ประธานาธิบดีอินโดนีเซียพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศาลพิเศษเพื่อตรวจสอบคณะกรรมการที่ไร้ประสิทธิภาพและส่อเค้าทุจริต จนนำไปสู่แผนการปิดรัฐวิสาหกิจ 750 แห่งภายในสิ้นปีนี้

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโตกล่าวสุนทรพจน์ประจำปีว่าด้วยสถานการณ์ของประเทศ ก่อนการเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพของอินโดนีเซีย ในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม (Photo by BAY ISMOYO / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569 กล่าวว่า ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซียกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศาลพิเศษเพื่อตรวจสอบคณะกรรมการที่ไร้ประสิทธิภาพและส่อเค้าทุจริตในการรายงานผลกำไรอันเป็นเท็จในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ
ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ต่อสู้กับการทุจริตในภาครัฐและเอกชนมาอย่างยาวนาน แม้มีการเสริมสร้างกฎหมายต่อต้านการทุจริต, จัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิเศษ และจับกุมบุคคลสำคัญหลายคนแล้วก็ตาม
"มีรัฐวิสาหกิจที่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิตมากเกินไป และมักจะรายงานผลขาดทุนในขณะที่อ้างว่ามีกำไร ซึ่งกำไรเหล่านั้นเป็นเพียงผลกำไรที่ตกแต่งขึ้นมา" ประธานาธิบดีกล่าวในสุนทรพจน์แถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา
ปราโบโว ซูเบียนโต ระบุว่า "ในตอนแรกผมคิดว่ามีรัฐวิสาหกิจเพียง 300 หรือ 400 แห่งที่เข้าข่าย แต่ปรากฏว่ามีถึง 1,074 แห่ง และรัฐวิสาหกิจเหล่านี้บางครั้งก็ดำเนินงานตามอำเภอใจ โดยไม่มีความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ"
เขาเสริมว่า จนถึงขณะนี้ได้ปิดไปแล้ว 290 แห่ง และภายในวันที่ 31 ธันวาคม น่าจะเหลือไม่เกิน 300 แห่ง
"เราจะปิดกิจการมากกว่า 750 แห่ง และคงไว้เฉพาะกิจการที่สร้างผลผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ประชาชน" ผู้นำอินโดนีเซียระบุ
ในสิ่งที่อาจเป็นการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ที่สุดในโลกภายใต้กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของอินโดนีเซีย (Danantara) เพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์ของรัฐ
การดำเนินการดังกล่าวได้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปแล้วประมาณ 50 ล้านล้านรูเปียห์ ซึ่งรวมถึงเงินเดือนของกรรมการและผู้บริหาร, ค่าเช่าอาคารและรถยนต์ และค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพื่อธุรกิจ
"เป้าหมายสำหรับปีนี้คือการประหยัดให้ได้มากกว่า 70 ล้านล้านรูเปียห์ และด้วยการปรับปรุงการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจ กำไรจึงเพิ่มขึ้นมากกว่า 75% จากปี 2024 เป็น 326 ล้านล้านรูเปียห์ในปีที่แล้ว" ประธานาธิบดีระบุ
เขายังเสนอให้จัดตั้งศาลพิเศษเฉพาะกิจเพื่อตรวจสอบการบริหารจัดการและคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งอาจมีขอบเขตอำนาจย้อนหลังไปได้ถึง 30 ปี
นอกจากนี้ยังขอให้พิจารณาการนิรโทษกรรมพิเศษสำหรับผู้ที่สำนึกผิดด้วย
ทั้งนี้ อินโดนีเซียได้คะแนนต่ำมากเพียง 34 จาก 100 ในดัชนีการรับรู้การทุจริตของแอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำปี 2025
การทุจริตยังเป็นประเด็นสำคัญในการประท้วงค่าครองชีพที่สูงขึ้น เนื่องจากอินโดนีเซียและภูมิภาคกำลังเผชิญกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอันเป็นผลมาจากสงครามในตะวันออกกลาง
โครงการหนึ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นพิเศษคือโครงการอาหารกลางวันฟรีสำหรับนักเรียน ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของปราโบโวที่เขาขอดำเนินการต่อและสัญญาว่าจะปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
"เรายอมรับไม่ได้ที่เด็กอินโดนีเซียหนึ่งในสี่คนต้องทนทุกข์ทรมานจากภาวะแคระแกร็น" ประธานาธิบดีกล่าว
แม้จะมีความไม่แน่นอนทั่วโลก ผู้นำอินโดนีเซียยืนยันว่าประเทศยังคงมีความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน และมั่นใจว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะแตะระดับ 6.0% ภายในสิ้นปี 2026
ตอนนี้ GDP อยู่ที่ 5.3% ในไตรมาสที่สองของปี ตามหลัง 5.6% ในไตรมาสแรก แต่กระนั้นนักวิเคราะห์แสดงความสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลการเติบโตอย่างเป็นทางการของอินโดนีเซียมาโดยตลอด
"การเติบโตและการลงทุนไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด เป้าหมายของเราคือความเจริญรุ่งเรืองของประชาชน ทุกๆ รูเปียห์ของการลงทุนต้องสร้างงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในระดับล่างสุด" ปราโบโว ซูเบียนโตกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ เปิดฉากการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการในรอบ 15 ปี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ในโอกาสเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ
คปท.นัดบุกกต.ให้เรียกทูตอินโดฯมาประท้วง เหตุ 'ปธน.ดีปราโบโว' เปิดบ้านรับรอง 'ยิ่งลักษณ์'
นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า
อย่าอินมาก! นักวิชาการชี้ ภาพ 'ทักษิณ' พบผู้นำอินโดนีเซีย แค่สีสันการเมือง เผย 'ปราโบโว' เพื่อนเก่าทักษิณ พบกันไม่ใช่แปลก ย้ำ นานาชาติเข้าใจ นายกฯ-รัฐบาล ผู้มีอำนาจตัวจริง
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า การพบกันระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะทั้งสองมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน ภาพที่ออกมา เป็นสีสันการเมืองเท่านั้น

