
อำนาจเจริญพบติดเชื้อใหม่อีก 7 ราย และเสียชีวิต 1 ราย จังหวัดออกประกาศคุมเรื่องเข้ามาในพื้นที่ อึ้ง! ฉีดวัคซีนยังไม่ถึง 50%
03 พ.ย.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์โควิด – 19 จังหวัดอำนาจเจริญ ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญว่า มีผู้ป่วยยืนยัน 7 ราย เป็นผู้ติดเชื้อภายนอกจังหวัดเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที ที่มาถึง จำนวน 1 ราย ที่ อ.ปทุมราชวงศา เป็นผู้ติดเชื้อภายในจังหวัด จำนวน 6 ราย ที่หมู่ 8 ต.นาผือ อ.เมืองอำนาจเจริญ จำนวน 2 ราย เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ป่วยหมู่ที่ 8 ต.นาผือ อ.เมืองอำนาจเจริญ ที่หมู่ 7 ต.คึมใหญ่ อ.เมืองอำนาจเจริญ จำนวน 1 ราย เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ผู้ป่วยหมู่ที่ 7 ต.นาผือ อ.เมืองอำนาจเจริญ ที่หมู่ 4 ต.นาจิก อ.เมืองอำนาจเจริญ จำนวน 1 ราย เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงผู้ป่วยหมู่ที่ 4 ต.นาจิก อ.เมืองอำนาจเจริญ ที่หมู่ 15 ต.เสนางคนิคม อ.เสนางคนิคม จำนวน 1 ราย และที่หมู่ 5 ต.คำพระ อ.หัวตะพาน จำนวน 1 ราย(บิดาและน้อง เดินทางกลับมาจาก จ.ชลบุรี รวมมีผู้ป่วยสะสม ระลอก 3 จำนวน 3,030 ราย ติดเชื้อจากภายนอกจังหวัดอำนาจเจริญ สะสม จำนวน 2,745 ราย ติดเชื้อภายในจังหวัดอำนาจเจริญ สะสม จำนวน 285 ราย กำลังรักษา จำนวน 40 ราย ที่โรงพยาบาล จำนวน 37 ราย โรงพยาบาลสนาม จำนวน 0 ราย Home Isolation จำนวน 3 ราย Community Isolation จำนวน 0 ราย มีผู้หายป่วยเพิ่ม จำนวน 11 ราย รวมหายป่วย ระลอก 3 จำนวน 2,964 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เพศหญิง อายุ 70 ปี มีโรคประจำตัว ติดเชื้อภายในครอบครัว ภูมิลำเนา อ.ลืออำนาจ มีผู้เสียชีวิตสะสม จำนวน 26 ราย คือ ที่ อ.เสนางคนิคม จำนวน 3 ราย อ.พนา จำนวน 5 ราย อ.เมืองอำนาจเจริญ จำนวน 6 ราย อ.ชานุมาน จำนวน 4 ราย อ.หัวตะพาน จำนวน 3 ราย อ.ลืออำนาจ จำนวน 2 ราย และ อ.ปทุมราชวงศา จำนวน 3 ราย
ด้าน นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นตัวแทนรับมอบถุงยังชีพ จากสมาคมประชาคมคนตาบอดไทย เพื่อนำไปมอบให้กับผู้พิการทางสายตา ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19) ซึ่งสมาคมประชาคมคนตาบอดไทย ได้จัดทำโครงการช่วยเหลือคนตาบอด ที่ได้ผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID 19) เพื่อช่วยเหลือเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนแก่คนตาบอดที่ได้ผลกระทบดังกล่าวฯ ในส่วนของจังหวัดอำนาจเจริญ ได้รับจัดสรรถุงยังชีพพร้อมเงินจำนวน 500 บาท จำนวน 63 ถุง และถุงยังชีพอีก จำนวน 126 ถุง โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นคนคัดเลือกลุ่มเป้าหมาย ผู้พิการทางสายตาในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพื่อส่งมอบถุงยังชีพ จากสมาคมประชาคมคนตาบอดไทย ให้กับกลุ่มเป้าหมายต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีประกาศจังหวัดอำนาจเจริญ โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอำนาจเจริญ กำหนดมาตรการเดินทางเข้ามาในจังหวัดอำนาจเจริญ ดังนี้ 1.ผู้ที่เดินทางกลับมาจากจังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดและจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร กระบี่ พังงาน และภูเก็ต ต้องปฏิบัติดังนี้ 1.จะต้องแจ้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ล่วงหน้า ก่อนเข้าพื้นที่อย่างน้อย 1 วัน 2.ให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ พร้อมบันทึกประวัติการเดินทาง และการกักกันตัว 14 วัน และ 3.สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย 2 เข็ม ไม่น้อยกว่า 14 วัน และมีผลตรวจ ATK จากหน่วยบริการไม่เกิน 24 ชั่วโมง ไม่ต้องกักตัว โดยต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อทันที และต้องดูแลป้องกันตนเอง ตามมาตรการ Self Quarantine(แยกอยู่ แยกกิน แยกของใช้)และไม่กระทำการอันใดอันเป็นการเสี่ยงต่อการแพร่โรค ภายใต้การกำหนด ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรตติดต่อ ในพื้นที่นั้น
