ผอ.โรงเรียนตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงครูชายเมาอาละวาดควงมีดทำร้ายครูสาวในโรงเรียน ชี้หากผิดจริงพร้อมเสนอต้นสังกัดพิจารณาลงโทษวินัยร้ายแรง ด้านครูสาวลาป่วย คาดยังผวา ส่วนครูชายผู้ก่อเหตุยังไม่เข้า ร.ร. ร้านค้ายันครูนั่งดื่มเบียร์ก่อนจะโวยวายเสียงดังไปหาเรื่องครูหน้าบ้าน ชี้พฤติกรรมไม่เหมาะสม
10 พ.ย.2565 - จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอ ที่ครูผู้ชายซึ่งมีอาการคล้ายมึนเมา อาละวาดโวยวายหาเรื่องครูในโรงเรียนเดียวกัน และถือมีดดาบสปาตาจะเข้าทำร้ายครูผู้หญิงในโรงเรียนเดียวกัน ทั้งพยายามใช้มีดฟัน ตบหน้า กระชากผมต่อหน้าครูผู้หญิงอีก 2 คนที่เห็นเหตุการณ์และพยามเข้าไปช่วย เหตุเกิดบริเวณโรงจอดรถภายในโรงเรียน ช่วงเย็นวันที่ 3 พ.ย.65 โดยที่ครูสาวผู้เสียหายก็ยังไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะอะไรครูผู้ชายถึงถือมีดสปาตาเข้าไปทำร้าย แต่เบื้องต้นครูที่ถูกทำร้ายก็ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.หนองสองห้องแล้ว เพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย
ล่าสุดวันนี้ นายนพนรรจ์ เติมทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกิดเหตุ ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมระบุว่า ช่วงที่เกิดเหตุ ผอ.ไม่ได้อยู่โรงเรียนเพราะเดินทางไปราชการที่ต่างจังหวัด ตั้งแต่ช่วงระหว่างวันที่ 1-5 พ.ย.65 แต่เมื่อได้รับทราบเรื่องและเดินทางกลับจากราชการ ก็ได้ตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น และรีบรายงานต้นสังกัดทราบทันที เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในโรงเรียนและทั้งสองฝ่ายก็เป็นข้าราชการครูด้วย ซึ่งหากผลการสืบข้อเท็จจริงพบว่ามีมูลกระทำผิดจริงตามที่ปรากฎในคลิปและที่ครูผู้เสียหายร้องเรียน ก็จะมีการตั้งกรรมการสอบวินัยตามขั้นตอน
หากพบว่ามีความผิดไม่ร้ายแรง ผอ.ก็สามารถพิจารณาลงโทษได้ทันที อาทิ ว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน แต่หากผิดวินัยร้ายแรงก็จะสรุปเรื่องเสนอรายงานต้นสังกัด เพื่อพิจารณาลงโทษตามขั้นตอน ซึ่งโทษวินัยร้ายแรงก็จะมีตั้งแต่ ภาคทัณฑ์ , ตัดเงินเดือน , ลดขั้นเงินเดือน , ปลดออก หรือไล่ออก” ขึ้นอยู่กับการกระทำความผิด ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย แต่เบื้องต้นยังไม่ทราบปมสาเหตุที่ทะเลาะกันเพราะครูผู้หญิงลา ส่วนครูผู้ชายก็ยังไม่ได้เข้าโรงเรียน จึงยังไม่ได้สอบถามจากทั้งสองฝ่าย
