
ช่วงหลังไม่ค่อยมีข่าวคราวนักโทษคดี ม.๑๑๒ ที่อยู่ในคุกเลยครับ
คงเพราะกระแสหดหาย ไร้คนสนใจ
แม้กระทั่งคนที่อ้างว่าเคยร่วมต่อสู้มาด้วยกัน ก็หันไปสนใจเรื่องอื่นๆ มากกว่าที่จะมองกลับเข้าไปในคุก
ไม่เหมือนตอนขึ้นเวทีปราศรัย เมื่อหลายปีก่อนเลยครับ
ช่วงนั้นฮึกเหิมตามแรงเชียร์
เชียร์ร้อยแสดงล้าน!
สิ่งที่ไม่ควรทำก็ทำ ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าเสี่ยงที่จะละเมิด ม.๑๑๒ แต่การอยู่บนเวที มีพวกยุส่งอยู่ข้างล่าง บรรยากาศมันพาไป
ยิ่งเชียร์เสียงดังเท่าไหร่ยิ่งคึกมากเท่านั้น
พูดเสร็จนอนหลับไม่เต็มตื่นตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เพราะรู้แล้วว่า พลาด!
วานนี้ (๕ สิงหาคม) เพจ "อานนท์ นำภา" โพสต์ข้อความ ถึงเพื่อนที่รักและคิดถึงทุกคน
ใจความในจดหมายมีดังต่อไปนี้ครับ...
------------
"...จดหมายฉบับนี้ผมเขียนขึ้นด้วยความลำบากใจอย่างยิ่ง ที่ว่าลำบากใจก็เพราะชะตากรรมที่พวกเรานักโทษการเมือง ม.๑๑๒ ตอนนี้กำลังตกอยู่ในความยากลำบาก ต้องการความช่วยเหลือแต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าต้องการให้เพื่อนๆ ช่วยเหลืออย่างไร เรื่องนี้มันเกินกว่ากำลังของพวกเราและอาจเกินกว่ากำลังของเพื่อนๆ ดังนั้น จดหมายฉบับนี้จึงอาจเป็นเพียงการบอกเล่าความกังวลในอันตรายที่กำลังจะเกิดกับพวกเรานักโทษการเมือง ม.๑๑๒ ในเรือนจำขณะนี้
เมื่อปลายเดือนที่แล้ว เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะย้ายนักโทษการเมือง ม.๑๑๒ กระจายไปในแต่ละแดน ไม่ให้อยู่ด้วยกัน เรื่องนี้พวกเราเป็นกังวลเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้พวกเราเคยถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ปกปิดชื่อบุกเข้ามาพยายามอุ้มพวกเรากลางดึกเมื่อปี ๒๕๖๔ และถูกกดดันให้ขออภัยโทษเฉพาะรายตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นมา โดยอ้าง 'ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง' แต่ถูกพวกเราปฏิเสธ กระทั่งเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยได้มีการเปลี่ยนชุดผู้บริหารเรือนจำ ได้มีการพยายามแยกขังพวกเราออกจากกัน ผมขอเล่าบรรยากาศในเรือนจำให้ฟังสักนิดเพื่อที่เพื่อนๆ จะได้เห็นภาพว่าในเรือนจำมันน่ากลัวเพียงใดถ้าพวกเราถูกแยกขัง แยกแดน
ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะมีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี ๒ รอบใน ๑ วัน คือเวลา ๑๘.๑๕ น. และเวลา ๐๕.๔๕ น. ใช่! เพื่อนๆ ฟังไม่ผิด เขาเปิดอย่างนั้นจริงๆ บรรยากาศเช่นนี้มันช่างเย็นยะเยือกยิ่งสำหรับพวกเรานักโทษการเมือง ม.๑๑๒ ซึ่งถูกกล่าวหาว่า 'ล้มเจ้า' ซึ่งเคยมีเพื่อนเราที่ขังแยกแดนถูกนักโทษคดีทั่วไปทำร้ายร่างกายเพราะไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีตามเวลาที่เรือนจำกำหนดมาแล้ว ตอนนี้เพื่อนคนนั้นถูกย้ายไปขังที่เรือนจำโทษประหาร (บางขวาง)
ความเปราะบางนี้น้อยคนที่จะเข้าใจหากไม่ได้เผชิญในสภาวะจริงเช่นพวกเรา การขังรวมกันไม่ได้รับประกันว่าพวกเราจะไม่ถูกทำร้ายหรือถูกฆ่า แต่จะเป็นหลักประกันว่า หากมีการส่งคนเข้ามาทำร้ายหรือเข้ามาฆ่าพวกเรา ก็ต้องฆ่าทั้งหมด เพราะถ้าฆ่าไม่หมดคนที่เหลืออยู่จะออกมาบอกเล่าว่าพวกเราถูกกระทำย่ำยีอย่างไร
ชะตากรรมของนักโทษการเมือง ม.๑๑๒ ในระบอบสีน้ำเงินภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย นกที่ถูกขังในกรง ธุลีดินโปรยลงน้ำ มันจะไปเหลืออะไร ผมจึงลำบากใจที่จะเขียนจดหมายฉบับนี้ เพราะจะบอกว่าอยากขอให้เพื่อนๆช่วย ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะให้ช่วยอย่างไร มรสุมนี้มันใหญ่เสียเหลือเกิน
รักและคิดถึงทุกคน
อานนท์ นำภา
นักโทษการเมือง ม.๑๑๒..."
