ไร้เงาป้าดา! 'อ.ธงทอง' กราบเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลฯ เร่งเปลี่ยนชื่อโฉนดที่ดิน

‘อ.ธงทอง’ นำ พศ. พบเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ย้ำชัดวัดขึ้นทะเบียนถูกต้องและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ชี้หลวงพ่อรอมา 30 ปีแล้ว เผย ‘ป้าดา’ ยังไม่ติดต่อมา

17 ส.ค. 2569 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่นรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่วัดป่าอดุลยาราม ถ.กัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ศาตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำคณะผู้บริหารจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ขอนแก่น เข้ากราบนมัสการพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เพื่อถวายกำลังใจ ติดตามอาการอาพาธและติดตามคดีพิพาทที่ดินระหว่างทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี และวัดป่าอดุลยาราม ท่ามกลางความสนใจจากเหล่าบรรดาพุทธศาสนิกชนที่มารอติดตามสถานการณืกันจนแน่นวัด

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าวว่า ยืนยันชัดเจนแล้วว่าที่ดินเป็นของวัดโดยสมบูรณ์แล้ว และวัดได้ดำเนินการจัดตั้งอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาในปี 2541 ซึ่งประเด็นใครสงสัยในเรื่องของการตั้งวัดก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งผู้ที่ติดตามข้อมูลข่าวสารและประชาชนได้ติดตามมาตลอดทั้งสัปดาห์ว่ากรณีพิพาทของวัดป่าอดุลยารามนั้นจะไปในทิศทางใด โดยตั้งแต่เกิดเหตุสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ประสานงานร่วมทุกฝ่ายอย่างเข้มงวดและมีความคืบหน้ามาโดยตลอด

ทั้งนี้ได้กราบรายงานหลวงพ่อเจ้าอาวาสว่าขอให้สบายใจและวางใจได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นทั้งหมดเข้ารูปเข้ารอยแล้ว เริ่มจากเรื่องที่มีกลุ่มคนไปแจ้งสำนักงานที่ดินว่าเอกสารโฉนดที่ดินนั้นหายไป ซึ่งแสดงแน่ชัดแล้วว่าโฉนดที่ดินฉบับจริงนั้นอยู่ในความดูแลของวัด และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำข้อเท็จจริงแจ้งให้กับสำนักงานที่ดินจังหวัดได้รับทราบแล้วด้วย จากนี้ไปสำนักงานที่ดินจะดำเนินการตามขั้นตอนตามที่มีคนมาร้องเรียนในประเด็นดังกล่าวทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของที่ดิน

“ที่ยืดเยื้อยาวนานคือเรื่องฉโนด คือเอกสารของทางราชการยังไม่มีการเปลี่ยนชื่อในโฉนดให้เป็นชื่อของวัด ถึงแม้ว่ากรรมสิทธิ์และสิทธิจะเป็นของวัดและวัดเป็นเจ้าของมาช้านานแล้ว แต่ว่าเอกสารยังไม่ดำเนินการให้ถูกต้องเรียบร้อย ซึ่งในขั้นตอนนี้ก็จะมีการเปลี่ยนชื่อในโฉนดมาเป็นชื่อของวัดให้ถูกต้อง ซึ่งก็จะทำให้เร็วที่สุดและดีที่สุด หลวงพ่อก็มีอารมณ์ขันบอกว่าคอยมาแล้ว 30 ปี คอยอีกก็ได้ ผมก็เรียนท่านว่าผมรอไม่ไหวเหมือนกันก็จะต้องเร่งทำให้ดีและดีที่สุด และติดตามอย่างใกล้ชิด” ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง ระบุ

