'พระโตโน่' ได้ฉายา 'สุทธิสัทโธ' จำวัดไทยและลาว

9 ม.ค. 2566 – เมื่อเวลา 09.09 น. ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระอารามหลวง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่ประดิษฐานองค์พระธาตุพนม โดยภายในบรรจุพระอุรังคธาตุหรือกระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า อายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยชาวลาวสองฝั่งแม่น้ำโขง ในการนี้ พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ/ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 ในฐานะประธานสงฆ์ และเป็นพระอุปัชฌาย์ ในพิธีอุปสมบทหมู่นาค 2 คู่ คือ นาคโตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ฉายา สุทธิสัทโธ แปลว่าผู้มีจิตบริสุทธิ์

พร้อมนาคอีก 3 คน ประกอบด้วย นาคชูชาติ ไทยแย้ม ฉายาฐิตายุโก นาควรวัฒน์ สภาวสุ ฉายาฐิตุเปกโข และ นาคฉัตรินทร์ วุฒิสิริบูรณ์ ฉายา เอกคคจิตโต พ่อนาคทั้งสามถือเป็นทีมที่ร่วมโครงการว่ายน้ำข้ามโขง หนึ่งคนว่ายหลายคนให้ เพื่อรับบริจาคช่วยเหลือโรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 25656 ที่ผ่านมา จนประสบความสำเร็จได้ยอดบริจาค เป็นเงินจำนวนกว่า 87 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าวโด่งดังมาก่อนหน้านี้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเข้าพิธีอุปสมบท มีการจัดขบวนแห่แบบเรียบง่าย มีเพียงเครื่องอุปสมบทหรือกองบวช ได้แก่ ผ้าไตร จีวร บาตร และตาลปัตร ตามหลักพระพุทธศาสนา โดยจัดขบวนแห่เวียนรอบองค์พระธาตุพนม 3 รอบ ก่อนที่จะเข้าประกอบพิธีอุปสมบทภายในอุโบสถ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระอารามหลวง โดยมีพลังศรัทธาสาธุชนทั้งชาวไทย-ลาว ประชาชน นักท่องเที่ยว ตลอดจนแพทย์ พยาบาลจากโรงพยาบาลนครพนม และ โรงพยาบาลเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ร่วมอนุโมทนาบุญในครั้งนี้ด้วย

สำหรับการประกอบพิธีอุปสมบท มีพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ/ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 ในฐานะประธานสงฆ์ และเป็นพระอุปัชฌาย์ พร้อมด้วย พระราชสิริวัฒน์ เจ้าคณะจังหวัดนครพนม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ส่วน พระศรีวิสุทธิเมธี รองเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ นอกจากนี้ยังมีพระนั่งอันดับอีก 10 รูป ในการประกอบพิธีดังกล่าว ทั้งนี้หลังพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว พระทั้ง 4 รูปจะได้ตั้งใจประกอบกิจวัตรสงฆ์ 10 ประการ ตามหลักพระพุทธศาสนา พร้อมสวดมนต์เจริญภาวนา ตลอดระยะเวลา 7 วันในการอยู่ใต้ร่มผ้ากาสาวพัสตร์

นอกจากนี้ พระโตโน่ ตั้งใจที่จะจำวัดที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร รวม 3 วัน ก่อนที่จะเดินทางข้ามแม่น้ำโขงไปจำวัด เจริญภาวนา ที่วัดพระธาตุศรีโคตรบูร แขวงคำม่วน สปป.ลาว ก่อนที่จะกลับมาลาสิกขากับพระอุปัชฌาย์ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ถือเป็นอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ โดยตามหลักพระพุทธศาสนา บัญญัติไว้ว่าหากชายใดที่เข้าพิธีอุปสมบท ถือเป็นอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ส่งผลบุญ 3 ประการ คือ เกิดอานิสงส์ต่อตนเอง เกิดอานิสงส์ต่อผู้มีพระคุณบุพการี บิดามารดา ที่สำคัญยังเกิดอานิสงส์เป็นการสืบทอดส่งเสริมพระพุทธศาสนา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สงกรานต์นครพนม แห่ขอพรพญานาค

นครพนมสุดคึกคัก สงกรานต์แห่ขอพรพญานาค ถนนข้าวปุ้นอุโมงค์น้ำคึกคัก อากาศร้อนแตะ 40 องศาฯ ในเมืองเล่นสงกรานต์เที่ยงคืน

ห่วงปชช. 7 จ. ริมน้ำโขง หลังสารเคมีรั่ว สั่ง สทนช. เฝ้าระวังถึง 12 เม.ย.

'สมศักดิ์' ห่วงชาวไทย-ลาว หลังสารเคมีรั่วลงแม่น้ำโขง สั่ง สทนช. เกาะติดใกล้ชิด แจงตรวจคุณภาพน้ำ จ.เลย ใช้ได้ปกติ แต่ยังเฝ้าระวังถึง 12 เม.ย.

คนเนรคุณ! 'ศิษย์​เก่าม.​ขอนแก่น' รับไม่ได้ภาพอัญเชิญ​ 'พระเกี้ยว' กรรมคือเครื่องส่อเจตนา​

นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เจ้าของสูตรน้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่า

หนึ่งปีมีครั้ง รับจ้างล้างฮวงซุ้ย เทศกาลเช็งเม้ง ไหว้สุสานบรรพบุรุษ

คณะกรรมการสมาคมพ่อค้าจังหวัดนครพนม ได้จัดเตรียมทำความสะอาดฮวงซุ้ย ด้วยการตัดหญัา และปรับภูมิทัศน์สถานที่ เพื่อเตรียมพร้อมในการจัดงานเช็งเม้ง ระหว่างวันที่ 20 มี.ค.-5 เม.ย.67 โดยได้เริ่มมีการทำความสะอาดหลุมฝังศพ คนไทยเชื้อสายจีนกันแล้ว ทำให้บรรยากาศทั่วไปภายในพื้นที่สุสานคึกคักขึ้นมาทันที

หายปริศนากว่า 1 เดือน ญาติบุกทวงถามคดี 'เสี่ยบ่อนไก่' ไม่คืบหน้า หลังพบจอดรถทิ้งริมโขง

นายสำราญ สมหวัง อายุ 74 ปี พร้อมญาติพี่น้องเดินทาง สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ตำบลนาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดีดังกล่าวต่อ พล.ต.ต.ภานุเดช ณ พัทลุง ผบก.ภ.จว.ชุมพร เกี่ยวกับคดีที่ นายขนบ สมหวัง อายุ 56 ปี หรือ “นายหัวสมาร์ท” น้องชายและเป็นเจ้าของสนามชนไก่