ตำแหน่งที่ไม่ต้องการ นครพนม ครองแชมป์ ยอดฉีดวัคซีนเข็มแรกต่ำสุดในประเทศ

16 พ.ย.2564- สืบเนื่องจาก นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมศูนย์ปฎิบัติการภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข หารือกันถึงปัญหาที่พบว่า ในตอนนี้การฉีดวัคซีนไม่ได้รวดเร็วเหมือนเดิมแล้ว ทั้งๆที่เปิดประเทศและมีวัคซีนเข้ามามากขึ้น อาจจะเกิดจากกลุ่มคนที่อยากฉีดมาฉีดไปแล้ว คนที่ลังเลยังไม่ตัดสินใจ แต่พบว่าเมื่อมีวัคซีนเข้ามามากขึ้น คนสนใจชนิดสูตรไขว้มากขึ้น เช่น แอสตร้าเซนเนก้าและไฟเซอร์ เป็นต้น

กระทรวงสาธารณสุข จึงเตรียมจัดกิจกรรมสัปดาห์การฉีดวัคซีนในช่วงวันที่ 27พฤศจิกายน-ธันวาคม นี้ หรือบางจังหวัดที่มีการจัดกิจกรรมสร้างแรงจูงใจให้คนมาฉีดวัคซีน หรืออาจจะให้โชว์เอกสารการฉีดวัคซีน หรือ เมื่อฉีดแล้วให้จับสลากเป็นของรางวัล ขอให้กระทรวงมหาดไทย ไปดำเนินการช่วยกันหาคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนมาฉีดเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ในฐานข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดเผยข้อมูล ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน เวลา 18.00 น. ว่า มีจังหวัดที่มีการครอบคลุมการได้รับวัคซีนโควิด เข็มที่ 1 ในอัตราต่ำที่สุด จำนวน 10 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครพนม,หนองบัวลำภู,บึงกาฬ,สกลนคร,กาฬสินธุ์,แม่ฮ่องสอน,สุรินทร์,ร้อยเอ็ด,ยโสธร และ จังหวัดอ่างทอง

ล่าสุด วันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามบุคคลที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มแรก ชื่อ นายสอน ศรวงค์ อายุ 69 ปี ชาวคุ้มชุมชนวัดพระอินทร์แปลง เขตเทศบาลเมืองนครพนม ขณะเดินออกกำลังกายบริเวณริมแม่น้ำโขง ว่า ติดตามข่าวสารแล้วกลัวเมื่อฉีดวัคซีนแล้วจะมีผลข้างเคียงตามที่มีข่าว ประกอบกับตนมีโรคประจำตัวจึงไม่กล้าฉีด แต่ก็มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้ามาบอกให้ไปฉีด ตนยังไม่ตัดสินใจเพราะลูกสาวจะพาไปฉีดที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นวัคซีนที่ต้องจ่ายเงินเองแต่มีความปลอดภัยกว่า

ทั้งนี้ จังหวัดนครพนมมีประชากร 717,588 คน ยอดฉีดวัคซีนที่ประชาชนควรจะได้รับ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันระดับจังหวัด จำนวน 502,312 คน หรือ 70 % ปรากฏว่ามีประชาชนฉีดเข็มแรกแล้ว 280,398 คน หรือเพียง 39.08 % เท่านั้น ส่วนเข็มที่สองมีจำนวน 226,230 คน หรือ 31.53 % และเข็มที่สามมี 9,214 คน หรือ 1.28 % (ข้อมูล ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564) จึงกลายเป็นจังหวัดที่มีผู้ได้รับฉีดวัคซีนเข็มแรกต่ำที่สุดในประเทศ แม้มีการรณรงค์ผ่านหลายช่องทางแล้วก็ตาม แต่ไม่มีการตอบรับจากประชาชนเท่าที่ควร

ในขณะที่ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม(สสจ.ฯ) ก็ไม่มีนโยบายที่ชัดเจนแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ในการรณรงค์หรือทำความเข้าใจแก่ประชาชน ทำให้เกิดจุดบกพร่องทั้งด้านมาตรการป้องกันและแก้ไข เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันได้เปลี่ยนไป เพราะมีการเปิดประเทศนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่โดยอิสระมากขึ้น การแพร่ระบาดของโรคโควิดจึงไม่ได้อยู่เพียงจุดเดียว แต่จะเป็นแบบกระจายตัว แตกต่างจากเชื้อนำเข้าจากพื้นที่เสี่ยงที่ผู้เดินทางเข้าสู่ระบบสาธารณสุขเพราะมีมาตรการเข้มข้น การควบคุมโรคจึงอยู่ในวงจำกัด ขณะที่การแพร่เชื้อในพื้นที่จะอันตรายกว่าเชื้อนำเข้าหลายเท่าตัว ขณะรายงานข่าวก็มีการแพร่เชื้อในพื้นที่เป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับสึกยกวัด! 5 พระ-เณรมั่วสุมเสพยาบ้า ซ่อนอุปกรณ์ในบาตรเพียบ

จากกรณีมีชาวบ้านนาดีหมู่ 13 และ หมู่ 14 ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม ยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงศูนย์ดำรงธรรม อ.นาทม ว่า ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมพระเณรลูกวัดป่าศิลาราม ซึ่งอาจจะพัวพันกับยาเสพติด โดยไม่ยอมออกบิณฑบาตอันเป็นกิจวัตรของพระภิกษุสงฆ์และสามเณร เพื่อเผยแผ่ศาสนาและโปรดสัตว์ตามวินัยพุทธกาล

'ตชด.-ทหาร' จับแก๊งขนยาบ้าก่อนส่งเข้ากรุง ยึดได้ 3.96 ล้านเม็ด

ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จึงได้ไล่ติดตามมาจนถึงบ้านเช่าหลังดังกล่าว และได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย

ผู้ว่าฯนครพนม ลงพื้นที่ช่วยซ่อมบ้านผู้ป่วยติดเตียง เหตุพายุฤดูร้อนถล่ม อ.เรณูนคร

หลังจากเกิดพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ ต.โคกหินแฮ่ ต.นางาม ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู รวม 5 ตำบล ได้รับความเสียหายรวม 85 หลัง คอกสัตว์ 3 หลัง ยุ้งข้าว 2 หลัง และเสาไฟฟ้าหักโค่น 2 ต้น โชคดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

พายุฤดูร้อน ถล่ม อ.เรณูนคร กวาดตลาดโต้รุ่งราบเป็นหน้ากลอง

ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ โดยมีพื้นที่ประสบภัยรวม 5 ตำบล 11 หมู่บ้าน ต.นางาม ต.โคกหินแฮ่ ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู โดยในเขตเทศบาลเรณูนคร บริเวณตลาดโต้รุ่ง พ่อค้าแม่ค้ากำลังจัดเตรียมตั้งร้านกัน

บีบหัวใจ! แม่คนงานเรือมยุรีนารี ลุ้นระทึก นั่งเฝ้าหน้าจอ 6 ชม. ร้องไห้คนเดียวห่วงลูกเป็นอันตราย

แม่คนงานในเรือ "มยุรีนารี" เผยหลังรู้ข่าวเรือไทยถูกยิงกลางทะเลช่องแคบฮอร์มุซ ถึงกับร้องไห้คนเดียว ห่วงลูกเป็นอันตราย