ชาวขอนแก่น ร้องสื่อช่วยตามจับคนร้าย งัดตู้บริจาควัดได้เงินกว่าครึ่งแสน

โจรไม่กลัวบาป งัดตู้บริจาคหลายครั้ง ได้เงินครึ่งแสน ชาวบ้านติดวงจรปิด จับภาพชัดเจน วอนตำรวจตามจับตัวให้ได้

4 ก.ย.2565-ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับชาวบ้าน บ้านหัวขัว ม. 1 ต.เปือยน้อย อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น หลังมีชาวบ้านเผยแพร่คลิปในโซเชียล เป็นคลิปที่มีโจร 2 ราย กำลังงัดและตัดตู้เหล็ก ที่เป็นตู้รับบริจาคในศาลเจ้าปู่อุปฮาด ภายในวัดธาตุกู่ทอง  ซึ่งอยู่ติดกับปราสาทเปือยน้อย โดยชาวบ้านนั่งรวมตัวกันอยู่ที่ศาลาศาลเจ้าปู่อุปฮาด ภายในวัดธาตุกู่ทอง เป็นศาลาเปิดโล่งทุกด้าน มีผนังเพียงด้าน คือด้านที่ตั้งเจ้าปู่อุปฮาด  มีที่จุดธูปเทียน และที่ตั้งเครื่องหมู่บูชา และที่บริเวณ ด้านซ้ายและด้านขวาของจุดที่ตั้งปู่อุปฮาด ก็จะมีตู้รับบริจาค ซึ่งเป็นตู้เหล็กขนาดใหญ่ และตู้บริจาคทั้ง 2 ใบมีรอยงัดจนเหล็กเปิดอ้าทิ้งไว้ โจรก็เอาเงินในตู้บริจาคไปร่วม 50,000 บาท  นอกจากนี้ในศาลาดังกล่าว ก็มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ด้วย 3 จุด แต่โจรเขี่ยวงจรปิด 2ตัวที่ส่องมาที่ตู้บริจาคให้หันออกไปด้านนอกศาลา

นายบุญนาค  แทนสอ อายุ 63 ปี ไวยาวัจกรของวัดธาตุกู่ทอง  กล่าวว่า ชาวบ้านล้วนต้องการเผยแพร่ภาพของโจรที่ลงมืองัดตู้บริจาคออกไปสู่สังคม เพื่อให้คนที่เห็นภาพ แจ้งเบาะแสมาให้ตำรวจสภ.เปือยน้อย ติดตามจับกุมตัวโจรมาดำเนินคดีตามกฏหมายเนื่องจากเกิดเหตุงัดตู้บริจาคบ่อยครั้ง แจ้งตำรวจทุกครั้งแต่จับกุมไม่ได้สักครั้ง   ทางวัดและคณะกรรมการหมู่บ้านจึงติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ที่ศาลาศาลเจ้าปู่ แต่ก่อนจะลงมือโจรได้เอาคัทเอาท์ ไฟของวัดลง ไฟจึงดับก่อนที่จะลงมืองัดตู้บริจาค

 “กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไม่ได้ เพราะไม่มีไฟฟ้า ต่อมาทางคณะกรรมการ ได้ให้ช่างไฟ มาต่อไฟสายตรงเข้ามายังศาลา เพื่อให้วงจรปิดบันทึกภาพได้ตลอด 24 ชั่วโมงและเพื่อจับภาพโจร กระทั่งวันที่ 26 ส.ค.โจรก็เข้ามางัดตู้บริจาค ตู้ที่ตั้งฝั่งขวามือของเจ้าปู่ได้เงินไปกว่า 30,000 บาท ซึ่งกล้องบันทึกภาพคนร้ายได้ จึงให้ผู้ใหญ่บ้านถอดเอาฮาร์ดดิสก์ไปแจ้งความ  และเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา คนร้ายก็มางัดตู้บริจาคซ้ำที่ตั้งอยู่ด้านซ้ายมือซ้ำอีกครั้ง ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพโจรเอาไว้ได้ เป็นชายอายุประมาณ 15-20 ปี 2 คน  ดูจากภาพแล้ว เห็นหน้าไม่ชัด เพราะโจรใส่หมวก   ผู้ใหญ่บ้านจึงใช้เป็นหลักฐานไปแจ้งความกับตำรวจสภ.เปือยน้อย  ให้สืบสวนจับกุมโจรทั้งสองรายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพราะจุดเกิดเหตุ อยู่ติดกับปราสาทเปือยน้อย คนร้ายอาจก่อเหตุชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวก็เป็นได้”

 พ.ต.อ.พิชัย นาขันดี ผกก.สภ.เปือยน้อย กล่าวว่า  หลังจากผู้ใหญ่บ้าน นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาแจ้งความ ชุดสืบสวนก็เร่งหาตัวคนร้ายอย่างเต็มที่  ขณะนี้พบเบาะแสแล้ว ว่าเป็นเยาวชน 2 คน  มีพยานเห็นโจรเอาเงิน ซึ่งเป็นธนบัตรฉบับละ 20 บาท 50 บาทไปนับที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง จึงเชื่อว่า เยาวชน 2 คนนี้ จะเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุงัดตู้บริจาคที่ศาลาศาลเจ้าปู่ดังกล่าว ขณะนี้กำลังติดตามเอาตัวมาสอบสวน หากได้ตัวมาก็จะสอบสวนขยายผลว่า ได้ลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ในที่ใดบ้าง และมีใครร่วมวางแผนหรือร่วมลงมือบ้าง เพราะเชื่อว่า การลงมือของโจรนั้น น่าจะมีเพื่อนคอยดูต้นทางให้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจปรับแผน 'เออร์ลี่รีไทร์' เหลือปีละ 1 ครั้ง หวั่นตำแหน่ง 'นายพล' ขาดช่วง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช.ครั้งที่ 2/2569 และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 6/2569 ซึ่งเป็นการประชุมตามวาระปกติ

สลด! เด็กนร.เข้าค่ายคุณธรรม ไฟช็อตขณะอาบน้ำดับคาวัด

ช่วงค่ำเวลา 19.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. ที่่ผ่านมา ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง ว่ามีเด็กนักเรียนถูกไฟฟ้าช็อตระหว่างเข้าค่ายอบรมคุณธรรมจริยธรรม

ร้อง ป.ป.ช. สอบ 'ผอ.' อบจ.ขอนแก่น ปมโยกย้ายไม่เป็นธรรม เก็บเงินคนละ 1 พันจัดงานเกษียณ

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดขอนแก่น หรือ ป.ป.ช. ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น นางเอ นามสมมุติ อายุ 48 ปี อดีต ผอ.รพ.สต.แห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ปัจจุบันช่วยราชการในตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพที่ รพ.สต.ในพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น นำเอกสารและหลักฐานเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดกับ ผอ.กองการเจ้าหน้าที่ อบจ.ขอนแก่น

นายกฯ ปลื้มผลงานเพื่อน 'ปราบสแกมเมอร์-ตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ' โอ่ช่วยไทยไต่ระดับเชื่อมั่นนานาชาติ

‘อนุทิน’ นำแถลงผลปราบสแกมเมอร์ - ตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ เผยพอใจทุกหน่วยงานมุ่งมั่นทำงาน ทำไทยไต่ระดับความเชื่อมั่นจากนานาชาติดีขึ้น

เลือกตั้งพัทยาวุ่น! 'น้องนัท' โร่แจ้งความ มือมืดย้ายป้ายหาเสียง

น.ส.ณัฐภัทรศรา เมทินีกิตติกีรติ หรือน้องนัท ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) เบอร์ 4 เขต 2 เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง