งานเลี้ยงเลิกรา

สัปดาห์สุดท้ายปลายเดือนกันยายน ช่วงเวลาแห่งการเกษียณอายุราชการประจำปี 2569 แวดวง “สีกากี” ปีนี้ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พร้อมพล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นตัวแทนตำรวจเกษียณอายุราชการ เข้าร่วมพิธีอำลาชีวิตราชการ ภายใต้ชื่องาน “เกียรติยศฝากไว้...ให้แผ่นดิน” ณ ลานฝึกศรียานนท์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม ทั้งพิธีสวนสนามและพิธีเชิญธงพิทักษ์สันติราษฎร์ลงจากยอดเสา “ผบ.ต่าย” กล่าวอำลาชีวิตราชการสะท้อนภาพอย่างน่าสนใจตอนหนึ่ง “...บนเส้นทางชีวิตราชการ

กว่า 38 ปีที่ผ่านมา ได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้งว่าการเป็นข้าราชการตำรวจมิใช่เพียงการประกอบอาชีพ หากแต่คือการได้รับมอบหมายหน้าที่อันทรงเกียรติ ในการพิทักษ์รักษาความสงบเรียบร้อย ปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และยืนหยัดเคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติคือบ้านหลังใหญ่ที่มอบทั้งประสบการณ์ บทเรียน ความรัก ความอบอุ่น มิตรภาพ และความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต เมื่อถึงวันที่ต้องถอดเครื่องแบบ ผมเพียงจะถอดเครื่องแบบออกจากกาย แต่ไม่มีวันถอดความเป็นตำรวจออกจากหัวใจ...” นี่แหละสัจธรรมเตือนใจรุ่นน้องๆ 

ก่อนการผลัดใบส่งไม้ต่อ “ผู้นำสีกากี” ผบ.ต่าย ฝากอุดมการณ์ 6 ข้อ ไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในการปฏิบัติหน้าที่ 1.จงรักษาเทิดทูนสถาบันหลัก ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้มั่นคง 2.จงรักษาความซื่อสัตย์สุจริตเหนือสิ่งอื่นใด 3.จงทำงานด้วยความเสียสละ อดทน และไม่ประมาท 4.จงเคารพประชาชน เพราะตำรวจมีหน้าที่รับใช้และดูแลทุกข์สุขของประชาชน 5.จงอย่ายึดติดกับยศ ลาภ และตำแหน่ง 6.จงรักษาเกียรติของเครื่องแบบตำรวจ ด้วยการประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ชอบและสิ่งที่ควร บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ว่าที่ ผบ.ตร.คนต่อไป เป็นตัวแทนสดุดีแด่ผู้เกษียณอายุราชการตอนหนึ่ง “...ตลอดระยะเวลาอายุราชการของทุกท่านจนถึงวันนี้ อาชีพตำรวจถือเป็นอาชีพที่ต้องเผชิญกับปัญหา อุปสรรค และความยากลำบากต่างๆ มากมาย ต้องพบเจอกับสิ่งที่ท้าทาย และเสี่ยงภยันตรายรอบด้าน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง อดทน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ โดยยึดถืออุดมคติตำรวจเป็นหลักในการครองตน ครองคน ครองงาน ตลอดระยะเวลาชีวิตราชการตำรวจ...” ปิดฉากงานเลี้ยงอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน

