เพลิงไหม้ทาวน์เฮาส์ย่านสำโรงเหนือ 3 ชีวิตตายคาเหล็กดัด สุนัข 10 ตัวรอด

7 เม.ย.2565 - เมื่อเวลา 03.30 น. ร.ต.อ.นครินทร์ จำปานิล รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน และมีผู้ติดค้างภายในบ้าน เลขที่ 1255 / 39 - 1255/43 หมู่ 4 หมู่บ้านนครทอง (ข้าง สภ.สำโรงเหนือ) ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงจากเทศบาลสำโรงเหนือ และเทศบาลใกล้เคียง จำนวน 5 คัน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู รุดไปที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ปลูกติดกันหลายหลัง พบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงอยู่ที่ชั้น 2 ไหม้ลุกลามต่อเนื่อง จำนวน 5 คูหา และ มีคนติดคาอยู่ภายในบ้าน 3 ราย ที่บริเวณชั้น 2 ของบ้านเลขที่ 1255/41 ซึ่งมีการติดเหล็กดัดอย่างแน่นหนา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงเร่งระดมกันฉีดน้ำสกัดเพลิงที่ลุกไหม้อยู่อย่างเร่งด่วน พร้อมเข้าช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอยู่ภายในบ้านดังกล่าว แต่เนื่องจากเพลิงไหม้อย่างรุนแรงทำให้บันไดทางขึ้นชั้น 2 ไหม้จนไม่สามารถขึ้นไปด้านบนได้ ส่วนหน้าต่างก็ติดเหล็กดัดจึงไม่สามารถเข้าได้ เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ

จากการเข้าตรวจสอบภายในบ้านที่ชั้น 2 เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิต 2 คนนอนกอดกันอยู่บริเวณด้านหลัง ส่วนอีกคนเสียชีวิตอยู่บริเวณเหล็กดัดด้านหน้า ของบ้านที่เกิดเพลิงไหม้ ในสภาพไหม้เกรียม ทราบชื่อต่อมา ด.ช.ยงปัญญ์ มีนันทร์ อายุ 4 ปี / นาง สุวรรณ รัตนศิริวัฒนากุล อายุ 62 ปี และ นายกิติภูมิ รัตนศิริวัฒนากุล อายุ 32 ปี ส่วนสุนัขกว่า 10 ตัว เจ้าหน้าที่บรรเทาภัย ช่วยออกมาได้อย่างปลอดภัย โดยนายศุภชัย รัตนศิริวัฒนากุล ที่หนีออกมาได้ บอกว่า บ้านดังกล่าวอยู่ด้วยกัน 4 คน โดย 3 คน นอนอยู่ชั้นที่ 2 ส่วนตนเองนอนอยู่ชั้นล่าง จึงสามารถหนีออกมาได้ ส่วน เมีย ลูก และ หลาน ออกมาไม่ได้

นางนิสากร แก้วจรัส อายุ 71 ปี เจ้าของบ้านที่อยู่ติดกับหลังเกิดเหตุ ได้เล่าว่า ขณะที่ตนและคนอื่นกำลังนอนอยู่ในบ้าน ได้ยินดังตึ้งขึ้นมาทำให้ตนทำสะดุ้งตื่น เลยออกมาดูเห็นไฟไหม้ออกมาจากหน้าต่างบ้านข้างเคียง ตนจึงตะโกนขอความช่วยเหลือบ้านแถวนั้น ส่วนบ้านของตนยังไม่ได้เข้าไปดูความเสียหายเลย แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าที่ชั้น 2 เสียหายหมดเลย

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ สันนิษฐานว่า สาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้น่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนสาเหตุที่แท้จริงต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช เพื่อรอญาติมารับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนบ้านโหด! ยิงตัดขั้วหัวใจดับ แถมไล่ฟันเมียผู้ตายซ้ำ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนครลำปาง ได้รับแจ้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกอาวุธปืนยิงและอาวุธมีดฟันรวม 3 คน บริเวณพื้นที่ร้าน 268 ข้าวต้มเลือดหมู

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

รมว.สุชาติ ห่วงใยชาวสระบุรี สั่งตรวจซ้ำคุณภาพอากาศ เหตุไฟไหม้ BWG พบกลับสู่ภาวะปกติ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามสถานการณ์และแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรี จากเหตุเพลิงไหม้ภายในบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) หมู่ 8 ตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย ซึ่งประกอบกิจการจัดการของเสียทั้งที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย

หนุ่มพม่า ล้วงอกสาวกลางงานสงกรานต์ สุดท้ายถูกกระทืบน่วม

เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางเสาธง รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณปากซอย ฝ 5 ชุมชนการเคหะเมืองใหม่บางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก