"ปิยรัฐ" สส.พรรคประชาชน เปิดข้อมูล พบเครือข่ายพ่อทิพย์ ทำเป็นขบวนการ ตั้งแต่รพ.เอกชนร่วมมือจนท.เขต จี้ "อนุทิน-ผวจ." จัดการ สกัดแม่ชาวจีน พาลูกหนี ด้าน "เฉลิมพงศ์" สส.ภูเก็ต แฉ จ่ายล้านแลกบัตรประชาชนไทย
15 กรกฎาคม 2569 - ที่รัฐสภา นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงประเด็นทุนจีน พ่อทิพย์ ขบวนการสัญชาติไทยโดยคนจีน ว่า เป็นอีกเรื่องที่ตนเคยพูดและเป็นการเปิดเผยถึงความเน่าเฟะของระบบราชการไทย และระบบสาธารณสุขของไทย รวมถึงกระบวนการได้มาซึ่งสัญชาติ ที่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นสัญชาติไทย ถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะขณะนี้มีดำเนินคดีกวาดล้างกลุ่มขบวนพ่อทิพย์ จากการขยายผลโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการจับกุมมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท จนกระทั่งมีการขยายเส้นเงินไปถึงครอบครัวครอบครัวหนึ่ง ของผู้ต้องหา โดยเงินไปเข้าบัญชีของภรรยา แต่ปรากฏว่าภรรยามีลูก 3 คน แต่ 3 คนนั้นกลายเป็นมีสัญชาติไทย ซึ่งทำให้มีการติดตามคดีนี้ขึ้นแต่ของตนที่มีข้อมูล เป็นอีกขบวนการหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน ที่ผ่านมาตนได้นำเสนอรายละเอียดไปแล้ว และได้ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบไปแล้ว
นายปิยรัฐ กล่าวว่า ความคืบหน้าของคดีนี้ได้มีสื่อบางสำนักระบุชื่อโรงพยาบาลไปแล้ว เพิ่มขึ้นจาก 5 โรงพยาบาล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ 6 เป็นโรงพยาบาลเอกชนย่านพระราม 9 โดยมีรายละเอียดอยู่ในใบสูจิบัตร ที่ตนได้รับมอบมาจากเจ้าหน้าที่ ที่มีเจตนาดี เพื่อไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งในสูจิบัตรฉบับนี้ มีรายละเอียดชื่อเด็กหญิง … นามสกุล ถัง และชื่อมารดา … นามสกุล ถัง ซึ่งเป็นคนจีนมาคลอดบุตรในประเทศไทยและแจ้งว่ามีพ่อ ชื่อนาย ป. (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ส่วนแม่อายุ 36 ปี ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อก.ค. ปี 2566 มีการไปแจ้งเกิดโดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเป็นคนแจ้งเกิดให้ ตนไม่ทราบว่าเป็นบริการแพ็กเกจเหมาเหมาของโรงพยาบาลนี้หรือไม่ ว่าเมื่อเกิดแล้วเจ้าหน้าที่ในพยาบาลจะเป็นธุระจัดหาและไปแจ้งเกิดให้ที่สำนักงานเขต ตนก็เพิ่งเคยเจอเช่นนี้เหมือนกัน
นายปิยรัฐ กล่าวต่อว่า หนังสือที่นำไปแจ้ง เพื่อขอสูจิบัตรให้กับเด็กหญิง … ถัง คนนี้ ไม่มีแม้กระทั่งหนังสือรับรองการเกิด ใบแจ้งเกิด แต่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานทะเบียนของสำนักงานเขต กลับลงลายมือชื่อรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ทั้งที่มีช่องให้ลงรายชื่อ 2 แห่ง คือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและเจ้าหน้าที่นายทะเบียน แต่เจ้าหน้าที่เขตกลับลงลายมือชื่อตัวเองทั้ง 2 แห่ง แปลว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวรับผิดชอบเองทั้งหมด