
2 ธ.ค. 2565 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า จากกรณีภาพวงจรปิดที่หน้าเคาน์เตอร์จำหน่ายซิมการ์ดโทรศัพท์ค่ายหนึ่ง จับภาพได้ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เดินทางกลับมาจากประเทศเกาหลี แล้วนำกระเป๋าสะพายสีเทา ซึ่งภายในมีทรัพย์สินหลายรายการรวมถึงเงินสดกว่า 3 แสนบาท วางไว้บนรถเข็นก่อนจะเดินกลับไปรอรับกระเป๋าสัมภาระที่สายพานกระเป๋าภายในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนที่สาวเสื้อสีทองที่จอดรถเข็นอยู่ข้างๆ จะหยิบกระเป๋าสะพายใบดังกล่าวจากรถเข็นมาใส่รถของตัวเอง ก่อนจะเดินไป ผู้เสียหายรายนี้ คือนายทองไท ประทุม จึงรีบเข้าขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้ช่วยติดตามกระเป๋าดังกล่าวคืน เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565
หลังจากผู้เสียหายรายนี้ เข้าขอความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยวประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พ.ต.ท.อัครพัชร์ ทองศรีวาณิช รอง ผกก.3 บก.ทท.1 ได้สั่งการฝ่ายสืบสวนของตำรวจท่องเที่ยวประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประสานไปยัง นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อประสานความร่วมมือตรวจสอบ โดยศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ทอท. ร่วมกับทางด้านศูนย์สุวรรณภูมิเพื่อขอดู กล้อง CCTV จนกระทั่งทราบว่า มีเจ้าหน้าที่พนักงานของ Thailand Elite ซึ่งทำหน้าที่ดูแลแขก VIP นักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ ที่เดินทางมาในเที่ยวบินเดียวกันมีการหยิบกระเป๋าใบดังกล่าวไปจากรถเข็นของผู้เสียหาย ฝ่ายสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวจึงร่วมกับฝ่ายปฏิบัติการพิเศษ ได้ติดตามตัวเจ้าหน้าที่ Thailand Elite ที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด จนพบตัวและแจ้งว่ามีการหยิบกระเป๋าผิดไป ซึ่งกระเป๋าดังกล่าวติดไปกับรถตู้ของนักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ จึงประสานไปยังปลายทางและแจ้งเรื่องดังกล่าวจนพบกระเป๋าดังกล่าวจริง
โดยเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 1 ธันวาคม 2565 เจ้าหน้าที่ได้ประสานผู้เสียหายและส่งมอบกระเป๋าใบดังกล่าวต่อหน้าพนักงานและผู้เกี่ยวข้อง ก่อนจะตรวจสอบภายในกระเป๋า ซึ่งไม่มีทรัพย์สินใดๆ สูญหายแต่อย่างใด หลังจากมีการลงบันทึกส่งมอบคืนทรัพย์สินเป็นที่เรียบร้อย
นายทองไท ผู้เสียหาย ได้ออกมากล่าวขอบคุณตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิที่ช่วยติดตามกระเป๋าใบนี้ ซึ่งภายในมีมีเงินสดสกุลไทยและเงินสกุลวอน รวมกว่า 3 แสนบาท
ขณะที่ตัวแทนของ Thailand Elite ออกมายกมือขอโทษในความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปดูแลแขกแล้วเข้าใจผิดหยิบกระเป๋าใบดังกล่าวมา เนื่องจากมีการแจ้งจากแขกไว้ในลักษณะของกระเป๋าที่คล้ายคลึงกันจนเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งทางด้านพนักงานที่เกี่ยวข้องมิได้มีเจตนาจะนำมาหรือลักทรัพย์แต่อย่างใด หลังจากที่ทราบเรื่องจากเจ้าหน้าที่ก็รีบประสานงานไปยังคนขับและพนักงานให้ดูแลและห้ามเปิดกระเป๋าดังกล่าวจนกว่าจะมีการส่งมอบคืนให้กับผู้เสียหาย หลังจากนี้จะกำชับพนักงานให้เพิ่มความรอบคอบในการตรวจสอบสัมภาระของแขกเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อาตมากลัว! หลวงพี่ล้างจานหลังกุฏิเห็น 'จระเข้' โผล่ในคลอง โร่แจ้งเจ้าอาวาส เตรียมเรียกกู้ภัย ที่แท้เป็นจระเข้ยาง
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพระใบฎีกาสิรวิชญ์ ปิยสาโร (พระมอส) อายุ 32 ปี เลขานุการวัดบางหญ้าแพรก ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.ส
ล่าระทึก 'ดีเจรัสเซีย' เอเย่นต์ยานรกรายใหญ่ สั่งซื้อผ่าน AI ขุดดินรับของ
ปฏิบัติการสกัดระทึกย่านชุมชน ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชายชาวต่างชาติพักอาศัยในซอยบ่อขยะ ต.เกาะพะงัน ลักลอบขายยาเสพติดหลายชนิดให้กับนักท่องเที่ยว
10 นักท่องเที่ยวไทยติดค้างอิรัก เดินทางกลับบ้าน
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดนช่วยนักท่องเที่ยวไทยใน “อิรัก” 10 คน ไปยังตุรกี เตรียมเดินทางกลับไทย

