
3 ต.ค. 2565 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมรายงานความคืบหน้า กรณีสมาคมกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม ได้โพสต์คลิปนาทีระทึก เพื่อเตือนภัยสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระมัดระวัง เส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุ เนื่องจากมีเด็กนักเรียนชาย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งของ อ.ธาตุพนม ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ สีแดงดำ ทะเบียน 1 กณ 7838 นครพนม ประสบอุบัติเหตุบริเวณถนนเลี่ยงเมืองหลังวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างขยายเป็นถนน 4 เลน ภายใต้ความดูแลรับผิดชอบของแขวงทางหลวงนครพนม กรมทางหลวง หมายเลข 2030 ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร โดยไปเชื่อมกับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 (ถนนชยางกูร) ระหว่าง ตัว อ.ธาตุพนม กับ จ.มุกดาหาร ซึ่งมีการพัฒนาก่อสร้างเป็นถนน 4 เลน เมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา และได้ปรับปรุงสร้างเกาะกลางถนนมาต่อเนื่อง รวมถึงระบบระบายน้ำเพิ่มเติม แต่ระหว่างก่อสร้างเกิดผลกระทบ ทำให้ถนนชำรุด และเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง จนชาวบ้านให้ฉายาถนนเจ้าปัญหา เพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

โดยเด็กนักเรียนที่ประสบอุบัติเหตุ ชื่อ เด็กชายกฤตเมธ สุทธิจักร หรือน้องโน่ อายุ 14 ปี บ้านพักอยู่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ขณะขับขี่จักรยานยนต์ไปทำงานรับจ้างหารายได้พิเศษวันหยุด เมื่อแล่นมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆล้อรถจักรยานยนต์ตกร่องกลางถนนที่ชำรุดจากการก่อสร้าง แต่ไม่มีการทำป้ายสัญญาณแจ้งเตือน หรือมีการซ่อมแซม ทำให้รถล้มคว่ำตีลังกาไถลไปไกลกว่า 50-60 เมตร
หลังเกิดเหตุทางผู้ขับขี่ตกใจ และรีบวิ่งตามรถจักรยานยนต์ของตนแบบไม่คิดชีวิต กระทั่งมารู้ทีหลังว่าตัวเองบาดเจ็บมีบาดแผลถลอก และเป็นแผลฉกรรจ์ฝ่าเท้าขวา ซึ่งหลังเกิดเหตุทางสมาคมกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม ได้เร่งช่วยเหลือนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม และมีการตรวจสอบพบภาพวงจรปิดบันทึกไว้ได้ จึงนำมาโพสต์เฟสบุ๊คเตือนภัย และวิงวอนให้หน่วยงานเกี่ยวข้องแขวงทางหลวงนครพนมดูแลช่วยเหลือ ชดเชยเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเช้าของวันที่ 2 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพักของ เด็กชายกฤตเมธ สุทธิจักร หรือน้องโน่ อายุ 14 ปี คนขับขี่รถจักรยานยนต์ ตามร่างกายยังมีบาดแผลหลายจุด ต้องให้คนช่วยพยุงเวลาเดิน เล่าเหตุการณ์ระทึกว่า ปกติตนอาศัยอยู่กับยาย เพราะพ่อแม่หย่าร้างไปทำงานที่กรุงเทพมหานคร เพื่อหารายได้บางส่วนส่งเสียให้ตนเรียนหนังสือ พร้อมดูแลยายและน้องชายอีก 2 คน โดยคนกลางอายุ 8 ขวบ คนเล็กอายุ 4 ขวบ ส่วนตัวเองต้องทำงานรับจ้างทุกวัน จะตื่นตั้งแต่ตี 2-3 เพื่อไปรับจ้างขนผัก ได้เงินวันละ 100 บาท ก่อนถึงเช้า 6 โมง จะกลับมาอาบน้ำแต่งตัวไปเรียน
กระทั่งวันเกิดเหตุเป็นวันอาทิตย์ ได้ไปทำงานรับจ้างช่วงเช้าตามปกติ พอถึงที่เกิดเหตุล้อหน้าตกหลุมถนนที่ชำรุดจากการก่อสร้าง โดยตนมองไม่เห็น เพราะเป็นถนนที่ใช้สัญจรตามปกติ แต่ระหว่างสองข้างทางมีการก่อสร้างปรับปรุงถนน โดยบางจุดที่ถนนชำรุดไม่มีป้ายแจ้งเตือน ทำให้ล้อหน้ารถจักรยานยนต์ตกหลุมกลางถนน เสียหลักล้มคว่ำตีลังกา ตัวเองตกออกจากรถล้มลง พบเห็นรถจักรยานยนต์ไถลไปไกลกว่า 50 เมตร นึกขึ้นได้ลืมนึกว่าตัวเองก็มีแผลบาดเจ็บ เพราะห่วงรถจักรยานยนต์ และกลัวว่ารถจะมาชนซ้ำจึงวิ่งตามรถไป พอถึงรถจักรยานยนต์ จึงรู้เจ็บปวดตามร่างกายลุกแทบไม่ไหว โชคดีพี่ทีมกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม พบเห็นจึงเข้าช่วยเหลือส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช มีบาดแผลบาดเจ็บหลายจุด พอมาดูคลิปภาพบันทึกย้อนหลังยังตกใจไม่คิดว่าตัวเองจะรอดชีวิต ที่สำคัญไม่เพียงบาดเจ็บรถจักรยานยนต์ยังเสียหาย น่าจะเสียค่าซ่อมอีกหลายพันบาท ทั้งเจ็บและเสียดายรถที่หาเงินส่งงวดเดือนละ 1,700 บาท ไม่รู้จะเอาเงินจากไหนมาซ่อม คาดว่ายังไปเรียนไม่ได้ และยังต้องหยุดงานรับจ้างหารายได้พิเศษอีกด้วย ฝากความเมตตาจากหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยดูแล และช่วยปรับปรุงแก้ไขไม่อยากให้เกิดเหตุซ้ำอีก