ขณะที่นายนพดล และนางพรพิมล สองสามีภรรยา เจ้าของร้านค้าใกล้กับบ้านครูสาวผู้เสียหาย บอกว่า วันเกิดเหตุครูผู้ชายที่ปรากฏในคลิปมีอาการคล้ายคนเมามานั่งดื่มเบียร์ที่ร้าน 1 ขวด แล้วแสดงอาการโวยวายในลักษณะว่าจะมาทำร้ายครูผู้หญิง จากนั้นก็เห็นตำรวจมาระงับเหตุและควบคุมตัวครูผู้ชายขึ้นรถไป จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่รู้ว่าทั้งสองมีปัญหาอะไรกัน แต่พฤติกรรมของครูผู้ชายที่เหมาอาละวาดก็ถือว่าไม่เหมาะสม เพราะครูต้องเป็นแบบอย่างของชาวบ้าน และเด็กๆ ก็อยากให้ทางต้นสังกัดพิจารณาดำเนินการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สองแม่ลูกโหด! รุมทำร้ายสาวแคดดี้สาหัส เก็บมือถือได้ไม่คืน
เจ้าหน้าที่กู้ภัยบางพลี รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือพาหญิงสาวรายหนึ่งส่งโรงพยาบาล หลังจากที่เธอถูกทำร้ายร่างกายมาและกลับมาพักที่ห้องพัก
ตาเหยื่อรองสารวัตรปืนโหด เผยหลานแยกอยู่สามี 3 ปี ตร.ค้านประกัน
ครอบครัวประกอบพิธีรดน้ำศพหญิงวัย 39 ปี เหยื่อรองสารวัตรจราจรปืนโหดที่บุรีรัมย์ ท่ามกลางความโศกเศร้า ด้านตาเผยหลานไม่เคยเล่าปัญห
คุมตัว 2 คนร้าย มือยิง-คนขับรถ ทำแผนฆ่าพ่อค้าลอตเตอรี่ หวิดถูกรุมประชาทัณฑ์
ความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายพิชิต ชัยภูมิ อายุ 40 ปี พ่อค้าลอตเตอรี่ เสียชีวิตในพื้นที่ ต.ละเวี้ย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย รับตัว นายสุทธิรักษ์ หรือ "ทิ" ทรงแสงจันทร์ อายุ 24 ปี มือปืนผู้ก่อเหตุ
ตำรวจปืนโหด เคลียร์ปัญหาครอบครัวไม่ลงตัว ชักปืนกระหน่ำยิงภรรยาดับคาที่ แม่ยายสาหัส
รองสารวัตรจราจร สภ.โชคชัย นครราชสีมา ปืนโหด บุกมาเคลียร์เรื่องบางลูกกันเลี้ยงกับภรรยาแยกกันอยู่ ที่ร้านฟิตเนตกลาง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ไม่ลงตัวชักปืนประจำกาย กระหน่ำยิงภรรยาดับคาที่ แม่ยายสาหัส ชาวบ้านวิ่งหลบชุลมุนกลัวโดนลูกหลง พลเมืองดีบุกล็อกตัวประชาทัณฑ์มือปืนน่วม
สุดหดหู่! ยายแท้ๆ บังคับหลานสาววัย 13 ฝังยาคุม ช่วยปกปิดความผิดสามีใหม่ขืนใจหลานนานนับปี
สุดหดหู่! ผัวใหม่ยายแท้ๆ ข่มขืนหลานสาว ม.2 นานนับปี บังคับพาไปฝังเข็มยาคุมป้องกันตั้งท้อง ใช้เชือกมัดติดเสาเฆี่ยนตี ขู่ห้ามบอกใคร หลานทนไม่ไหวโร่บอกปู่ ไม่สลดตามไปขู่ปู่และหลานที่บ้านตอนกลางคืน ปู่น้ำตาตกสงสารหลานจี้ ตร.เร่งจับดำเนินคดีทั้งคู่ เชื่อยายรู้เห็นปกปิดความผิด พมจ.ลงพื้นที่เยียวยาสภาพจิตใจ
พายุถล่ม อ.ห้วยราช ต้นไม้ใหญ่ล้มระนาว ผู้ใหญ่บ้านเผยหนักสุดในรอบ 10 ปี
พายุหมุนและฝนกระหน่ำ อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ พัดต้นไม้ใหญ่หักระนาวทับสายไฟ สายสื่อสาร หลังคาสถานีรถไฟ บ้านเรือน ร้านค้า และคอกสัตว์ 2 ตำบล เสียหายกว่า 20 หลัง ผญบ.เผยหนักสุดในรอบ 10 ปี เทศบาล ผู้นำหมู่บ้าน เร่งสำรวจความเสียหาย ช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย

