ไม่เห็นกันง่ายๆ! สาวขับรถเที่ยวป่าแก่งกระจาน เจอ 'เสือดำ' นอนกลิ้งให้ดูสุดประทับใจ

5 พ.ค.2565 เพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ภาพเสือดำพร้อมถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์ขับรถเที่ยวครั้งแรกในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระบุว่า "เสือดำ" กับประสบการณ์การขับรถเที่ยวในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานครั้งแรก และนี่คือเหตุผลสนับสนุนที่เราขอความร่วมมือ "ขับรถช้าๆด้วยความระมัดระวังในเขตอุทยานแห่งชาติ" (มีคลิป)

เรื่องราวนี้เปิดเผยโดยผู้ใช้เฟชบุ๊กชื่อ "Faikham BW" เล่าถึงประสบการณ์อันน่าลุ้นระทึก กับการขับรถเที่ยวในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานครั้งแรก เป็นเรื่องราวความประทับใจที่เรานำมาฝากให้ทุกท่านได้ชมไปพร้อมกัน คุณฝ้ายระบุว่า มาเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ครั้งนี้เป็นครั้งแรก โดยตลอดทางมีป้ายเตือน "ระวังสัตว์ป่า" "ระวังช้าง" เราก็ขับช้าๆ ชื่นชมธรรมชาติ ป่าไม้ที่นี่อุดมสมบูรณ์มากๆ เพลิดเพลินไปสักพักใหญ่ๆ

มาถึงกลางทาง เจอเงาดำๆตะคุ่มๆกำลังกินน้ำที่ขังอยู่กลางถนนดิน เรารีบชะลอรถ เพื่อดูให้แน่ชัดว่าคือตัวอะไร?! และเมื่อเพ่งชัดๆ สิ่งที่เห็นนั้นคือ ...... "เสือดำ" เสือดำจ้าแม่ อ่านไม่ผิดดดดด ขนลุกไปหมด

ตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเจอ รวบรวมสติจอดรถอยู่นิ่งๆ ปิดกระจก ล็อครถ ดับเครื่อง เพื่อไม่ให้เสือดำตกใจกลัว

และจากที่อยู่ไกลๆ สักพักน้องเดินมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ใกล้ขึ้นอีก ใกล้อี๊กก (มีคลิป) จนอยู่ข้างๆรถเรา ระหว่างที่น้องเดิน น้องหันมามองรถเราอยู่เป็นระยะๆ สายตาดุดัน น่าเกรงขามสุดๆ พอมั่นใจว่ารถเราไม่น่ามีอันตราย น้อลก็นอนแอ้งแม้งกับหญ้า แล้วกลิ้งๆๆอย่างสบายใจ

ผมนี่งงเลยฮะ มาอย่างราชสีห์ สุดท้ายแบ๊วอย่างแมว โอ้ยยยน้อลลล !!! มีคลิปน้องกลิ้งด้วยนะน่ารักมากๆ จากที่กลัวๆ กลับกลายเป็นกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ อิชั้นต้องรู้สึกยังไงต่อ 555555สักพักมีรถขับมา น้องเสือดำก็เดินเข้าไปในป่าอย่างเท่ๆ ชิคๆ คูลๆ ดั่งเดิม

พอขับขึ้นไปถึงพะเนินทุ่ง จุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เราได้แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานให้ทราบ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าปกติน้องจะไม่ออกมาให้เห็นง่ายๆ เราโชคดีมากๆ งือออ

และทั้งหมดนี้คือการถ่ายทอดเรื่องราวการพบเสือดำสัตว์ป่าหายากกับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานครั้งแรกของคุณฝ้าย นอกจากนี้ยังขอฝากถึงทุกคนที่ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติที่ต่างๆ ให้ขับรถช้าๆ อย่างระมัดระวัง ถ้าเจอน้องๆสัตว์ป่า ระวังน้องๆด้วยนะคะ 

และนี่เป็นความประทับใจที่ทางเพจขอขอบคุณคุณฝ้ายที่อนุญาตให้เรานำมาเผยแพร่ และนี่คงเป็นเหตุผลสนับสนุนนักท่องเที่ยวทุกท่านที่ขับรถเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติขอให้ทุกท่านใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. หรือช้าลงกว่านี้อีก เพราะนอกจากจะปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวเองต่อชีวิตสัตว์ป่าที่อยู่ในพื้นที่ ได้ชื่นชมธรรมชาติ และศึกษาธรรมชาติที่สวยงาม แล้วอาจโชคดีได้พบเจอน้องๆสัตว์ป่าที่พบเจอได้ยากเช่นเจ้าของโพสต์นี้นะคะ...

ที่มา:https://www.facebook.com/100001387493893/posts/5179875028735362/

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชลประทาน แจงน้ำท่วม 'ชุมชนบางเค็ม' อ.เขาย้อย มาจากน้ำป่าราชบุรี ไม่ใช่เขื่อนปล่อยน้ำ

สำนักงานชลประทานที่ 14 ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีน้ำท่วมชุมชนบางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ยืนยันไม่ได้เกิดจากการระบายน้ำของเขื่อน

บันทึกหน้า 4

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายลงตามลำดับ ล่าสุด “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

บันทึกหน้า 4

ความคิด สถานการณ์อุทกภัยในหลายภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงเป็นวิกฤตการณ์ที่ต้องการการบริหารจัดการอย่างทันท่วงที การที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมากำชับให้เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยภายในสัปดาห์นี้

บันทึกหน้า 4

ฝนตกหนักสะสมข้ามคืน เปลี่ยนถนนหลายสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลให้จมบาดาล เมืองหลวงเจิ่งนองไปด้วยน้ำท่วมขังขยายวงกว้าง สิ่งที่ตามมาพร้อมมวลน้ำ ไม่ใช่แค่ความเสียหายทางทรัพย์สิน แต่คือ "บทเรียน" และ "ดรามา" สะท้อนภาพการบริหารจัดการในทุกระดับ

บันทึกหน้า 4

กรณีที่ นายวรชัย เหมะ แกนนำคนเสื้อแดง ออกมาเรียกร้องให้ยุติการจองล้างจองผลาญตระกูลชินวัตร พร้อมหยิบยกปมภาษีหุ้นชินคอร์ปและผลกระทบทางคดีขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง สอดรับกับกระแสสังคมต่อร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ซึ่งถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสร้างความปรองดอง ทว่า ในความเป็นจริงกฎหมายฉบับดังกล่าวไม่สามารถคุ้มครองหรือนิรโทษกรรมให้แก่

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การเมืองไฮไลต์จับตากับผลการวินิจฉัยของ กกต. คดีฮั้ว สว. ว่าจะส่งดำเนินการ 229 คนในวันที่ 14 ก.ย. หรือไม่ นอกจากการต่อสู้กันในเรื่องพยานหลักฐานแล้ว ยังมีการปั่นกระแสเพื่อกดดันการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระด้วย ทั้งในแง่การตีความกฎหมายกดดันและปล่อยข่าวลือต่างๆ เพื่อหวังผลทางการเมือง