
เห็นด้วยอย่างแรงครับ!
นี่..ผมยกมือสุดแขนสนับสนุน-ตอบตามที่คุณเต้ อาชีวะ แกนนำ “กลุ่มไทยไม่ทน” ผุดแคมเปญถาม..
“เห็นด้วยหรือไม่ หากประเทศไทยออกกฎหมาย แรงงานต่างด้าวที่ตั้งครรภ์ต้องกลับไปคลอดที่ประเทศตนเอง” เลยนะ!
เพราะนอกจากจะสัมผัส-เห็นด้วยตาตัวเองแล้ว การได้รับข้อมูลที่คุณเต้นำมาเปิดเผยว่า..
“ที่ผ่านมาเราพบว่าการที่แรงงานต่างด้าวตั้งใจมาตั้งครรภ์และคลอดบุตรในประเทศไทย นอกจากจะเป็นภาระด้านงบประมาณแล้ว
ยังส่งผลกระทบทั้งต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ เพราะแรงงานต่างด้าวจำนวนไม่น้อยมีเจตนาเข้ามาตั้งรกรากในไทย
ที่ผ่านมาเราต้องเอาภาษีของคนไทยที่ตั้งใจจ่ายให้รัฐเพื่อนำไปพัฒนาชาติไทย แต่กลับต้องเอาไปเลี้ยงดูลูกต่างด้าว ประเทศไทยต้องการแรงงานก็จริง แต่เราไม่ได้ต้องการผู้ติดตาม
ซึ่งเป็นภาระที่พ่วงมากับแรงงาน หรือมาตั้งท้องคลอดลูกในประเทศไทยเพราะว่าได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลและลูกได้เรียนฟรี 15 ปี
ขณะที่ประเทศต่างๆ ที่แรงงานไทยไปทำงาน ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ ไต้หวัน อิสราเอล ถ้าไปทำงานที่ประเทศเขาแล้วเกิดท้อง เขาส่งกลับทันที
แล้วไปทำงานบ้านเขา เขาก็ให้เข้าไปคนเดียว ไม่ใช่พาพ่อแม่ลูกเมียมาด้วยเหมือนประเทศไทย
ดังนั้นนอกจากท้องส่งกลับแล้วเราก็ต้องยกเลิกระเบียบที่อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวพาผู้ติดตามเข้ามาอยู่ในไทยด้วย”
ก็..ยิ่งทำให้กระตือรือร้นอยากจะร่วม “ลงชื่อ” เป็น 1 ในจำนวน 1 แสนคนที่คุณเต้เตรียมระดมล่า (รายชื่อ) อยู่ในขณะนี้เสียวันนี้-พรุ่งนี้เลยเอ้า!
ซึ่งปัญหานี้ก็จะสอดคล้องกับที่ นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ด้วยหรือไม่ อยากให้พิจารณาดู (บางช่วงบางตอน)..
“ผมจะเล่าให้ทุกคนเข้าใจถึงสถานการณ์ของโรงพยาบาลต่างๆ ที่ขาดแคลนต้นทุนจนอาจไม่สามารถรักษาคนไข้ให้ดีได้
แต่ทุกครั้งที่ออกมาพูดจะถูกคนบางฝ่ายกล่าวหาว่า กลุ่มล้ม 30 บาทบ้าง กลุ่มการเมืองที่หวังร้ายกับ สปสช.บ้างเสมอ
เงินที่โรงพยาบาลต่างๆ ได้เป็นรายได้เข้ามา มาจากหลายทางครับ 1.เงินจาก สปสช. ซึ่งถือเป็นเงินก้อนหลักที่มากที่สุด 2.เงินจากกองทุนประกันสังคม
3.เงินจากกองทุนที่เบิกได้จากข้าราชการต่างๆ 4.เงินบริจาค 5.เงินที่ รพ.สามารถหารายได้เอง เช่น ห้องพิเศษ บริการพิเศษต่างๆ
แต่เงินหลักอย่างที่บอกที่จะเข้าเป็นรายได้ของ รพ. มาจากเงิน สปสช. ซึ่งคิดเป็นประมาณ 70-80% ของรายได้โรงพยาบาล
แต่เงินก้อนนี้จ่ายน้อยกว่าความเป็นจริงทุกครั้งที่เกิดการรักษา..
ตอนนี้ รพ.ทั่วประเทศ 900 กว่าแห่ง เงินบำรุงติดลบไปแล้ว 400 กว่าแห่ง และเงินบำรุงรวมทุก รพ.ทั่วประเทศเหลือใช้ตอนนี้ ใช้ได้อีกประมาณ 3 เดือน
หากไม่มีเงินมาเพิ่ม รพ.ไม่ได้แสวงหากำไรหรอกครับ แต่เราไม่มีเงินซื้อยามาให้ประชาชนแล้ว
ล่าสุดวันนี้ สปสช.ออกประกาศอีกว่า ขอเลื่อนการชำระเงินของเดือนมิถุนายนให้หน่วยบริการต่างๆ อย่างไม่มีกำหนด
ยิ่งตอกย้ำสถานการณ์ที่รุนแรงอยู่แล้วของหน่วยบริการ ที่จะบริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพลงไปอีก และไม่มีใครสามารถต่อรองกับเขาได้เลย เพราะเงินอยู่ในมือเขา
ปัญหานี้กระทบประชาชนแน่นอนครับ บุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ยอมทำงานอย่างหนัก ยอมได้เงินเพิ่มพิเศษต่างๆ ออกช้า ยอมอดหลับอดนอนเพื่อคนไข้
แต่เมื่อออกมาบอกความจริงกับประชาชน จะโดนตราหน้าทันทีว่า “ไม่ไหวก็ลาออกไปซะ, คิดแต่เรื่องเงิน, โรงพยาบาลไม่ควรคิดกำไรขาดทุนกับประชาชนนะ”..
นี่แสดงถึงความที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์จริงโดยถ่องแท้ของประชาชนครับ ผมก็หวังว่า การเล่าอย่างตรงไปตรงมานี้จะทำให้เกิดความตระหนักรู้ของประชาชนว่า
สถานการณ์สาธารณสุขของบ้านเรา กำลังจะพังครืนในไม่ช้านี้แล้ว.. เงินโรงพยาบาลจะรักษาคนไข้ยังไม่มี แต่มีเงินแจกฮอร์โมนข้ามเพศ ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วครับ”
ครับ..ผมก็ไม่มีอะไรจะพูด รอร่วมลงชื่อเท่านั้นแหละ!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ม็อบทิพย์’..เอ้อระเหยไม่ได้!
“ฟ้องมาเลยครับ ผมไม่กลัว”! เปล่า..ผมไม่ได้จะท้าทายใคร เพราะเรื่องฟ้องร้องขึ้นโรง-ขึ้นศาลน่ะ ไม่ว่า “โจทก์” หรือหรือ “จำเลย” ไม่อยากเป็นทั้งนั้น!
ผลงานชิ้นโบแดง!
ขอสารภาพตามตรง..อาย “ฮุน เซน” (ว่ะ)! ก็..อายในความเป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และเป็น “ประธานวุฒิสภากัมพูชา” ที่มีสำนึกรัก-หวงแหนในวัฒนธรรม ภาษา..
ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา
ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ! ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา
ห้ามคนไทยเข้า!
เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”
ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ
มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..
ต้องขอ ‘คารวะ’
ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..

