10 ส.ค.2565 - นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดชุมพร ครั้งที่ 4/2565 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่จังหวัดชุมพร ให้มีประสิทธิภาพ มีความต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ องค์กรภาคีเครือข่าย และสื่อมวลชน ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขจุดเสี่ยง จุดอันตราย เพื่อลดและป้องกันการเกิดอุบัติบนถนนทุกพื้นที่ในจังหวัดชุมพร ณ ห้องประชุมเกาะเสม็ด ศาลากลางจังหวัดชุมพร ชั้น 4
จากการติดตามผลการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรอบเดือนกรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา เพื่อร่วมบูรณาการข้อมูลอุบัติเหตุกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ รณรงค์ความปลอดภัยทางถนน ปรับปรุงทางม้าลายให้ปลอดภัย การสร้างจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่ เครื่องหมายจราจร ป้ายเตือน สัญลักษณ์, สัญญาณไฟ กล้องวงจรปิด พื้นที่ปรับปรุงภูมิทัศน์ การให้ความรู้ การบังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ.ในพื้นที่ได้ดูแลความปลอดภัยบริเวณทางม้าลาย การให้ความรู้ เรื่องกฎจราจร และการใช้รถ-ถนน ให้เกิดความปลอดภัย บริเวณทางข้าม แก่ผู้ถูกคุมประพฤติ และนักเรียนโรงเรียนในพื้นที่ต่าง
ทั้งนี้สื่อมวลชนได้ให้ข้อสังเกตในการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน อาทิ การก่อสร้างถนนบนเส้นทางหลัก สายรอง ที่ทำแล้วทำอีกทำซ้ำซาก การตั้งด่านจับความเร็วที่ทำให้รถติด การควบคุมร้านขายอุปกรณ์แต่งรถจักรยานยนต์ การขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ การควบคุมรถบรรทุก การตั้งร้านขายของริมทางสายหลัก และการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% ที่ยังขาดความต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันแก้ไขต่อไป
สำหรับการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงประจำเดือน กรกฎาคม 2565 จังหวัดชุมพมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 52 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 50 ผู้เสียชีวิต 10 ราย สาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุ คือ ขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด และพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิตสูงสุด ไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% เมื่อขับขี่จักรยานยนต์ "ด้วยความห่วงใย ขอคนไทยรวมพลังสวมหมวกนิรภัย มุ่งลดเจ็บ ตาย ลดทุกข์บนถนนของสังคมไทยอย่างรวดเร็ว" เน้นให้ผู้นำของทุกองค์กรทุกชุมชนแสดงออกเป็นตัวอย่าง และใช้ทั้งสื่อประชาสัมพันธ์ socialmedia และสื่อเดิม โดยสื่อส่วนกลางมุ่งสื่อสาร อย่างได้ผลให้สังคมตระหนัก เห็นผลกระทบ จากการบาดเจ็บที่ศีรษะ( Head injury) เหมือนการตระหนักจนต้องมีการสวมแมส 100% เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด ให้ทำกันอย่างต่อเนื่องจนเกิดความเคยชินต่อการสวมหมวกนิรภัย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไล่ล่า 100 กม. รวบแก๊งขนยาบ้า 6 แสนเม็ด พบอดีตตำรวจร่วมขบวนการ!
ตำรวจทางหลวงชุมพรไล่สกัดรถกระบะขนยาบ้าลงใต้กว่า 100 กิโลเมตร ก่อนเสียหลักเฉี่ยวชนรถบรรทุก
ระทึก! ฝนตกหนัก 'รถโม่ปูน' เสียหลักชนบ้าน คนขับดับคาที่
พ.ต.อ.เทวราช เอื้อวงษ์ประเสริฐ ผกก.สภ.ลืออำนาจ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ว่า เกิดอุบัติเหตุ บริเวณสี่แยกไฟแดงใจกลางอำเภอลืออำนาจ
รถเก๋งพุ่งชนวิน จยย.-ชาวบ้าน เสียชีวิต 1 ราย เจ็บ 7 ราย
เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์รับจ้างและประชาชน บริเวณซอยมหาชัย ถนนบางนา-ตราด เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย และเสียชีวิต 1 ราย เป็นชายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ขี่ผ่านบริเวณจุดเกิดเหตุพอดี นอกจากนี้มีรถจักรยานยนต์และรถยนต์ได้รับความเสียหายรวม 9 คัน
ชาวประมงฮือค้าน โครงการ CCMB ทะเลชุมพร ซัดหมกเม็ด ไม่ใช้ตัวแทนกลุ่มอาชีพตัวจริง เป็นแค่องค์กรอุปโลกน์
ชาวประมงฮือค้าน โครงการ CCMB ทะเลชุมพร อ้างประชุมสัมมนาหมกเม็ด จัดฉากสร้างภาพ เลือกเฉพาะกลุ่มแต่งตั้ง ไม่ใช้ตัวแทนกลุ่มอาชีพตัวจริง เป็นแค่องค์กรอุปโลกน์ก๊วน NGO คนหน้าเดิม
รวบ 2 คู่หู หาปืนเถื่อน รัวยิงอริดับ 1 สาหัส 2 อ้างแค้นถูกบีบคอเหยียบหัว
เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เมื่อสองผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้านคู่กรณี มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย สอบสวนเบื้องต้นพบชนวนเหตุเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว อ้างแค้นโดนทำร้ายตีนปีบคอเหยียบหัว ด้านตำรวจ สภ.หลังสวน ลงพื้นที่แกะรอยตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายได้พร้อมของกลางอาวุธปืน ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ชาวประมงพื้นบ้านปะทิว บุกศาลากลางชุมพร ค้าน OECMs หวั่นกระทบอาชีพ
ชาวประมงพื้นบ้านปะทิวรวมตัวกว่า 100 คน ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ชุมพร คัดค้านการเดินหน้าโครงการ OECMs ในพื้นที่ทะเลชายฝั่ง หวั่นขาดความชัดเจนและการมีส่วนร่วมของชาวประมงในพื้นที่ พร้อมขอให้จังหวัดชะลอการแต่งตั้งคณะทำงาน จนกว่าจะมีการทำความเข้าใจและประชาคมอย่างชัดเจน

