 คดี แจ้งความผิดเลือกตั้ง

“โฆษก.ตร.” ลงพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง กำชับรักษาความปลอดภัยเลือกตั้งผู้ว่ากทม -พัทยา นครบาลจัดกำลังพลกว่าหมื่นนาย บังคับกฎหมายอย่างเคร่งครัด พบมีคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งแล้ว 7 คดี