โฆษกดีเอสไอ เผยคืบหน้าคดีบริษัทเจ้าของเรือน้ำมัน โยงน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานี 60 ล้านลิตร ล่าสุดเพิ่มเป็น 9 บริษัท จากเดิม 8 บริษัท เหตุ มีบริษัทเรือ 1 แห่งให้การว่าเป็นเพียงบริษัทให้เช่าเรือ (ลีสซิ่ง) แย้ม สอบปากคำในฐานะพยานไปแล้ว 7 บริษัท เร่งสอบ 2 บริษัทสุดท้ายภายในสิ้นเดือน เม.ย.69
28 เมษายน 2569 - จากกรณีที่คณะพนักงานสอบสวนพบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันทางเรือ จำนวน 20 เที่ยวเรือ ด้วยเรือ 12 ลำ (จาก 8 บริษัท) ที่เเล่นเข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนพบว่ามีน้ำมันหายกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 57-60 ล้านลิตร โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติออกหนังสือเรียกเชิญกรรมการบริษัทเรือขนส่งน้ำมัน จำนวน 8 บริษัทที่เป็นเจ้าของเรือทั้ง 12 ลำ มาสอบปากคำในฐานะพยาน
โดยเริ่มต้นสอบสวนปากคำตั้งแต่วันอังคารที่ 21 เม.ย.69 - วันพฤหัสบดีที่ 30 เม.ย.69 ซึ่งประเด็นที่จะใช้ในการสอบถาม อาทิ การประกอบธุรกิจของบริษัท ใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ ความเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันทางเรือในช่วงวิกฤตขาดแคลนพลังงาน สัญญาจ้าง ตลอดจนใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ หลังพบความผิดปกติหลายอย่างในการขนส่งน้ำมันทางเรือในจำนวนดังกล่าว ทั้งการปิด GPS ถึง 10 เที่ยวเรือ การพบว่าเรือจอดอยู่กลางทะเล ซึ่งคาดว่าอาจจะมีการถ่ายน้ำมันกลางทะเลถึง 2 เที่ยวเรือ และการประวิงเวลาที่ชัดเจนถึง 20 เที่ยวเรือ ซึ่งเป็นการประวิงเวลาเดินเรือในห้วงก่อนวันที่ 26 มี.ค.69 ที่คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติค่ำวันที่ 25 มี.ค.69 ปรับลดอัตราชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงกลุ่มเบนซินและดีเซลรวดเดียว 6 บาทต่อลิตรนั้น ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 28 เม.ย. พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 59/2569 และ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)เปิดเผยความคืบหน้าว่า กรณีบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 8 แห่ง คณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนปากคำบริษัทเจ้าของเรือไปเรียบร้อยแล้ว 7 แห่ง และในวันพุธที่ 29 เม.ย. พนักงานสอบสวนจะเดินทางไปสอบสวนปากคำบริษัทเจ้าของเรือ 1 เเห่งที่สำนักงาน เนื่องจากทางบริษัทเจ้าของเรือมีความจำเป็นต้องใช้เอกสารหลักฐานจำนวนมากประกอบการชี้แจง จึงสะดวกที่จะให้ข้อมูลพร้อมกับเอกสารกับพนักงานสอบสวน ณ ที่สำนักงานของตนเองแทน ส่วนอีก 1 บริษัทเจ้าของเรือ อยู่ระหว่างนัดหมายให้เข้าชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนไม่เกินวันที่ 30 เม.ย.
อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีจำนวนบริษัทเรือเพิ่มมาเป็น 9 บริษัทจากเดิม 8 บริษัท เนื่องด้วยระหว่างที่พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำบริษัทเรือแห่งหนึ่ง ทางบริษัทฯ ได้ชี้แจงว่าเป็นบริษัทให้เช่าซื้อเรือ (Leasing) ไม่ใช่บริษัทเจ้าของเรือ แต่บริษัทที่มาใช้เรือนั้นเป็นอีกบริษัทแทน ทำให้พนักงานสอบสวนได้ออกหนังสือเชิญบริษัทที่ใช้เรือจริง ๆ มาเพื่อสอบถามด้วย จึงทำให้ตัวเลขเกี่ยวกับบริษัทเรือเพิ่มขึ้นมาเป็น 9 บริษัท
ฉะนั้น ผลสรุปการสอบปากคำบริษัทเรือในฐานะพยานตอนนี้ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไปแล้วทั้งสิ้น 7 บริษัท และเหลืออีกเพียง 2 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทเจ้าของเรือ กับบริษัทที่ใช้เรือจริงจากการเช่าจากบริษัทเรือลีสซิ่ง ที่ต้องดำเนินการสอบสวนปากคำในฐานะพยานต่อไป และได้กำหนดไว้ว่าจะสอบสวนปากคำบริษัทเรือให้เสร็จสิ้นไม่เกินวันพฤหัสบดีที่ 30 เม.ย.