นี่สิ...ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แท้จริง ไม่ว่าคดีใหญ่ คดีเล็ก ต้องช่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน ไม่มีเลือกปฏิบัติ คดีที่มีเจ้าของร้านผู้เสียหาย วัย 34 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยโสธร จว.ยโสธร คนร้ายก่อเหตุลักถังแก๊สที่วางเอาไว้บริเวณหน้าร้านช่วงเช้ามืดวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองยโสธร ไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดที่เกิดเหตุและตรวจสอบเส้นทางหลบหนี จนทราบว่าบุคคลที่ก่อเหตุดังกล่าวคือนายนัท จากนั้น พ.ต.ต.ธนาวิทย์ สิทธินาม สว.สส.สภ.เมืองยโสธร พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.เมืองยโสธร จึงเดินทางไปตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ที่ ม.3 ต.น้ำคำใหญ่ อ.เมืองยโสธร ซึ่งเป็นบ้านพักของผู้ต้องหา พบตัวและรถจักรยานคันที่ใช้ในการก่อเหตุจอดอยู่ที่หน้าบ้าน รวมทั้งเสื้อและกางเกงที่ใส่ไปก่อเหตุ จึงจับกุมและตรวจปัสสาวะผู้ก่อเหตุผล พบสารเสพติดในร่างกาย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองยโสธร แจ้งหาข้อลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต ดำเนินคดีตามกฎหมาย...ปรบมือให้ดังๆ ที่ตำรวจโรงพักเมืองยโสธรไม่มองผ่านคดีนี้ แม้ของที่หายจะเป็นเพียงถังแก๊ส แต่ก็เป็นอุปกรณ์ทำมาหากินของชาวบ้าน เป็นอีกหนึ่งผลงานทิ้งทวนก่อนเกษียณของ พล.ต.ต.ภิรมย์ สวนทอง ผบก.ภ.จว.ยโสธร ในการดูแลลูกน้องและประชาชนได้เป็นอย่างดี

เสียงขานรับเป็นบวก สำหรับ “รองคิ้ว” พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน ว่าที่แม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า  (ผอ.รมน.ภาค 4 สน.) แม้ไม่ได้เป็นคนของกองทัพภาคที่ 4 มาแต่เก่าก่อน แต่งานสนามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกได้ว่า “คร่ำหวอด” มาร่วม 30 ปี ในช่วงที่ผ่านมาเคยดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับกองพันกองพันรบพิเศษที่ 1 กรมรบพิเศษที่ 4, ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 4 รับผิดชอบพื้นที่ปลายด้ามขวาน ภารกิจหลักคือ “งานข่าว” เรียกว่าในช่วงสถานการณ์ไฟใต้ที่คุกรุ่นมาตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ปล้นปืนที่ “ค่ายปิเหล็ง” ทุกโครงสร้างที่นำการแก้ไขปัญหา ไล่มาตั้งแต่ พตท.43, กอ.สสส.จชต. หรือแม้กระทั่งช่วงที่มีการตั้งกองพลพัฒนาและพิทักษ์ทรัพยากร  จนมาถึงปัจจุบันที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน. และกำลังเขย่าโครงสร้างใหม่ให้ “การเมือง” เป็นพระเอกนำ โดยมีคณะผู้แทนพิเศษที่มี รมต.สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นประธานคณะกรรมการ กำลังเดินหน้าโครงการนำร่อง 14 อำเภอชายแดนเป็นหัวหน้าทีมนำฝ่ายความมั่นคง คาดว่า “รองคิ้ว” น่าจะผ่านมาหมดแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม “ปัญหาไฟใต้” มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ การเปลี่ยนแม่ทัพหรือเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ไม่ใช่เครื่องการันตีว่า “การก่อเหตุ” จะลดลงหรือหายไป เพราะจุดมุ่งหมายของ “บีอาร์เอ็น” ยังดำรงอยู่ ดังนั้นการเปลี่ยนแม่ทัพฯ จึงไม่ใช่สูตรสำเร็จว่าจะแก้ปัญหาให้จบลงได้

อีกคนที่ถูกหมุนลงไปทำหน้าที่ ผบ.ฉก.นราธิวาส ในวันที่ 1 ต.ค. คือ “รองเทพ” พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร รองแม่ทัพภาคที่ 1 แทน “รองด้วง” พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ที่จะกลับมาทำหน้าที่รองแม่ทัพส่วนกลางต่อไป  ทั้งสองคนล้วนมีประสบการณ์ในพื้นที่มาแล้ว เพราะกองทัพภาคที่ 1 เคยส่งกำลังจากส่วนกลางลงมาปฏิบัติหน้าที่ในช่วงหนึ่ง ในนามของ "ฉก.เพชราวุธ” เพียงแต่สถานการณ์ในพื้นที่และกลุ่มบุคคลที่อยู่ในขบวนการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา “ภาพข่าว” จึงไม่เหมือนในอดีต อีกทั้งกำลังของกองทัพภาคที่ 1 จะจัดจากกองพลทหารราบที่ 9 กองพลทหารราบที่ 11 ซึ่งส่งกำลังไปสนับสนุนในภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา  ก็ต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันลงมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกได้ว่าเป็นการรบคนละรูปแบบ ศึกชายแดนด้านตะวันออกเห็นศัตรูและตัวตน แต่ในพื้นที่ภาคใต้เป็นลักษณะการก่อความไม่สงบ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใช้รูปแบบไหนในการ “แก้เกม” แต่ทหารไทยยังต้องรับบทหนัก ที่เป็นภารกิจหลักไปเต็มๆ

ศุกร์สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วิกฤตน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและตะวันออกจากภาวะ rain bomb ส่งผลให้พิธีอำลาตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ ที่กองเรือยุทธการจัดเป็นเกียรติแด่ “ผบ.เฟื่อง” พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. ต้องปรับแผนเป็นการซ้อมจัดรูปขบวนในการสวนสนามทางเรือ   การแปรขบวนด้วยกองเรือขนาดใหญ่ของกองเรือเกือบ 30 ลำแทน โดยใช้เรือหลวงช้างเป็นฐานบัญชาการหลัก  เนื่องจากสภาพอากาศปิดจึงไม่สามารถยกเฮลิคอปเตอร์มาลงจอดที่ ร.ล.ช้างได้ “ผบ.เฟื่อง” ได้ฝากข้อความมายังกำลังพลทุกคน แสดงถึงความห่วงใยและเชื่อมั่นต่อความพร้อมรบด้านองค์วัตถุและองค์ยุทธวิธีของเรือทุกลำของกองเรือยุทธการ นอกจากนั้นยังยกเลิกกิจกรรม “ย่ำสุริย์ศรี” ตามแบบธรรมเนียมลูกประดู่ที่บริเวณหาดหน้ากองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน โดยเปลี่ยนไปจัดพิธีอำลาภายในห้องภูลมโล ซึ่งเป็นห้องประชุมหรือห้องรับรองภายใน อาคารอเนกประสงค์นาวิกโยธิน ของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ตั้งอยู่ที่ค่ายกรมหลวงชุมพร ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ท่ามกลางฝนที่ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แด่...อาจารย์ 'ปรีชา เปี่ยมพงศ์สานต์'

ไปซะแล้วอีกราย!!!...อาจารย์ ดอกเตอร์ ปรีชา เปี่ยมพงศ์สานต์ นักคิด นักวิชาการ ระดับ ห้าดาว จากเยอรมนี จะไม่เขียนถึง ไม่คิดอุทิศเนื้อที่นี้เพื่อการรำลึก คงไม่น่าจะถูกเรื่องกันซักเท่าไหร่นัก

วันนี้…สวัสดีกันหรือยัง

เมื่อวานบอกว่าจะขอหยุดอยู่โลกใบนี้สักวัน วันนี้ก็ยังอยู่ครับ ไม่ได้กลับไปสามโลกกับคุณปิยะแล้ว

ลิ้นงู...ที่อยู่ในปากงู!!!

แม้ว่าแทบไม่เหลือ ราคา ใดๆ...สำหรับ ตัวตลก-ตัวแทน อย่างนาย Volodymyr Zelensky ผู้นำยูเครน ในการทำศึกสงครามกับ ชาตินิวเคลียร์ อย่างรัสเซีย แต่การดิ้นรน

สมัครใจ...ขาลอย!

เซ็นคำสั่งเรียบร้อย โครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 29 (รอบตุลาคม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570) หรือเออร์ลีรีไทร์ บิ๊กปู้-พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ลงนามอนุญาตให้ตำรวจลาออกจากราชการจำนวน 1,130 ราย