ซึ่งทำให้เด็กหญิง … ถัง คนนี้มีสัญชาติไทยแล้วและหากยังอยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ก็อายุ 2 ขวบแล้ว แม้มารดาจะเป็นคนจีน โดยสายเลือดเพราะแท้ๆ เพราะพ่อเป็นคนไทยก็จริงแต่มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นการรับสมอ้าง รับจ้างมา เนื่องจากข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตนมา พ่อคนดังกล่าวมีประวัติอาชญากรรมจำนวนมาก และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามตัวมาดำเนินคดี
นายปิยรัฐ กล่าวว่า จึงอยากฝากประชาชน 3 เรื่องคือ 1. เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2566 ไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรือไม่ แต่แปลได้ว่า ติดต่อกันหลายปีติดต่อกันมีขบวนการรับจ้างแบบนี้ โดยรวมหัวกับเจ้าหน้าที่รัฐและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชน คดีผ่านมาจนถึงวันนี้ ผ่านรัฐมนตรีหลายคน แต่ที่แน่ๆนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ในฐานะรมว.มหาดไทยที่ดูแลกรมการปกครองดูเรื่องทะเบียนราษฎร์ทั้งหมด ต้องถามนายอนุทินว่ามีการตั้งกรรมการสอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วหรือไม่ เพราะยังไม่เห็นกระบวนการสอบการอนุมัติทะเบียนราษฎร์เลย
2. กรณีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีคดีแบบนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ ต้องรับผิดชอบเช่นเดียวกัน มีการตั้งคณะกรรมการสอบหน่วยงาน กำกับแล้วหรือไม่ และ 3. ขณะนี้ทราบว่า คุณแม่ชาวจีนที่มีลูกชาติไทยเหล่านี้ เริ่มไหวตัว ทันมีการเริ่มไปขอทำพาสปอร์ต เพื่อนำลูกออกไปต่างประเทศพร้อมกัน เป็นการเตรียมหลบหนี ฉะนั้น นายกฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานในกระทรวงการต่างประเทศระงับการออกหนังสือเดินทางแล้วหรือไม่ หรือปล่อยช่องว่างในเวลานี้ให้เขาออกพาสปอร์ตได้ เพราะเด็กเหล่านี้สามารถขอพาสปอร์ตได้เนื่องจากมีสัญชาติไทย ถ้ามีการออกนอกประเทศได้ ใครจะรับผิดชอบ
“ทั้งหมดที่พูดมานี่ ไม่ได้หมายถึงว่าเด็กเหล่านั้นเป็นผู้กระทำความผิด เพราะเด็กเลือกเกิดไม่ได้ และเลือกที่จะรับผิดชอบกับพ่อแม่ที่กระทำแบบนี้ไม่ได้ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับเด็กเหล่านี้ เมื่อถอนสัญชาติเขาแล้ว เขายังมีสัญชาติจีนหรือไม่ และยังจะให้พำนักอยู่ในประเทศไทยหรือผลักดันออกนอกประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่มีสัญญาณออกมาจากรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร” นายปิยรัฐ กล่าว
ด้านนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวว่า กรณีออกบัตรประชาชนให้กับหมายเลข 8 ให้กับต่างด้าวมาประกอบธุรกิจในจังหวัดภูเก็ต หลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีการกวาดล้างนอมินี ซึ่งตนได้ตรวจพบว่าคนจีนคนหนึ่งได้โอนมาเป็นสัญชาติไทย และมีบัตรประชาชนหมายเลข 8 เมื่อไปสืบค้นพบว่ามารดาผู้รับรองบุตร สามารถรับรองบุตรได้หลายคน ส่วนบิดามีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ไม่ชัดเจน ซึ่งพฤติกรรมของนาย ว. คนนี้ ที่เป็นนอมินี เป็นหุ้นส่วนของบริษัทในจังหวัดภูเก็ตถึง 5 บริษัท และมีพฤติกรรมเรียกเคลียร์ค่านายหน้าอสังหาริมทรัพย์ กับชาวกับชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน
