สกัดรถคอกบรรทุกโค 20 ตัว ไม่มีใบอนุญาตขนย้ายสัตว์

มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับคนขับรถคอกบรรทุกโค 20 ตัว อ้างนำไปส่งที่นครพนม สุดท้ายตรวจพบไม่พบใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์

21 ส.ค.2565 – ที่บริเวณจุดตรวจนาคำน้อย เขตเทศบาลตำบลบ้านแก้ง ถนนมุกดาหาร – ดอนตาล  ตำบลบ้านแก้ง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร   ร.ต.อ.มนัส บุตรวงศ์ รอง สวส.ฯ ด.ต.สรยุทธ โยธา ด.ต.โอภาส ศรีลาศักดิ์ และ ด.ต.กิตติพงษ์ พรหมเสนา  ได้ร่วมกันจับกุม 1. นายบุญเหลือ โมธรรม อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 13 ตำบลหนองซอน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม พร้อมด้วยของกลาง รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บษ -8186 สกลนคร และโค จำนวน 10 ตัว และ2. นายณัฐพร บุตรสอน อายุ 29 ปี  บ้านเลขที่ 10 หมู่ 7 ตำบลโพนแพง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม  พร้อมรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน บจ – 408 บึงกาฬ และโค จำนวน 10 ตัว  

จึงได้รายงานให้  พ.ต.อ.จิรวิทย์ ปานยิ้ม ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรดอนตาล  ทราบ และประสาน นายฉลองรัฐ  จันทร์ส่งแก้ว หัวหน้าด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร นางสาวอัจฉราพร ซาซุม นายสัตวแพทย์ชำนาญการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร 

 สืบเนื่องจากชุดจับกุมได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อป้องกันอาชญากรรม สิ่งของผิดกฎหมาย ตาม ป.วิอาญา และการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์เข้ามาในเขตประกาศโรคระบาด หรือเขตเฝ้าระวังโรคระบาด ต่อมาได้มีรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน บจ – 408 บึงกาฬ บรรทุกโค จำนวน 10 ตัว ทราบชื่อนายณัฐพร บุตรสอน อายุ 29 ปีเป็นคนขับ  และรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บษ -8186 สกลนคร และโค จำนวน 10 ตัว  ทราบชื่อนายบุญเหลือ โมธรรม อายุ 50 ปีเป็นคนขับ  โดยรถยนต์กระบะทั้ง 2 คันเดินทางมาตามเส้นทางอำเภอดอนตาล มุ่งหน้าไปทางอำเภอเมืองมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น และได้สอบถามคนขับทั้ง 2 คัน  ได้ความว่า  ได้นำโคมาจาก อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อจะไปส่งที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม จากการตรวจสอบทั้ง 2 คัน ไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์ดังกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดรถยนต์กระบะ พร้อมโคของกลางทั้งหมด  และได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ นำหรือย้ายสัตว์ หรือซากสัตว์เข้าออก ผ่านหรือภายในเขตโรคระบาด หรือเขตเฝ้าระวังโรคระบาด โดยไม่มีใบอนุญาต ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บีโอไอ'ไฟเขียวอีซูซุ ลงทุนกว่า 1.5 หมื่นล้านอัปเกรดการผลิตมุ่งสู่อุตฯสีเขียว

บีโอไออนุมัติ อีซูซุ ขยายการลงทุนเพิ่มกว่า 15,000 ล้านบาท ปรับปรุงและยกระดับฐานการผลิตรถกระบะในประเทศไทย ติดตั้งระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ควบคู่กับการลงทุนด้านพลังงานสะอาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับมาตรฐานยูโร 6 มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวตามมาตรฐานระดับโลก

น้ำมันแพงพ่นพิษ กระทบตลาดนัดไทย-ลาว รายได้หดหาย ค่าเรือโดยสารปรับเพิ่ม

มีบรรยากาศบริเวณจุดผ่อนปรนตลาดนัดไทย-ลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่มีทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี ซึ่งมีทั้งพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนจากทั้งสองฝั่งไทยลาว เดินทางมาจับจ่ายกันอย่างคับคั่ง แม้ภาพรวมจะดูคึกคักด้วยสินค้าท้องถิ่น อาทิ ปลาน้ำโขง แมลง ไข่มดแดง และพืชผักพื้นบ้าน แต่หลังรอยยิ้มกลับแฝงไปด้วยความกังวลจากวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยึดน้ำมันดีเซล-เบนซิน 36 แกลลอน เตรียมขนลงเรือข้ามโขง ลักลอบส่งนอกประเทศ

น.อ.ปุณณรัตน์ ถมคำ รักษาราชการหัวหน้าสถานีเรือธาตุพนม (รรก.หน.สน.เรือธาตุพนม) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (นรข.เขตฯ) พร้อมกำลังชุดลาดตระเวนริมแม่น้ำโขง ออกเฝ้าตรวจบริเวณจุดผ่อนปรนตลาดการค้าไทย-ลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พบคนกลุ่มหนึ่งพยายามนำน้ำมันเชื้อเพลิงใส่แกลลอนเล็ก เพื่อเตรียมขนลงเรือข้ามฝั่งไปยังประเทศ สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบทันที กลุ่มคนดังกล่าวอาศัยช่วงประชาชนมาจับจ่ายสินค้าเป็นจำนวนมากหลบหนีไป

จับสึกยกวัด! 5 พระ-เณรมั่วสุมเสพยาบ้า ซ่อนอุปกรณ์ในบาตรเพียบ

จากกรณีมีชาวบ้านนาดีหมู่ 13 และ หมู่ 14 ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม ยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงศูนย์ดำรงธรรม อ.นาทม ว่า ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมพระเณรลูกวัดป่าศิลาราม ซึ่งอาจจะพัวพันกับยาเสพติด โดยไม่ยอมออกบิณฑบาตอันเป็นกิจวัตรของพระภิกษุสงฆ์และสามเณร เพื่อเผยแผ่ศาสนาและโปรดสัตว์ตามวินัยพุทธกาล

'ตชด.-ทหาร' จับแก๊งขนยาบ้าก่อนส่งเข้ากรุง ยึดได้ 3.96 ล้านเม็ด

ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จึงได้ไล่ติดตามมาจนถึงบ้านเช่าหลังดังกล่าว และได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย

ธพ. ผนึก DSI ตรวจพบลักลอบเก็บน้ำมันเกินกำหนด4หมื่นลิตร

ธพ. ผนึกกำลัง DSI ยกระดับคุมเข้มพลังงาน ตรวจพบลักลอบเก็บน้ำมันเกินกำหนดในสระบุรี ย้ำหากพบฝ่าฝืนจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษตามกฎหมาย จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