ส่วนเรื่องความปลอดภัย ตำรวจและฝ่ายบ้านเมืองจะดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยภายในบริเวณวัดไม่ให้มีอะไรเกิดขึ้นในการปฎิบัติศาสนกิจของสงฆ์และญาติโยมที่มาทำบุญที่วัด ทั้งนี้เจ้าอาวาสฝากถึงญาติโยมชาวขอนแก่นและทุกคนที่ติดตามข่าวว่าขออย่าเครียด หลายคนจะเครียดกว่าหลวงพ่อ ขอให้ทุกคนสบายใจได้ เพราะคณะทำงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและคณะกรรมการคุ้มครองบพระพุทธศาสนาแห่งชาติเราจะไม่ทอดทิ้งเรื่องนี้และเราจะทำใหน้าที่ให้ดีที่สุด รวมทั้งการทำบุญต่างๆ ก็ขอให้มาทำบุญที่วัดแสกนคิวอาร์โค้ดทำบุญให้วัด อย่าเชื่อนายหน้าหรือการทำบุญกับคนหนึ่งคนใด เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสในการนำคิวอาร์โคดปลอมไปแสกนถึงบ้านดังนั้นผู้มีจิตศรัทธาขอให้มาทำบุญที่วัดเท่านั้น

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าวว่า ในวันที่ 17 ส.ค. จะมีการนำเรื่องทั้งหมดเข้าหารือเพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยได้ประสานขอเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกันทั้งหมด วันนี้ภาพการทำงานของทุกฝ่ายทำให้เห้นว่าสำนักงานพระพุทธศาสนา และคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว เราทำงานโดยมีชาวพุทธนั้นดูแลช่วยกัน เพราะเรามีเจตนาเดียวกันคือการทำนุบำรุงและคุ้มครองพระพุทธศาสนา

“เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาที่เกิดขึ้น อาจเป็นแนวทางที่ต้องไปคุยกัน แม้เรื่องที่ไม่เป็นคดีก็ควรป้องกันไม้ให้ค้างคา ซึ่งการบริจาคที่ดินให้วัดในชั้นต้นนั้นเป็นอย่างนี้แล้ว แต่การสร้างวัดต้องใช้เวลาดำเนินการและมีการจัดตั้งวัดในระบบพระพุทธศาสนาเรียบร้อยแล้ว การดำเนินการทางเอกสารต้องทำให้เสร็จเรียบร้อย บางทีก็ปล่อยกันไป เราได้คุยกันแล้วว่าเราคงจะต้องมีการดำเนินการที่ชัดเจนทั้งประเทศ ซึ้งการจัดตั้งวัดตั้งแต่ต้นจนถึงมหาเถระสมาคมและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ผมมั่นใจว่ามีขั้นตอนที่ชัดเจน อย่างวัดป่าอดุลยาราม ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้วตั้งแต่ปี 2541 ก็ไม่มีอะไรสงสัยส่วนใครจะส่งสัยก็เป็นเรื่องของท่าน” ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รับการติดต่อจากทายาทหรือจากใครที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวผู้บริจาคที่ดิน ทุกอย่างยังคงสงบนิ่งดีอยู่เฉพาะส่วนตัว ส่วนอีกคนนั้นไม่ทราบ สำหรับการทำเรื่องเปลี่ยนชื่อวัดนั้นค่าใช้จ่ายน่าจะอยู่ที่ประมาณ 7,000-8,000 บาท ไม่ใช่ 1,500,000 บาท ตามที่หลายฝ่ายระบุออกไป หลังการเข้าพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีการแจ้งให้กับญาติธรรมทุกท่านได้ทราบอีกครั้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ยอมรับกังวลโฉนดยังไม่เป็นชื่อวัด อยากให้เรื่องจบเร็วๆจะได้หมดห่วง

ที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น บรรยากาศโดยทั่วไปเริ่มเข้าสู่ภาวะสงบและเป็นปกติ พระสงฆ์และลูกศิษย์ยังคงปฏิบัติกิจของสงฆ์ตามปกติ โดยมีญาติโยมเดินทางเข้ามาทำบุญและถวายเทียนพรรษาและจตุปัจจัยไทยทานอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.เมืองขอนแก่น คอยดูแลความเรียบร้อยภายในพื้นที่อย่างเข้มงวด