พบร่างหนุ่มวัย 21 เครียดปัญหาส่วนตัว ดิ่งสะพานภูมิพล 2

19 มี.ค.2565 - สืบเนื่องจากมาเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีคนกระโดดสะพานภูมิพล 2 ลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เอ็มเอสเอ็ก สีเหลือง ทะเบียน 8 กต 5708 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่บนสะพานภูมิพล 2 ลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาและจมหายไป

ล่าสุด ช่วงบ่ายวันนี้ ร.ต.อ.ธรรมรงค์ ประสิทธิ์นอก รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งพบศพลอยน้ำกลางแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณใต้สะพานภูมิพล1 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และตำรวจน้ำ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่บริเวณท่าเทียบเรือวัดบางหัวเสือ เจ้าหน้าที่พบร่างนายนันทพงศ์ หนาแน่น อายุ 21 ปี ลอยอืดอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 วัน ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3-4 กิโลเมตร ขณะเดียวกันด้านนางหนูเล็ก ชัยลิ้นฟ้า อายุ 48 ปี และนายสุนัน หนาแน่ อายุ 45 ปี ได้เดินทางมาดูศพถึงกับร้องไห้จนเป็นลม

จากการสอบถาม น.ส.ชลฐิชา นันทาติ อายุ 19 ปี แฟนสาวของผู้ตาย เล่าว่า ในวันเกิดเหตุผู้ตายได้โทรมาถามตนจะกินไรหรือป่าว ก่อนที่จะถ่ายรูปส่งมาให้ตนดู จากภาพ เป็นภาพที่อยู่บนสะพานตอนแรกตนก็ไม่รู้ว่าเป็นสะพานไหน ผู้ตายก็ได้ส่งมาให้ดูอีกรูป ตนก็สังเกตว่าในรูป มีสายของสะพานภูมิพลอยู่ ตนจึงรีบขึ้นไปดูก็เห็นว่ามีรถของผู้ตายจอดอยู่ ส่วนผู้ตายกำลังยืนหันหลังอยู่ขอบสะพาน ตอนนั้นผู้ตายน่าจะยังไม่เห็นตน ตนจึงพยายามจะปีนข้ามไปช่วย แต่ยังไม่ทันถึงตัว ผู้ตายก็หันมาเห็นตนกำลังเข้ามา ก็เลยกระโดดลงน้ำ ซึ่งก่อนที่ผู้ตายจะมาก่อเหตุ เคยมาระบายให้ตนฟังว่า รู้สึกเหนื่อย เครียด บอกอยากพักแล้ว แต่พอเวลาตนคุยกันแล้วพูดถึงพ่อของผู้ตาย ก็มักจะมีอารมณ์ไม่พอใจ ตนก็ไม่ทราบว่ามีเรื่องทะเลาะอะไรกันมาก่อนรึป่าว แต่ส่วนตัวตลอดเวลาที่คบกับผู้ตายมา 4 ปี เคยมีทะเลาะกันบ้าง ผู้ตายก็จะชอบหนีไปขับรถ ไม่ก็ไปกินเหล้า ตนไม่เคยคิดว่าจะฆ่าตัวตาย ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน

ด้าน นาง หนูเล็ก ชัยลิ้นฟ้า อายุ 48 ปี แม่ของผู้ตาย เล่าว่า เมื่อวันที่ 17 มี.ค. เวลา 22.00 น. ลูกชายได้โทรมาหาถามตนจะกินอะไรไหม ตนก็ไม่กินและอยากให้ลูกกลับบ้านพักผ่อน ลูกทำงานเลิกงานมาก็ดึกแล้ว ผู้ตายก็บอกว่า คิดถึงพ่อกับแม่ และหมาที่ลูกชายเลี้ยงไว้ ตนก็บอกค่อยมาหาวันหยุดก็ได้ เพราะบ้านอยู่ไกลกัน พอผ่านมาอีกสักพัก ลูกสะใภ้ก็โทรมาบอกว่า ลูกชายแม่กระโดดสะพานลงไปแล้ว ถ้าลูกสะใภ้มารับแม่ตั้งแต่ตอนแรกลูกชายก็คงไม่กระโดด แต่ลูกสะใภ้มาเองพอลูกชายเห็นลูกสะใภ้ก็บอกลา โยนโทรศัพท์ให้ และก็กระโดดลงสะพานไปเลย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะเครียดเรื่องส่วนตัว จึงขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานภูมิพล 2 มาก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่

ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี

สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1

ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14

ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด

เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.