
กลุ่มแม่ค้าอาหารตามสั่งในอำเภอเบตง จ.ยะลา ยังไม่ขึ้นราคาหวั่นลูกค้าไทย ต่างชาติ หายแต่หันมาปรับใช้พริกแห้งผสมพริกสด กระเทียม ผสมเพิ่มเพื่อให้เกิดความเผ็ดถูกใจลูกค้าตามเดิม วอนรัฐเร่งแก้ ไม่อยากให้เป็นการมาซ้ำเติมประชาชน
3 ก.ค.2565-ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจตลาดในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลาซึ่งเป็นอีกอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลาที่ภายหลังเกิดภาวะราคาพริกแห้ง กระเทียม มีราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัว ซึ่งบรรดา พ่อค้า แม่ค้า และประชาชน ชาวเบตง ส่วนใหญ่บอกว่าแพงเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ที่จากเดิมเคยซื้อพริกแห้งมาประกอบอาหารตามสั่งขายหรือใช้แกงที่บ้าน ในราคาไม่เกินกิโลกรัมละ 150 บาท แต่ปัจจุบันมีราคาพุ่งสูงขึ้น โดยพริกกระเหรี่ยงราคากิโลกรัมละ 200 บาท ส่วนพริกอินเดียกิโลกรัมละ 170 บาท โดยพริกกระเหรี่ยงและพริกอินเดีย พึ่งปรับราคาขึ้นโดยเดือนที่ผ่านมา
ขณะที่เปรียบราคาพริกในตลาดส่วนกลาง เช่น พริกขี้หนูสวน 150.00 บาท/กก. พริกยอดสน 60.00 บาท/กก. พริกยำแดง 60.00 บาท/กก. พริกกะเหรี่ยง 140.00 บาท/กก. พริกจินดาแดง 65.00 บาท/กก. พริกจินดาเขียว 57.50 บาท/กก. พริกเหลือง 80.00 บาท/กก. พริกหยวก 50.00 บาท/กก. พริกหวาน 120.00 บาท/กก. พริกไทยอ่อน 120.00 บาท/กก. พริกชี้ฟ้า 60.00 บาท/กก. โดยแม่ค้าร้านอาหารตามสั่ง ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ถือว่าราคาพริกแห้ง และกระเทียมมีราคาสูงมากเป็นประวัติการณ์ จากเดิมราคาไม่เกิน 150 บาทต่อกิโลกรัม แต่ปัจจุบันมีราคาสูงกว่า 170 – 200 บาท/กก.ส่วนกระเทียมจัมโบ้ จากเดิมราคากิโลกรัมละ 60 ปรับขึ้นเป็น 70 บาท/กก.กระเทียมหัวเล็กจากเดิมราคากิโลกรัมละ 50บาทปรับขึ้นเป็น 60 – 65 บาท/กก.ส่วนราคากระเทียมไทย ราคากิโลกรัมละ 80-100 ปรับขึ้นเป็น 120 บาท/กก. ซึ่งก็ทำให้พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ที่เป็นร้านอาหารตามสั่งนับสิบแห่ง ต้องได้รับผลกระทบเพราะมีรายจ่ายต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ก็ต้องจำใจรักษาลูกค้าไว้ ที่จะปรับราคาขึ้นไม่ได้ ยังต้องขายราคาเดิม และเมนูไหนที่ต้องใช้พริกแห้งก็ต้องหันมาปรับเปลี่ยนใช้พริกสดประกอบอาหารแทน และใช้พริกแห้งมาผสมเพิ่มเพื่อให้เกิดความเผ็ดถูกใจลูกค้าตามเดิม
ประชาชนรายหนึ่ง กล่าวว่า ภายหลังจากการที่โควิด-19 ระบาดมากว่า 2 ปี ประชาชนส่วนใหญ่ก็หนักพอแล้ว และหากมีการขึ้นราคาข้าวของเครื่องใช้ อาหารบริโภค ตามมาสูงขึ้นอีก ก็เห็นใจพ่อค้า แม่ค้า ที่ต้องซื้อของมาขายที่ต้นทุนแพงขึ้น ตนเองขอบบอกว่าของแพงทุกอย่าง แต่ก็จำเป็นต้องซื้อไปกิน ไปขาย จึงอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเพื่อเป็นการช่วยเหลือเพิ่มเติมตามที่มีมาตรการหลายๆ มาตรการออกมาในช่วงที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นคนละครึ่ง เราชนะ อะไรต่างๆในลักษณะนี้ให้เพิ่มมากขึ้นตามมา ให้เหมาะสมตามภาวะเศรษฐกิจที่สินค้าเกือบทุกอย่างปรับราคาขึ้นแพงในขณะนี้ตามมาด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เบตงอบอวลพลังศรัทธา ชาวมุสลิมร่วมละหมาดอีดิ้ลอัฎฮา ทำกุรบานแบ่งปันผู้ยากไร้
ชาวไทยมุสลิมในอำเภอเบตง จ.ยะลา ร่วมประกอบพิธีละหมาดวันอีดิลอัฎฮาอย่างพร้อมเพรียง ก่อนสวมกอดขอมาอัฟ ทำกุรบาน และแบ่งปั
ตึงเครียด กอ.รมน.ภาค 4 เร่งควบคุมพื้นที่ บ้านลูโบ๊ะปันยัง หลังเจรจาผู้ก่อเหตุไม่สำเร็จ
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โพสต์ข้อความระบุว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง บริเวณ บ้านลูโบ๊ะปันยัง ตำบลกาบัง อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา
กรุงไทยแทบแตก! คนเบตงแห่ขอช่วยยืนยันสิทธิ 'ไทยช่วยไทยพลัส'
บรรยากาศบริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาสุขยางค์ อ.เบตง พบว่ามีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาต่อคิวรอ โดยใช้รองเท้ามาตั้งเพื่อแสดงคิวเพื่อเข้าใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนธนาคารเปิดทำการ
ยะลาคุมเข้มชายแดนไทย-มาเลย์ สกัดเป้าหมายความมั่นคงหลังไฟใต้ปะทุถี่
ฝ่ายความมั่นคงยะลายกระดับเฝ้าระวังแนวชายแดนไทย-มาเลเซียและย่านเศรษฐกิจ หลังเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สั่ง
พาณิชย์คุมเข้มราคาสินค้าพลาสติก
พาณิชย์ประชุมติดตามสถานการณ์เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก วางแนวทางดูแลปริมาณ–ราคา–การใช้พลาสติกอย่างเหมาะสม
กรมการปกครอง เล่าที่มา 'รถพุ่มพวง' ตลาดเคลื่อนที่ ลดค่าครองชีพ เข้าถึงปชช.พื้นที่ห่างไกล
รถเร่ขายของจะมีมานาน แต่ยุคที่รถพุ่มพวงแพร่หลายและกลายเป็นสัญลักษณ์ของสังคมไทยอย่างแท้จริง คือช่วง พ.ศ. 2531 - 2534 ในสมัยรัฐบาล พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ

