'ไผ่ดาวดิน-เพนกวิน' รายงานตัวศาลขอนแก่น คดีฝ่าพรก.ฉุกเฉิน ลุ้นตัดสินปลายปีนี้

ไผ่ ดาวดิน - เพนกวิน รายงานตัวต่อศาลขอนแก่น ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา จากการชุมนุมปี 63 ก่อนศาลปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมนัดฟังคำพิพากษา ธ.ค.นี้

6 ก.ค.2565 - เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ศาลแขวงจังหวัดขอนแก่น ได้มีการนัดสืบพยานระหว่างโจทก์คือพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น กับ จำเลย ประกอบด้วย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน, นายธนภณ เดิมทำรัมย์ หรืออาร์ตยุ่น, นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือเซฟ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร และนายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีกิจกรรม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกัน หรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกันในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค กระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ

สืบเนื่องจากการชุมนุมที่สวนรัชดานุสรณ์ ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดขอนแก่น สถานที่ที่กลุ่มขอนแก่นพอกันทีและกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นได้กำหนดจัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ “อีสานบ่ย่านเด้อ” เรียกร้อง 3 ข้อต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยการหยุดคุกคามประชาชน-ยุบสภา-ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2563

โดยทันที ที่จำเลย 5 คน ประกอบด้วย นายจตุภัทร์ , นายธนภณ , นายวชิรวิทย์ ,นายพริษฐ์ และนายปฏิวัติ เดินทางมาถึง ได้เข้ารายงานตัวต่อศาล ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนของการตรวจสำนวนสั่งฟ้อง โดยศาลได้พิจารณานานกว่า 3 ชั่วโมง จึงอนุญาตให้จำเลยทั้ง 5 คนเดินทางกลับ ตามการขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักทรัพย์

นายพัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า เป็นการนัดสืบพยานตามเวลาที่ศาลกำหนด วันนี้ศาลได้มีคำสั่งนัดสืบพยานฝ่ายจำเลย โดยผู้ต้องหายังคงปฏิเสธ 3 ข้อกล่าวหา ทั้งเรื่องการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรค และการไม่ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง เนื่องจากเป็นการชุมนุมตามสิทธิและหน้าที่ตามหลักรัฐธรรมนูญ ซึ่งการที่ทุกคนมีคดีจากพื้นที่ต่างๆ และศาลมีคำสั่งจำเลยแต่ละคนแตกต่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทีมทนายความจะต้องตรวจสอบเอกสาร และรายละเอียด ตามศาลท่านที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักทรัพย์ และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 ธ.ค.

ด้านนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน กล่าวว่า วันศาลนัดสืบพยานจำเลย จึงเดินทางมาเบิกความ โดยศาลจะพิพากษาในเดือน ธ.ค. ซึ่งโดยส่วนตัวไม่กังวล เพราะเป็นการแสดงออกตามกฎหมาย

"ในปี 2563 เป็นต้นมา รัฐใช้กฎหมายเป็นเครืองมือ ในการจำกัดสิทธิการแสดงออก การรวมตัว การรวมกลุ่ม วิพากษ์ วิจารณ์รัฐ เพราะเห็นว่าเมื่อมีการรวมตัวก็ทำให้เห็นพลัง จึงใช้กฎหมายในการผลักภาระให้ศาลตัดสินใจ ซึ่งที่จริงรัฐต้องรับฟังเสียงประชาชน แต่กลับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เริ่มแล้ว! ปชช.ทยอยใช้จ่ายผ่าน 'ไทยช่วยไทยพลัส' ตลาดจอมพลขอนแก่นแม่ค้าเข้าร่วมกว่า 95%

ตลาดจอมพลขอนแก่นคึกคัก ร้านค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสกว่า 95%  ขณะที่ลูกค้าซื้อของเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

พายุถล่มบ้านไผ่ ขอนแก่น หลังคาบ้านปลิวว่อน เสียหาย 19 หลัง

นายเสกสม ลินดาพรประเสริฐ นายอำเภอบ้านไผ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ ต แคนเหนือ และ ต.หนองน้ำใส หลังได้รับรายงานความเสียหายจากผู้นำชุมชน ซึ่งจากการสำรวจความเสียหายในภาพรวมพบว่า ได้รับความเสียหายรวมทั้งหมด 19 ครัวเรือน จาก 2 ตำบล ประกอบด้วย ต.แคนเหนือ ม.1 และ ม. 2 ได้รับความเสียหายบางส่วน 15 หลังคาเรือน

เริ่มแล้ว! ขอนแก่นจัดยิ่งใหญ่ 'คาร์นิวัลหมอลำ' 3 วัน 3 คืน

ขอนแก่น เปิดฉากยิ่งใหญ่ คาร์นิวัลหมอลำ สู่เวทีโลก จัดเต็มแสง สี เสียง 3วัน 3 คืน วธ.ย้ำชัด ดันหมอลำอีสานสู่เวทีโลก-เดินหน้าผลักดันขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมยูเนสโก รักษามรดกภูมิปัญญาหมอลำ

รวบพนักงานขับรถน้ำมัน แอบดูดดีเซลใส่ถังส่งขายกลางป่า

พ.ต.อ.ณัฏฐ์ โหม่งพุฒ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ และศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ภาค 4 นำกำลังจู่โจมเข้าจับกุม แก๊งมดขยัน กำลังลักลอบถ่ายเทน้ำมันดีเซลจากรถบรรทุกน้ำมันบริษัทเอกชนชื่อดัง กลางป่าละเมาะ ด้านหลังจุดพักรถหมวดทางหลวงบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ลับตาคนและเหมาะแก่การก่อเหตุ กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน ขณะที่พนักงานขับรถ กำลังแอบดูดน้ำมันดีเซลจากรถนายจ้างใส่แกลลอนให้กับนายทุนที่รับซื้อ