2.ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสด 1.ให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ พร้อมบันทึกประวัติการเดินทาง และกักกันตัว 10 วัน 2.ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว โดย ผู้ได้รับวัคซีนมาแล้ว 2 เข็ม หรืออย่างน้อย 1 เข็ม ไม่น้อยกว่า 14 วันและมีผลตรวจ ATK จากหน่วยงานบริการไม่เกิน 24 ชั่วโมง ไม่ต้องกักกันตัว โดยต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อทันที และต้องดูแลป้องกันตนเอง ตามมาตรการ Self Quarantine (แยกอยู่ แยกกิน แยกข้า) และไม่กระทำการใดอันเป็นการเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ภายใต้การกำกับดูแล ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่นั้น
3. ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุม 1.ให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ พร้อมบันทึกประวัติการเดินทาง และกักกันตัว 7 วัน 2. ผู้ที่ได้รับวัคซีนมาแล้ว 2 เข็ม หรืออย่างน้อย 1 เข็ม ไม่น้อยกว่า 14 วัน และมีผลตรวจ ATK จากหน่วยบริการ ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ไม่ต้องกักกันตัว โดยต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อทันที และต้องดูแลป้องกันตนเองตามมาตรการ Self Quarantine (แยกอยู่ แยกกิน แยกของใช้) และไม่กระทำการใดอันเป็นการเสี่ยงต่อการแพร่โรค ภายใต้การกำกับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่นั้น และ 4.ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุดและพื้นที่เฝ้าระวัง ไม่ต้องกักตัว
โดยให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ พร้อมบันทึกประวัติการเดินทางและต้องดูแลป้องกันตนเองตามมาตรการ Self Quarantine (แยกอยู่ แยกกิน แยกของใช้) และไม่กระทำการใดอันเป็นการเสี่ยงต่อการแพร่โรคภายใต้การกำกับตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่นั้น
สำหรับผลการดำเนินการให้บริการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโรโคนา 2019 ของจังหวัดอำนาจเจริญ เป้าหมายทั้งหมด 379,995 ราย ได้รับวัคซีนแล้ว 179,780 ราย คิดเป็นร้อยละ 47.31%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
2 ปียังสอบไม่เสร็จ! กกต. แจงเส้นเงิน 8.6 แสน นักการเมืองอำนาจเจริญโอนให้เจ้าหน้าที่ กกต. อยู่ในสำนวน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจง กรณีมีการเปิดเผยข้อมูลในคดีฮั้วสว. พบเส้นทางการเงินในจังหวัด อำนาจเจริญ โดยมีการโอนเงินจากบุคคลรายหนึ่งไปยังพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ของสำนักงานกกต. จำนวน 13 ครั้ง
'ไอติม' ไล่บี้ 'ป.ป.ช.' อย่าชะลอการตรวจสอบฮั้วสว.สีน้ำเงิน
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์
'ไอติม' กาหัว 'กกต.' แจงเส้นเงินนักการเมืองท้องถิ่นซุ้ม 'สุขสมรวย'
'ไอติม' ให้เวลา กกต. 1-2 วัน แจงเส้นเงิน 8 แสนของ 'ญานี' นักการเมืองท้องถิ่นซุ้ม 'สุขสมรวย' โอนเข้ากระเป๋าพนักงานสอบสวน กกต. ช่วงเลือก สว. จี้ เร่งชี้แจง-ส่งศาลฟันฮั้ว เตือนอย่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่
หมอมนูญ เตือนผู้สูงอายุ 'ไข้หวัดใหญ่' อาการหนักกว่า 'โควิด-19' แนะฉีดวัคซีนปีละเข็ม ลดรุนแรง
ช่วงนี้พบคนไทยติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เยอะมาก คนสูงอายุมีโรคประจำตัวหลายโรคที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เวลาติดเชื้อ บางคนอาการหนัก
'สว.สมพาน' เอาจริง! แจ้งความ 'ยิ่งชีพ' คดีหมิ่นประมาท
มาตามนัด! “สว.สมพาน” แจ้งความ ”ยิ่งชีพ“ ที่อำนาจเจริญ ชี้ ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ จุ 200 คนไม่ได้เหมือนห้องจูปิเตอร์ ย้ำ! เชื่อหลักกฎหมายของ กกต.มากกว่า ”หลักไอลอร์”
เอาแล้ว! สว.อำนาจเจริญ จ่อแจ้งความ ‘ยิ่งชีพ’ อัดอย่าหาคดีเพิ่ม
“สว.อำนาจเจริญ” จ่อแจ้งความ “ยิ่งชีพ” กล่าวหาขาดคุณสมบัติ ชี้ กกต.ปัดตกคำร้องนานแล้ว แนะอย่าสู้คดีด้วยการหาคดีเพิ่ม พร้อมสงสัยทำคอนเทนต์มีวัตถุประสงค์ใดแอบแฝงหรือไม่

