สกัดจับหน้าโรงพัก สองหนุ่มควบกระบะบุโรทั่ง ขนเฮโรอีน-ไอซ์ มูลค่า 100 ล้าน

7 สิงหาคม 2569 - เวลา 14.30 น. ว่าที่ร้อยตรีรวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผบก.ภ.จว.นครพนม) พ.ต.ท.ณรายุทธ ไตรยสุทธิ์ รองผู้กำกับสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (รอง ผกก.สส.ภ.จว.นครพนม) พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคง ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้อง 2 ราย ของกลางเฮโรอีน 280 แท่ง และ ไอซ์ 94 ถุง/กิโลกรัม รถยนต์กระบะ 1 คัน

สืบเนื่องจากตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด (ชปส.2) กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (กก.สส.ภ.จว.นครพนม) ปรากฏข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนพื้นที่จังหวัดนครพนม ฉวยโอกาสในขณะที่มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน พยายามลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามา เพื่อลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงร่วมกับตำรวจน้ำนครพนม ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดกลุ่มดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

โดย พ.ต.ต.จิราคม พุทธรัตน์ สว.กก.สส.ภ.จว.นครพนม/หน.ชปส.2 กก.สส.ภ.จว.นครพนม รับแจ้งจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าพื้นที่ชายแดน บริเวณ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จึงประสานหน่วยงานความมั่นคง ประชุมวางแผนจัดกำลังตามจุดรวมทั้งชุดเฝ้าซุ่ม

ต่อมาเวลาประมาณตีสองของวันที่ 7 สิงหาคม 69 ท่ามกลางสายฝนที่ตกต่อเนื่องเป็นระยะ ได้พบรถยนต์กระบะต้องสงสัยสภาพเก่า ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น แอล 200 สีเทา ทะเบียนอุบลราชธานี ขับมาตามถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 223 สายบ้านต้อง–สกลนคร มุ่งหน้าไปทาง อ.นาแก จ.นครพนม โดยสังเกตเห็นวัตถุต้องสงสัยอยู่ท้ายกระบะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับรถยนต์ไล่และแซงขึ้นไป ทำให้มั่นใจว่าวัตถุดังกล่าวเป็นกระสอบบรรจุยาเสพติด จึงประสานตำรวจ สภ.นาแก เพื่อทำการสกัดกั้นและจับกุม

โดยรถยนต์เจ้าหน้าที่คันที่ขับแซงขึ้นไป ได้จอดรออยู่ทางแยกสี่แยกบ้านพักนายอำเภอนาแก กระทั่งรถยนต์คันดังกล่าว ขับผ่านหน้า สภ.นาแก รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ได้ออกจากทางแยกจอดขวางถนน ส่วนคันที่ตามหลังก็จอดมาปิดท้าย ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ซุ่มอยู่ข้างทางก็ออกมาเข้าจับกุม จากการตรวจสอบพบนายสง่า (สงวนนามสกุล) หรือปอน อายุ 33 ปี ทหน้าที่เป็นคนขับ ส่วนคนที่นั่งคู่อยู่ภายในรถชื่อนายอดิศร (สงวนนามสกุล) หรือแม็ก อายุ 30 ปีทั้งคู่เป็นชาว จ.อุบลราชธานี บริเวณท้ายกระบะพบวัตถุทรงสี่เหลี่ยม สีดำ จำนวน 5 ก้อน เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ถูกจับกุมพร้อมด้วยของกลางทั้งหมด เข้ามายังที่ กก.สส.ภ.จว.นครพนม เพื่อทำการตรวจนับจำนวนยาเสพติดโดยละเอียด พบเป็นเฮโรอีนตราสิงโตคู่เหยียบโลก จำนวน 280 แท่ง(แท่งละประมาณ 350 กรัมหรือ 3 ขีดครึ่ง และยาไอซ์ จำนวน 94 ก้อน บรรจุอยู่ในถุงชาจีนสีน้ำเงิน และถุงชามีรูปทุเรียน

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน,ไอซ์) โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้าอันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, มีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ในร่างกายขณะขับขี่รถยนต์โดยผิดกฎหมาย(ผู้ต้องหาที่ 1) และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”