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวอีกว่า กรณีหากบริษัทฯ ไม่เข้าพบตามนัดหมาย ก็ต้องดูเหตุผลความจำเป็นว่าสาเหตุที่ไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนคืออะไร ซึ่งตนคิดว่าไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ส่วนทั้ง 7 บริษัทที่ได้สอบปากคำนั้น ส่วนใหญ่จะให้การชี้แจงในลักษณะที่เกี่ยวกับภาพรวมการประกอบธุรกิจ เช่น ได้รับสัญญาในการขนส่งน้ำมันอย่างไรบ้าง ซึ่งพนักงานสอบสวนก็จะต้องนำข้อมูลที่ได้รับไปตรวจสอบคู่ขนานว่าการขนส่งน้ำมันทางเรือแต่ละเที่ยว มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ใช้เวลานานกว่าปกติจริงหรือไม่
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ จำนวน 166 ฉบับ ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จำนวน 6 แห่ง ที่ทางกรมธุรกิจพลังงานพบความผิดปกติ เอกสารรายละเอียดเอียดไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ได้เข้ามอบให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น
ในเบื้องต้นตนได้รับข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงานไว้เรียบร้อยแล้ว และถ้าหากพบความผิดปกติจริง ก็จะต้องนำไปพิจารณาว่ามีองค์ประกอบใดเข้าเกณฑ์ตามมติของคณะกรรมการคดีพิเศษหรือไม่ เพื่อที่จะได้รับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ ดังนั้น หากเข้าเกณฑ์ภายใต้มติคณะกรรมการคดีพิเศษ ดีเอสไอจึงจะได้ดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ภาวุธ' ให้ปากคำ 4 ชม. แจงคดี Forex หัวเราะลั่นไม่ได้หยุดตรวจสอบโครงการ AI แลกจบคดี
“ภาวุธ” หัวเราะ หลังถูกรุมวิจารณ์ อวยโครงการ TH-AI Passport หวังแลกผลคดี Forex ของดีเอสไอ โต้ ถ้าแลกผลคดีได้คงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ รับลดบทบาทตรวจสอบ เหตุติดภารกิจงานประชุมคณะอนุฯหลายชุด เผยยังมีเพื่อน สส.รายอื่นของพรรคประชาชน รับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว
‘คำรบ’ ชี้ 'แก๊งลูกเทพ' มีเอี่ยวฮั้วสว. เผยผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 2 หมื่นคน
แกนนำกลุ่มสว.สำรองชี้เป้า”แก๊งลูกเทพ”มีเอี่ยวฮั้วสว. ลั่นหลักฐานแน่น ผู้ร่วมขบวนการเรือนหมื่น ยอมรับกลุ่มรมต.อาจรอด เพราะคดีอาญา หลักฐานต้องชัดสิ้นข้อสงสัย เตือนกกต.หากไม่ส่งศาลฎีกาสอย 138 สว.โดนร้องเอาผิดติดคุก!
กกต. ส่อเลื่อนชี้ขาดคดีฮั้ว สว. เหตุพยานหลักฐานยังไม่ครบ
รายงานภายในจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้าน นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) ได้นำคำให้การของพยานและเอกสารบางส่วนที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มาเปิดเผยต่อสาธารณ
'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น 'ปชน.' ชง อสส. ฟ้องศาล ฟันแก๊งฮั้ว สว.
'ทนายอั๋น' หอบหลักฐานยื่น สส.ปชน. ชงอัยการสูงสุดส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ ลากคอขบวนการฮั้ว สว. ผิดมาตรา 49 พร้อมฟันกกต. ผิด 157 ด้าน 'ภัณฑิล' ย้ำต้องคุ้มครองพยาน ไม่ใช่ข่มขู่
'รุทธพล' รับ 'อัยการ' ส่งสำนวนคดีฮั้วสว. กลับให้ 'ดีเอสไอ' แล้ว
รมว.ยุติธรรม เผยความคืบหน้าคดีฮั้ว สว. ขณะนี้ทางอัยการได้ส่งสำนวนกลับมาทางดีเอสไอแล้ว
'ภาวุธ' ขอเลื่อนหมายเรียก 'ดีเอสไอ' สอบคดี Forex แจงติดภารกิจอื่น
"ป้อม ภาวุธ" ส่ง ทนายยื่นเอกสารขอเลื่อนหมายเรียกผู้ต้องหาดีเอสไอครั้งที่ 1 คดี Forex ให้เหตุผลติดภารกิจอื่น ทั้งยังเป็นการได้รับหมายเรียกกระชั้นชิด ยืนยัน มีหลักฐานเส้นทางการเงินย้อนหลัง - การทำธุรกรรมเทรดทองคำกับบริษัท QRS