-------------
ก่อนอื่นเลยครับ ตามกฎหมายและระเบียบของ กรมราชทัณฑ์ นักโทษหรือผู้ต้องขังไม่สามารถสื่อสารกับสาธารณะได้อย่างอิสระ
การติดต่อสื่อสารทั้งหมดถูกจำกัดอย่างเข้มงวด โดยอนุญาตให้ติดต่อได้เฉพาะบุคคลในครอบครัวหรือญาติที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น
ห้ามติดต่อกับบุคคลทั่วไปหรือสาธารณชนโดยตรงเพื่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยภายในเรือนจำ
ฉะนั้นโพสต์นี้ "อานนท์" มิได้โพสต์เอง แต่ฝากบุคคลที่เข้าไปเยี่ยมนำข้อความออกมาโพสต์
ทำได้หรือไม่
น่าคิดครับ
เพราะเคยมีนักกฎหมายบอกว่า ไม่มีกฎหมายห้าม แต่บุคคลภายนอกที่รับข้อความไปโพสต์ หากเนื้อหามีลักษณะใส่ความ หมิ่นประมาท บิดเบือนความจริง หรือขัดต่อกฎหมาย
เช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือประมวลกฎหมายอาญา
ผู้โพสต์ลงระบบคอมพิวเตอร์จะต้องรับผิดชอบทางกฎหมายด้วยตนเอง
ทีนี้ไปดูเนื้อหาการโพสต์
กรมราชทัณฑ์ รับไปเต็มๆ
การกล่าวหาว่าจะมีการฆ่านักโทษ ม.๑๑๒ ในคุก ถือว่าร้ายแรงนะครับ กรมราชทัณฑ์ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน
ถ้าเป็นเรื่องจริงจะปล่อยไว้ไม่ได้ เพราะมันผิดกฎหมาย
ไม่ว่าใครก็ตามไม่มีสิทธิ์ไปฆ่านักโทษในคุก
ถ้าไม่จริง กรมราชทัณฑ์ ต้องฟ้องร้องเพจ อานนท์
ใครเป็นคนโพสต์คนนั้นต้องรับผิดชอบ
ที่จริงจดหมายฉบับนี้หวังผลทางการเมืองชัดๆ
ถ้านักโทษในคุกสามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองได้ ด้วยการปล่อยให้ พรรคพวกที่อยู่ข้างนอก ใช้เพจของนักโทษเป็นเครื่องมือ แบบนี้อันตรายครับ
ไม่ต่างจากปลุกกระแสให้มีการชุมนุมอีกครั้ง
เป็นออเดอร์จากคุก!
และการที่จดหมาย พาดพิงไปถึงระบอบสีน้ำเงิน ก็ยิ่งชัดเจนว่า นี่คือการปลุกระดม สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวนอกคุก
เป้าหมายคืออะไร?
คือการล้มรัฐบาลอนุทิน
ขณะนี้มีชุดความเชื่อในมวลชนสีส้มว่า รัฐบาลอนุทินกำลังจะสร้างความเสียหายให้ประเทศอย่างใหญ่หลวง ถ้าปล่อยไปประเทศจะย่อยยับ
ทั้งเรื่องบริหารไม่เป็นเศรษฐกิจตกต่ำ เรื่องทุจริต เรื่องทุนเทา
ต้องสกัดอย่างเร่งด่วน
ถึงขนาดร่วมมือกับ "เขียว" ได้
การเมืองเปลี่ยนไปเร็วครับ ความเชื่อของคนก็เปลี่ยนอย่างน่าอัศจรรย์
ก่อนเลือกตั้ง "ส้ม" กับ "เขียว" อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ด้วยซ้ำ มาวันนี้พร้อมร่วมชายคา
ก็...ขอแสดงความยินดีกับฝ่ายประชาธิปไตยหัวก้าวหน้าครับ
ก้าวต่อไปอย่าหยุด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บังคับนายกฯ!
กระหึ่ม! "น้องเนเน่" ทำได้ เป็นแชมป์ America’s Got Talent Season 21 ใครๆ ก็พากันแสดงความยินดี
สถาบันนอกรีต
จะว่าไปแล้วการเมืองไทยก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร หากเทียบกับการเมืองอเมริกาวันนี้ คงผ่านหูผ่านตาไปแล้วกับการกล่าวสุนทรพจน์ของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ในที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ ที่มหานครนิวยอร์ก
ความลับที่ห้องจูปิเตอร์
สุดจริงๆ ครับฝ่ายค้านยุคนี้ ไร้เอกภาพอย่างสิ้นเชิง แต่นั่น ไม่ใช่สิ่งที่พรรคส้มเขาต้องการอยู่แล้ว เสียงในสภาฯ ไม่ใช่สิ่งที่พรรคส้มคาดหวังมาตั้งแต่แรก เพราะโหวตอย่างไรก็แพ้
จะยุบภูมิใจไทย
การบ้านการเมืองช่วงนี้ เหมือนค็อกเทลกำลังถูกเขย่าให้กลมกล่อม ถ้าส่วนผสมพอดี ท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพทันที แต่หากขาดๆ เกินๆ คงได้เห็นภาพหนีเสือปะจระเข้
กูไม่กลัวมึง
ช่วงนี้สภาสูงประเทศไทยฮอตครับ “...ดิฉันอยากจะกระซิบดังๆ ว่า กูไม่กลัวมึง...” นั่นคือคำพูดของ สว.พันธุ์ใหม่ “นันทนา นันทวโรภาส”
ถ้าแก้ได้...อยู่ยาว
ประเทศต้องเดินหน้าต่อไปครับ วานนี้ (๑๘ กันยายน) มีประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙ ที่นายกฯ อนุทิน เป็นประธาน

