ศาลแขวงขอนแก่น ปล่อยตัว "ครูใหญ่-เซฟ" แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที และแกนนำราษฎร์โขง ชี มูล เหตุชุมนุมหน้า สภ.เมืองขอนแก่น ขณะที่แกนนำอีก 2 คนไม่มารายงานตัวต่อศาลอ้างถูกกลั่นแกล้ง
16 มี.ค.2565 - ที่ศาลแขวงขอนแก่น พนักงานอัยการ จ.ขอนแก่นได้นัดส่งสำนวนสั่งฟ้องระหว่างโจทก์ คือ พนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น และจำเลย 10 คน ประกอบด้วย นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที ,นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือเซฟ, นายนิติกร ค้ำชู , นายเจตน์สฤษฎิ์ นามโคตร, นายกรชนก แสนประเสริฐ ,นายพชร สารธิยากุล นายธนศักดิ์ โพธิเตมิย์. นายภานุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์, นายอิศเรษฐ์ เจริญคง และนายศิวกร นามนวด ตามความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณา โดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ พ.ร.บ.จราจร จากเหตุการณ์ชุมนุมหน้า สภ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2564 โดยทันทีที่พนักงานอัยการได้นำสำนวนสั่งฟ้องมาถึง ศาลได้นับจำนวนจำเลยโดยพบว่า นายภานุพงศ์ และนายกรชนก ไม่มาตามนัดทำให้พนักงานอัยการจึงมีคำสั่งฟ้องจำเลยเพียง 8 คน
นายพัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า คดีดังกล่าวอัยการสั่งฟ้อง 10 คน จากการชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่ 20 ก.พ.2564 ที่ได้มีการเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำกลุ่มราษฎรที่ไม่ได้รับการประกันตัวในคดีตามมาตรา 112 ที่สภ.เมืองขอนแก่น โดยมีแกนนำที่ถูกออกหมายเรียกคือ นายอรรถพล , นายวชิรวิทย์ , นายนิติกร , นายเจตน์สฤษฎิ์ , นายกรชนก , นายพชร , นายธนศักดิ์ , นายภานุพงศ์ , นายอิศเรษฐ์ และนายศิวกร ตามความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน , พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณา โดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ พ.ร.บ.จราจร โดยมีจำเลย 8 คนเข้าร่วมรับฟัง ขณะที่อีก 2 คน ปฏิเสธไม่เข้าร่วมกระบวนการพิจารณาคดี
“สำหรับ 2 คนที่ไม่เข้าร่วมกระบวนการพิจารณาคดีที่ศาลวันนี้ คือ นายภานุพงศ์ และ นายกรชนก เป็นการแสดงออกแบบอารยะขัดขืน โดยให้เหตุผลว่าการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ทั้งคู่จึงยืนยันว่าไม่เข้าร่วมกระบวนการ ให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งขั้นตอนอาจจะมีการออกหมายเรียก ส่วนการอารยะขัดขืนนี้อาจจะส่งผลต่อการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวในอนาคต ศาลอาจจะเพิ่มเงื่อนไข แต่คดีนี้ไม่ใช่คดีที่มีอัตราโทษสูง ยังไม่แน่ใจว่าศาลจะพิจารณาออกมาในลักษณะใด ระหว่างนี้ต้องรอว่าทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร”
นายพัฒนะ กล่าวต่ออีกว่า ภายหลังจากอัยการมีคำสั่งฟ้งและศาลรับคำฟ้อง ศาลได้มีคำสั่งให้ทำสัญญาประกันไว้ แต่หากผิดนัดให้ปรับ 10,000 บาท และนัดวันที่ 7 เม.ย.2565 เพื่อสอบคำให้การและประชุมคดี โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ และขอต่อสู้คดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชาวบ้านลั่นให้เวรกรรมตัดสิน 'ป้าดา' ทำมินิฮาร์ทหลังรับทราบข้อหาคดีที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม เพื่อสอบถามความรู้สึกของชาวบ้านที่ติดตามข้อพิพาทระหว่างวัดป่าอดุลยาราม กับทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี หลังเจ้าพนักงานที่ดินได้สลักชื่อในโฉนดเป็นวัดป่าอดุลยาราม เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งนางชมมณี น้อยจันทร์ หรือป้าดา
ไม่เบี้ยว! 'ป้าดา' ควง 'ป้าไข' ให้การตำรวจ คดีบุกรุกวัดป่าอดุลฯ
ที่ สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก
โล่งอก! เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจรักษาโฉนด 36 ปี วัดมีเกราะป้องกัน 100%
พระครูอดุลสารนิเทศ ระบุ 36 ปีที่ผ่านมาเฝ้ารักษาโฉนด ต้องเก็บรักษาไว้ทั้งตรงนั้นตรงนี้ พร้อมย้ำยังเปิดวัดต้อนรับทุกคนรวมถึงญาติฝ่ายคู่กรณีเข้ามาทำบุญได้ตามปกติ
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ขอบิณฑบาตทีมทนายไม่ดำเนินคดี 'ลุงแหวน' ที่ปรึกษาป้าดา
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เปิดใจหลังชื่อวัดปรากฏในโฉนดอย่างเป็นทางการ พร้อมขออโหสิกรรมผู้ที่เคยกล่าวดูหมิ่น และขอบิณฑบาตรทีมทนายไม่ดำเนินคดีนายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน ธานอส” ด้านลูกสาว ไวยาวัจกรคนแรกของวัด เปิดใจอยากบอกพ่อว่า “วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว”
เสียงสะท้อนร้านค้าขอนแก่น! วอนต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 จนถึงสิ้นปีนี้
พ่อค้า-แม่ค้า ขอนแก่น หนุน "อนุทิน" ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัสไปจนถึง ธ.ค.เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ
เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ยอมรับกังวลโฉนดยังไม่เป็นชื่อวัด อยากให้เรื่องจบเร็วๆจะได้หมดห่วง
ที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น บรรยากาศโดยทั่วไปเริ่มเข้าสู่ภาวะสงบและเป็นปกติ พระสงฆ์และลูกศิษย์ยังคงปฏิบัติกิจของสงฆ์ตามปกติ โดยมีญาติโยมเดินทางเข้ามาทำบุญและถวายเทียนพรรษาและจตุปัจจัยไทยทานอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.เมืองขอนแก่น คอยดูแลความเรียบร้อยภายในพื้นที่อย่างเข้มงวด