สอบสวนเบื้องต้นทั้งคู่เคยต้องโทษอยู่เรือนจำอุบลราชธานี เกี่ยวกับคดียาเสพติด และได้รู้จักกับนักโทษในคดีแบบเดียวกันในเรือนจำ เมื่อนายปอนได้พ้นโทษออกมาเพียง 3 เดือนเศษ ก็ติดต่อกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่เพื่อนนักโทษแนะนำ และนายทุนว่าจ้างในราคา 1 แสนบาท แต่จ่ายเงินเป็นค่าน้ำมัน ค่ากินก่อน 5,000 บาท โดยให้ไปรับยาเสพติดในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นายปอนจึงไปชักชวนนายแม็กไปเป็นเพื่อนร่วมทาง ซึ่งนายปอนขับรถกระบะมิตซูบิชิ แอล 200 มาเรื่อยๆแบบไม่รีบร้อน เพราะเป็นรถสภาพเก่า เมื่อถึง อ.ธาตุพนมก็มีคนคอยนำทางไปรับยาเสพติดที่ริมแม่น้ำโขง จากนั้นนายทุนก็สั่งงานทางโทรศัพท์ให้ขับรถไป จ.สกลนคร โดยขับฝ่าสายฝนด้วยความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนจะถูกตำรวจติดตาม และดักจับกุมที่หน้าโรงพักนาแก

ทั้งนี้จากภาพบันทึกกล้องวงจรปิด บริเวณหน้า สภ.นาแก เผยให้เห็นวินาทีปฏิบัติการสกัดจับอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อรถกระบะตอนเดียวของกลุ่มผู้ต้องหาขับมาถึงหน้าโรงพัก รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการคันแรกได้ขับพุ่งเข้าจอดปิดทางด้านหน้าเพื่อบล็อกไม่ให้รถต้องสงสัยเร่งเครื่องหนี จากนั้นเพียงไม่กี่วินาที รถยนต์ของเจ้าหน้าที่อีกหนึ่งคันได้เข้าจอดประกบปิดทางด้านท้าย ทำให้รถกระบะของผู้ต้องหาตกอยู่ในวงล้อม ไม่สามารถขับหลบหนีไปได้

หลังจากสกัดรถไว้ได้ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบพร้อมอาวุธและชุดป้องกัน ได้กรูออกจากรถเข้าปิดล้อมรถกระบะทันที โดยสั่งให้ผู้ต้องหาทั้งสองคนที่นั่งอยู่ภายในห้องโดยสารเปิดประตูและลงมาจากรถ เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาลงนอนคว่ำหน้ากับพื้นเพื่อความปลอดภัย ก่อนทำการล็อกตัวไว้ได้อย่างละม่อมโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ สำหรับมูลค่ายาเสพติดทั้งหมดประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งจะได้ขยายผลติดตามจับกุมเครือข่ายผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อึ้ง! 'ประธานสภา อบต.' ค้ายาบ้า จับได้คาริมโขง 4 แสนเม็ด

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (กกล.ฯ) โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2102 (ฉก.ทพ.21 ร้อย.ฉก.ทพ.2102) ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

ดีเอสไอ ยื่นขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน 2 ชาวลาว ลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติพัวพันคดีแอร์สาว

ดีเอสไอ เตรียมรวบรวมหลักฐานสำคัญยื่นอัยการสูงสุด ขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน "สองพ่อลูกชาวลาว" คดีสั่งการขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ใช้ริมฝั่งแม่น้ำโขงในไทย ลอบส่งพัสดุซุกเฮโรอีนจากลาว เตรียมส่งปลายทางออสเตรเลีย-ไต้หวัน หลังเร่งสอบปากคำพยานสำคัญ-ขยายผล

ทลาย 'ผับลับ' ย่านห้วยขวาง เปิด 24 ชม. เน้นให้เล่นยาเต็มกราฟ จับได้ 11 ราย

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด นำกำลังสืบ บก.น.1 สน.ห้วยขวาง และ ป.ป.ส.กทม. เปิดปฏิบัติการทลาย “ผับลับอัพยา” นำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.99/2569 ลงวันที่ 17 ก.ค. 69 เข้าตรวจสอบ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จับกุมตัวผู้ต้องหา 11 ราย ตรวจยึดของกลาง

'ผบ.ตร.' กัดไม่ปล่อย ตั้งเข็มจับปลาใหญ่คดีแอร์สาว

ผบ.ตร.สั่งยกระดับปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ล่าทั้งขบวนการคดีแอร์โฮสเตสขนยาเสพติดข้ามชาติ ตั้งคณะทำงานสืบสวนขยายผลผู้อยู่เบื้องหลัง

จับเพิ่มแก๊งยา 'แอร์มีนา' โยนกระเป๋าช้างเกลื่อนอยุธยา

ตำรวจนครบาลประสาน บช.ปส. ขยายผลคดีจับกุมแอร์โฮสเตสสาวลักลอบขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย รวบขบวนการเพิ่มอีก 1 รายที่อยุธยา สารภาพนายอุทัยฝากไว้กลัวความผิด รีบกรีดกระเป๋าผ้าลายช้างไทยเทเฮโรอีนทิ้งชักโครก