รวมถึงการชวนกลุ่มพี่น้องชาวจีนเข้าไปทำบัตรประชาชนหรือโอนสัญชาติ โดยมีมูลค่าบัตรใบละ 1 ล้านบาท ซึ่งตนได้ยื่นเรื่องพฤติกรรมอำพรางให้กับพาณิชย์จังหวัด ตรวจสอบนาย ว. ว่ามีลักษณะเป็นนอมินีหรือไม่ รวมถึงได้ยื่นศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ให้ตรวจสอบเรื่องทะเบียนราษฎร์ ของนาย ว. ว่ามีการขออนุญาตบัตรประชาชนโดยถูกต้องหรือไม่ เพราะสถานะการขออนุญาตบัตรขณะนั้นอยู่ภาคเหนือ แต่ย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่จังหวัดภูเก็ต
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตมีปัญหามากมาย นายอนุทิน ควรหาข้อเท็จจริงเพื่อคลี่คลายให้กับพี่น้องประชาชนและสังคม ถึงจะได้รับทราบถึงการทุจริต การออกบัตรโดยมิชอบหรือไม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
2 รมช.มหาดไทย บุกผับจีนห้วยขวาง เคยถูกจับยังเปิดซ้ำ เจอยา-ต่างด้าว ลั่นไม่มีเคลียร์
DOPA S.W.A.T. เปิดปฏิบัติการ “สิงห์ปราบ มังกรทมิฬ” บุก 577CLUB ย่านห้วยขวาง พบไร้ใบอนุญาต เคยถูกจับเมื่อปี 2568 แต่ยังเปิดบริการ ตรวจเจอยาเสพติด-ต่างด้าวไม่
'นภินทร' ยันไม่หนีตอบกระทู้ 'ฮั้ว สว.' แจงติดภารกิจแก้น้ำท่วม ความเดือดร้อนประชาชนต้องมาก่อน
“นภินทร” ซัด การเมืองสกปรก เปิดหลักฐานซีกเดียว-จินตนาการไร้เหตุผล-กดดัน กกต. คดีฮั้ว สว. ถาม “ไอติม” เป็นถึง สส. มีวุฒิภาวะแค่ไหน พร้อม ขู่ “ยิ่งชีพ” เจอกันในศาล แจ้งความสน.ทองหล่อแล้ว ลั่น ไม่โง่ทำผิดกม.ต่อหน้า 8-9 คน บอก ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคณะไต่สวนชุดที่ 26 ตั้งข้อหาแบบสุ่ม
'อนุทิน' ร้องอุ๊ย! ไม่รู้เรื่อง 'รร.เพื่อน' ยกเลิกให้ฝ่ายค้านใช้จัดเสวนา
นายกฯ บอกไม่รู้เรื่อง หลังรร.พูลแมน ไม่ให้ฝ่ายค้านใช้จัดเสวนา ถามสื่อ ‘เขาไม่ให้ใช้แล้วหรอ’ ชี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล
'จุลพันธ์' ลั่นรัฐบาลยังแน่นปึ้ก เคลียร์ปม 'หมอชลน่าน' ร่วมเวทีฝ่ายค้าน
'จุลพันธ์' การันตี เสถียรภาพรัฐบาลยังแน่นปึ้ก หลังมีข้อกังขา 'หมอชลน่าน' ร่วมเสวนากับฝ่ายค้าน แจง 'เพื่อไทย' เปิดกว้างสมาชิกทำกิจกรรมสื่อสารปชช.ได้
ยันไม่ได้กลั่นแกล้ง! DSI ให้ สส.ภูเก็ตแจง ส่วนคดี 'ภาวุธ' เร่งรวบรวมหลักฐาน
'รมว.ยธ.' ยัน DSI ไม่ได้กลั่นแกล้ง ปมหมายเรียก สส.ภูเก็ต ปชน. แจงกรณีนอมินีต่างชาติ เหตุรวบรวมหลักฐานมานาน ส่วน 'ภาวุธ' คดีฟอเร็กซ์ อยู่ระหว่างรวบรวมสำนวน
'พริษฐ์' ไม่แคร์ รร.พูลแมนงดให้ใช้พื้นที่บอกแค่เปลี่ยนมาใช้ห้องประชุมสภา!
'พริษฐ์' ปัดเกมการเมือง ปมโรงแรมพูลแมนของดใช้พื้นที่จัดเวทีผู้นำฝ่ายค้าน เผยรู้อยู่แล้ว-มีแผนสำรองรองรับ เดินหน้าจัดงานเสาร์นี้ตามเดิม แค่เปลี่ยนมาใช้ห้องประชุมสภา แถมจุคนได้มากกว่า

