2 พ.ย.2565 - พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุนักเรียนทะเลาะวิวาท มีผู้บาดเจ็บถูกนำมารักษาตัวที่ โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท ขาเข้ากรุงเทพ บริเวณปากซอยสุขุมวิท 72 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และฝ่ายป้องกันปราบปราม ลงพื้นที่ตรวจสอบ
ที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลสำโรงการแพทย์พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือนายนายพงศกร มอญแท้ อายุ 16 ปี นักเรียนของวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ มีบาดแผลถูกแทงที่หน้าอกซ้าย 1 แผล นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ถูกแทงเข้าที่บริเวณหลัง ถูกนำตัวไปรักษาที่ โรงพยาบาลสมุทรปราการ ทราบชื่อนายพชร อินตา อายุ 15 ปี นักเรียนของวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ
ต่อมาระหว่างลงพื้นที่ ทราบว่า ผู้ก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีเข้าไปหลบภายในซอยสุขุมวิท 72 จึงนำกำลังเข้าไปปิดล้อม กระทั่งจับกุมนายสหรัฐ เพชรพลาย เยาวชน อายุ 15 ปี ผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้พบว่า เป็นนักเรียนสถาบันเดียวกันกับผู้ตาย พร้อมด้วยอาวุธมีดยาวประมาณ 30 เซนติเมตร จำนวน 1 เล่ม ก่อนคุมตัวมาสอบสวน ที่ สภ.สำโรงเหนือ พร้อมกับนายพชร ผู้บาดเจ็บ
จากการสอบถามนายพชร ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พวกตนขี่รถจักรยานยนต์ มาจากย่านสำโรงเพื่อไปเรียน โดยมีนายสหรัฐ เป็นคนขับ ระหว่างทาง พบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ เข้ามาตรวจค้นตน แต่ไม่พบอาวุธ จึงปล่อยไป ต่อมาระหว่างทางได้ไปเผชิญหน้ากับคู่กรณีซึ่งเป็นรุ่นพี่สถาบันเดียวกัน 4 คน จอดรถจักรยานยนต์อยู่ปั้มน้ำมันเชลล์ กลุ่มรุ่นพี่จึงขี่ไล่ตามหลังมาพร้อมกับเข้าประกบด้านข้าง และถามว่า พวกมึงอยู่สายไหน เพื่อนตนจึงตอบไปว่าอยู่สายสำโรง ทางกลุ่มรุ่นพี่เห็นว่าอยู่คนละสาย จึงชักมีดออกมาทำร้ายพวกตน ขณะนั้นนายสหรัฐ ได้ชักมีดออกมาป้องกันตัว และแทงสวนกลับไปถูกรุ่นพี่เสียชีวิต ส่วนตนถูกฟันบริเวณหลังได้รับบาดเจ็บ
นายพชร กล่าวอีกว่า ประเด็นมาจาก กลุ่มของตนซึ่งเป็นสายสำโรง ซึ่งมีเรื่องบาดหมางภายในสถาบันเดียวกัน กับกลุ่มกระฉูดพระประแดง ทางอาจารย์เคยเรียกไปคุยแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถเคลียร์ปัญหากันได้ จนทำให้มีปัญหาคาราคาซังเรื่อยมา เช้านี้สายกระฉูดพระประแดงมาพบพวกตนกำลังไปเรียน จึงเข้ามาทำร้าย เพื่อนตนชักมีดออกมาเพื่อป้องกันตัวและแทงสวนไปถูกกลุ่มอริ จนทำให้นายนายพงศกร เสียชีวิต
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชิญผู้ปกครองของเยาวชนผู้ก่อเหตุมาที่ สถานีตำรวจเพื่อรวมสอบปากคำ หลังจากแจ้งข้อหา จะส่งตัวไปที่สถานพินิจ เพื่อดำเนินการตามขั้นตนของกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกันใน ช่วงเวลา 7.30 น.ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านมีเหตุนักเรียน ยกพวก ทะเลาะวิวาทกันบริเวณกลางถนนปู่เจ้าสมิงพราย ก่อนถึงแยกปู่เจ้าสมิงพราย ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ ถามกลางความแตกตื่นของชาวบ้าน ต่อมาหลังจากเจ้าหน้าที่ไปถึง พบว่าทั้งหมดได้แยกย้ายกันหลบหนีไปแล้ว เบื้องต้นสำหรับเหตุการณ์นี้ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จากการตรวจสอบคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มนักเรียนของวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพช่าง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามกลุ่มที่ก่อเหตุที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่
ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี
สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1
ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14
ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
6 แรงงานเมียนมา รุมกระทืบคนไทย แค่ต่อว่าเคาะห้องผิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพารักษ์ 90 ตำบลเทพารักษ์
สงกรานต์พระประแดงเดือด! โจ๋เมายิงสามีดับ เมียเจ็บ
พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง รับรายงานมีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

