"อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เตรียมเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9-10 กรกฎาคมนี้
ถือเป็นประเทศที่สองในอาเซียนสำหรับการเยือนอย่างเป็นทางการ หลังจากก่อนหน้านี้ "อนุทิน" เพิ่งจะยกคณะไปประเทศเวียดนาม เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปเยือนมาเลเซียครั้งนี้ถูกจับตาจากหลายฝ่ายเป็นอย่างมาก เหมือนกับตอน "ครม.อนุทิน 1" ที่ไปลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา โดยมี "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นสักขีพยาน แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะเป็นเรื่องระหว่างไทยกับมาเลเซียโดยตรง
นั่นคือ กรณีมาเลเซียประกาศระงับนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย ประกอบด้วย กุ้งลายเสือ, กุ้งแชบ๊วย, กุ้งขาวแวนนาไม, กุ้งกุลาดำ และกุ้งน้ำเงิน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นมา
ประเด็นดังกล่าวสร้างผลกระทบอย่างมากให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง และทุกคนคาดหวังว่า การเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ "อนุทิน" จะนำข่าวดีเรื่องการปลดล็อกกลับมาประเทศไทยได้
ขณะเดียวกัน "อนุทิน" ก็หวังว่าจะมีของติดไม้ติดมือกลับประเทศเช่นกัน และสามารถใช้เป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมในการเดินทางไปเยือนต่างประเทศได้
ซึ่งมีแนวโน้มในทางที่ดี หลังเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปร่วมประชุมกับ ดาโต๊ะเซรี โมฮาหมัด ซาบู รมว.เกษตรและความมั่นคงทางอาหารมาเลเซีย เพื่อเจรจาเรื่องการระงับนำเข้ากุ้งไทย โดยนายสุริยะเชื่อว่า จากนี้ประเทศไทยจะสามารถส่งออกกุ้งไปยังประเทศมาเลเซียได้ตามปกติ
ดังนั้น หาก "อนุทิน" ไปเยือนแล้วสามารถเจรจาสำเร็จ จะกลายเป็นผลงานชิ้นโบแดงได้เหมือนกัน ซึ่งตามกำหนดการที่รอการยืนยันอีกครั้งนั้น ในวันที่ 9 กรกฎาคม รมว.เกษตรฯ ของไทย และ รมว.เกษตรฯ ของมาเลเซีย จะร่วมลงนาม MOU ด้านการเกษตร จากนั้นจะมีการหารือทวิภาคีเต็มคณะ เสร็จแล้วจะมีพิธีแลกเปลี่ยน MOU ด้านการเกษตร และการแถลงข่าวร่วมของ "อนุทิน" ผู้นำไทยกับ "อันวาร์ อิบราฮิม" ผู้นำมาเลเซีย
นอกจากประเด็นระงับนำเข้ากุ้งไทยแล้ว อีกเรื่องที่ต้องติดตามคือ เรื่องความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มาเลเซียเป็น "ผู้อำนวยความสะดวก" ซึ่งเป็นหัวข้อที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือแน่นอน
โดยคณะที่ไปกับนายกฯ มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวเดินทางไปด้วยหลายคน นำโดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ ในฐานะ "ประธานคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล" ซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้, พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
รวมไปถึงนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้, นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการพูดคุยและหารือในระดับเทคนิค และจะมีการเจรจาเต็มคณะและเต็มรูปแบบในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ หรือช่วงปลายเดือนกันยายน ตามการคาดการณ์ของ "วันนอร์" เป็นที่เรื่องประชาชนเฝ้าติดตามว่า การไปครั้งนี้ "อนุทิน" จะได้อะไรกลับมาบ้าง เพราะหลายรัฐบาลไม่สามารถดับไฟใต้ได้เสียที
และกระบวนการพูดคุยในรัฐบาลนายอนุทิน จะแตกต่างจากรัฐบาลก่อนๆ หรือเป็นแค่พิธีกรรมเท่านั้น
ขณะที่เรื่องอื่นๆ จะมีในมิติของเศรษฐกิจ เพราะครั้งนี้ยังมีรองนายกฯ ไปอีกหลายคน ประกอบด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง รวมถึงรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ นายสุริยะ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน โดยจะมีการหารือกันในเรื่องอาหารฮาลาล อุตสาหกรรม และพลังงานด้วย
จากนั้นในวันที่ 10 กรกฎาคม "อนุทิน" จะเดินทางกลับโดยรถยนต์ผ่านด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ และจะเป็นประธานพิธีเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ร่วมกับผู้นำมาเลเซีย
สำหรับ "ด่านสะเดา" ที่เก่า ถือเป็นด่านชายแดนทางบกที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด มีเครื่องเอกซเรย์ที่ทันสมัยเพื่อตรวจสอบรถบรรทุกสินค้า เป็นด่านชายแดนทางบกที่มีมูลค่าการส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ
การไปเยือนมาเลเซียครั้งนี้ของ "อนุทิน" จึงไม่ใช่แค่การเยือนอย่างเป็นทางการแบบทั่วไป แต่หมายมั่นปั้นมือจะทำให้การเยือนครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งอื่นๆ
ไปไม่เสียเปล่า ไม่ได้ละลายงบประมาณดังคำครหาเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศของเหล่าผู้นำ แต่ได้ผลลัพธ์กลับมาเป็นเนื้อเป็นหนัง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รมต.ผวา!แห่ตีปี๊บ อนุทินติวเข้มกั๊กปรับครม./เย้ยสว.2ปีเอื้อนํ้าเงิน
“นายกฯ” กำชับ “ครม.” เร่งตีปี๊บผลงานให้ ปชช.ทราบ
นายกฯขวาง ยุบกอ.รมน. อยู่คู่ชาติไทย
นายกฯ เผยเยือนมาเลย์ 9-10 ก.ค. หารือเรื่อง “กุ้ง-ปลา” จับมือ “อันวาร์” ครม.ไฟเขียวเปิด "ด่านสะเดาแห่งใหม่" ดีเดย์ 11 ก.ค.
ผงะ5พันคนโกงสอบ มท.จ่อระงับเงินเดือน
นายกฯ สั่งฟันเด็ดขาดหลังพบ 5 พันคนกระดาษสอบท้องถิ่นไม่ตรงคำตอบ
อนุทิน-เอกนิติ ขาไม่สั่น ศาลรธน.ชี้ขาดพ.ร.ก. 4 แสนล้าน
ก่อนถึงวันชี้ชะตา “พระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท” ว่าจะได้ไปต่อหรือสะดุดลง?
รับสภาพศาลชี้พ.ร.ก. สว.ผ่านพ.ร.บ.โอนงบฯ
“อนุทิน-เอกนิติ” ประสานเสียงรับสภาพ ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้าน
ตั้งกก.สอบวินัย5บิ๊กสถ.
นายกฯ ยันปลัดลงนามตั้งสอบวินัยร้ายแรง ขรก.สถ.แล้ว ชี้เป็นชั้นความลับเปิดเผยไม่ได้ ลั่นไม่มีซูเอี๋ย วิ่งเต้น