ด้าน นายประวิณ วราธนกิจ อายุ 39 ปี นายกสมาคมกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุประจวบเหมาะที่เกิดเหตุอยู่หน้าสมาคมกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม จึงพบเห็นกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ด้านหน้า และได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุ ก่อนรีบออกมาช่วยเหลือน้องคนบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล พบว่าจุดเกิดเหตุที่รถล้ม กับจุดที่รถล้มไถลมาไกลกว่า 50 – 60 เมตร สาเหตุเกิดจากล้อรถจักรยานยนต์ตกหลุมกลางถนน ที่ชำรุดจากการก่อสร้างปรับปรุงถนน แต่ไม่มีการดูแล ทำให้มีการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ฝากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ช่วยเหลือหามาตรการป้องกันดูแล ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนระมัดระวัง โชคดีที่น้องคนเจ็บปลอดภัย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
น้ำมันแพงพ่นพิษ กระทบตลาดนัดไทย-ลาว รายได้หดหาย ค่าเรือโดยสารปรับเพิ่ม
มีบรรยากาศบริเวณจุดผ่อนปรนตลาดนัดไทย-ลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่มีทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี ซึ่งมีทั้งพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนจากทั้งสองฝั่งไทยลาว เดินทางมาจับจ่ายกันอย่างคับคั่ง แม้ภาพรวมจะดูคึกคักด้วยสินค้าท้องถิ่น อาทิ ปลาน้ำโขง แมลง ไข่มดแดง และพืชผักพื้นบ้าน แต่หลังรอยยิ้มกลับแฝงไปด้วยความกังวลจากวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ยึดน้ำมันดีเซล-เบนซิน 36 แกลลอน เตรียมขนลงเรือข้ามโขง ลักลอบส่งนอกประเทศ
น.อ.ปุณณรัตน์ ถมคำ รักษาราชการหัวหน้าสถานีเรือธาตุพนม (รรก.หน.สน.เรือธาตุพนม) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (นรข.เขตฯ) พร้อมกำลังชุดลาดตระเวนริมแม่น้ำโขง ออกเฝ้าตรวจบริเวณจุดผ่อนปรนตลาดการค้าไทย-ลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พบคนกลุ่มหนึ่งพยายามนำน้ำมันเชื้อเพลิงใส่แกลลอนเล็ก เพื่อเตรียมขนลงเรือข้ามฝั่งไปยังประเทศ สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบทันที กลุ่มคนดังกล่าวอาศัยช่วงประชาชนมาจับจ่ายสินค้าเป็นจำนวนมากหลบหนีไป
จับสึกยกวัด! 5 พระ-เณรมั่วสุมเสพยาบ้า ซ่อนอุปกรณ์ในบาตรเพียบ
จากกรณีมีชาวบ้านนาดีหมู่ 13 และ หมู่ 14 ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม ยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงศูนย์ดำรงธรรม อ.นาทม ว่า ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมพระเณรลูกวัดป่าศิลาราม ซึ่งอาจจะพัวพันกับยาเสพติด โดยไม่ยอมออกบิณฑบาตอันเป็นกิจวัตรของพระภิกษุสงฆ์และสามเณร เพื่อเผยแผ่ศาสนาและโปรดสัตว์ตามวินัยพุทธกาล
'ตชด.-ทหาร' จับแก๊งขนยาบ้าก่อนส่งเข้ากรุง ยึดได้ 3.96 ล้านเม็ด
ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จึงได้ไล่ติดตามมาจนถึงบ้านเช่าหลังดังกล่าว และได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย
ผู้ว่าฯนครพนม ลงพื้นที่ช่วยซ่อมบ้านผู้ป่วยติดเตียง เหตุพายุฤดูร้อนถล่ม อ.เรณูนคร
หลังจากเกิดพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ ต.โคกหินแฮ่ ต.นางาม ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู รวม 5 ตำบล ได้รับความเสียหายรวม 85 หลัง คอกสัตว์ 3 หลัง ยุ้งข้าว 2 หลัง และเสาไฟฟ้าหักโค่น 2 ต้น โชคดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
พายุฤดูร้อน ถล่ม อ.เรณูนคร กวาดตลาดโต้รุ่งราบเป็นหน้ากลอง
ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ โดยมีพื้นที่ประสบภัยรวม 5 ตำบล 11 หมู่บ้าน ต.นางาม ต.โคกหินแฮ่ ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู โดยในเขตเทศบาลเรณูนคร บริเวณตลาดโต้รุ่ง พ่อค้าแม่ค้ากำลังจัดเตรียมตั้งร้านกัน

