ของแพง 800 บาท ไม่พอ! แม่ค้า-ปชช. วอนรัฐเพิ่มเงินคนละครึ่งเฟส 5

29 ก.ค. 2565 – หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 หรือ (คนละครึ่ง เฟส 5) วงเงินคนละ 800 บาท โดยผู้มีสิทธิ์รายเดิมสามารถยืนยันสิทธิ์ ได้ในวันที่ 19 ส.ค. และรายใหม่สามารถลงทะเบียนได้ในวันที่ 19 ส.ค.เช่นกัน โดยเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่ 1 ก.ย. – 31 ต.ค. 65 นั้น

ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์รายงานว่า จากการสำรวจความเห็นทั้งพ่อค้าแม่ค้าและชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ต่างเห็นตรงกันว่าโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ที่รัฐให้วงเงินคนละ 800 บาทนั้น น้อยเกินไป ซึ่งไม่สอดคล้องกับภาวะราคาข้าวของที่แพงขึ้นในปัจจุบัน จึงอยากให้รัฐพิจารณาเพิ่มวงเงินคนละครึ่งจาก 800 บาท เป็น 1,500 บาท ถึงจะสามารถแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้

นายกรรณฑิพัฒน์ ศักดิ์ธิสกุล และ น.ส.ณประภัส แก้วประจุ ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์คนละครึ่งรายเดิม บอกตรงกันว่า โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่ดี เพราะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนได้ แต่เฟส 5 ที่รัฐให้วงเงินแค่คนละ 800 บาท ถือว่าน้อยเกินไปไม่สอดคล้องกับภาวะราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้นเกือบทุกอย่าง จึงอยากให้รัฐพิจารณาเพิ่มวงเงินเป็นคนละ 1,500 บาท ถึงจะสามารถแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนให้เข้ากับยุควิกฤตข้าวของราคาแพง และอยากให้รัฐมีโครงการแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

ด้าน น.ส.อาริสา มะพารัมย์ แม่ค้าขายผักในตลาดสด​ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ดีใจที่รัฐมีโครงการคนละครึ่งเฟส 5 เพราะจะทำให้สามารถขายของได้กระเตื้องขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงที่ข้าวของปรับขึ้นราคาเกือบทุกอย่าง ยอดขายก็ลดลงเกือบเท่าตัวเพราะประชาชนไม่มีกำลังซื้อ แต่หากมีโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ออกมา เชื่อว่าจะทำให้ยอดการค้าขายเพิ่มขึ้นจากเดิม แต่หากเป็นไปได้ก็อยากให้รัฐเพิ่มวงเงินจากคนละ 800 บาท เป็นคนละ 1,500 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน ก็จะส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้ามียอดขายที่กระเตื้องขึ้นจากเดิมด้วยเช่นกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โนรู' ถล่มบุรีรัมย์! จมบาดาล 2 เมตร

อิทธิพลพายุ​ "โนรู" ส่งผลให้มีฝนตกตลอดทั้งวัน ประกอบกับมวลน้ำจากที่สูงได้ไหลมาสมทบเพิ่มเติม ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำชีที่ไหลผ่าน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ หนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

นักบิดไม่หวั่นฝน 'กวาร์ตาราโร'มั่นใจผลงานดี 'มาร์เกซ'อยากเจอแฟนชาวไทย

นักบิดดังโมโตจีพีทุกรุ่น ลงสำรวจแทร็กสนามช้าง เซอร์กิต ท่ามกลางสายฝนก่อนดวลเดือด “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์” สุดสัปดาห์นี้ ขณะตัวเต็งลุ้นแชมป์โลกมั่นใจ “ไต้ฝุ่นโนรู” ไม่กระทบการแข่งขัน ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร แชมป์โลกชาวฝรั่งเศสจาก มอนสเตอร์ ยามาฮ่า เชื่อสร้างผลงานยอดเยี่ยมไม่ว่าฝนจะตกหรือไม่ ขณะ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์เก่า 2 สมัยที่เมืองไทยหวังเกาะกลุ่มหน้า อ้อนแฟนชาวไทยอยากเจอเร็วๆ

บุรีรัมย์เตรียมพร้อม สู้ไต้ฝุ่น'โนรู' เพื่อต้อนรับแฟน'โมโตจีพี'ทั่วโลก

เหลืออีกเพียงวันเดียวเท่านั้นความมันส์ระดับโลกอย่าง MotoGP2022 รายการ OR Thailand Grand Prix จะเริ่มขึ้น ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 30กันยานน-2ตุลาคมนี้ โดยทุกฝ่ายผนึกกำลังเดินหน้าฝ่าพายุฝนจัดเตรียมงานกันอย่างหนัก เพื่อบิ๊กอีเว้นต์มอเตอร์สปอร์ตเบอร์หนึ่งของโลกที่ทุกคนรอคอยมากว่า 2 ปี กำลังจะระเบิดศึกขึ้นในสุดสัปดาห์นี้

'ไทยแลนด์ โมโตจีพี'ฟีเวอร์ ทัพนักแข่งดาวดังบินถึงบุรีรัมย์แล้ว

กระแส "โมโตจีพี" กำลังได้รับความนิยมอย่างหนักในเมืองไทย จนกลายเป็น "ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์" ทั่วทั้งประเทศ ล่าสุดบรรดานักบิดดาวดังนำโดย ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร แชมป์โลกจาก ยามาฮ่า, มาร์ค มาร์เกซ ผู้ชนะไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2 สมัย และ ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า ตัวเต็งแย่งแชมป์โลกจาก ดูคาติ และทีมเมทอย่าง แจ็ค มิลเลอร์, อเลช เอสปาร์กาโร และ มาเวริค บีญาเลส จาก อพริเลีย เรซซิ่ง พร้อมด้วยทัพนักบิดซูเปอร์สตาร์ เดินทาง จ.บุรีรัมย์แล้ว เพื่อเตรียมระเบิดความมันส์ในศึก โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ สุดสัปดาห์นี้

'กวาร์ตาราโร'ว่าที่แชมป์โมโตจีพีถึงไทย ตั้งเป้าคว้าชัยสนาม17ที่บุรีรัมย์

ความเคลื่อนไหวของทีมแข่งรถระดับโลก ที่เสร็จจากการแข่งขันโมโตจีพี 2022 สนามที่ 16 ที่เจแปนนิส กรังปรีซ์ ญี่ปุ่น เมือวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ทยอยเดินทางมาถึงประเทศไทย โดยทีมแรกที่มาถึงเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา คือทีมมอนสเตอร์ เอ็นเนอจี้ ยามาฮ่า โมโตจีพีทีม ทีมโรงงานของยามาฮ่า ที่นำโดยฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ นักบิดหมายเลข 20 แชมป์โลกโมโตจีพีคนปัจจุบัน และว่าที่แชมป์ฤดุกาล 2022 เพราะมีคะแนนนำอยู่ พร้อมคู่หู ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ คู่หูนักแข่งในสังกัด เจ้าของรถหมายเลข 21

ชาวบุรีรัมย์อ่วม น้ำท่วมรอบหมู่บ้าน ถนนถูกตัดขาดโลกภายนอก ใช้เรือสัญจรเกือบสัปดาห์

จากอิทธิพลพายุฝนตกกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมวลน้ำเหนือจากจังหวัดนครราชสีมา ที่ไหลมาสมทบลงแม่น้ำมูลหนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเอ่อล้นตลิ่งหลากเข้าท่วมที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตรกร คอกสัตว์และถนนหลายสาย ในหมู่บ้านโคกกล่อง