เกิด-แก่-เจ็บ-โกง

ชื่นใจครับ

วานนี้ (๒๐ กรกฎาคม) เขาจัดงานฟอรัมผู้นำฝ่ายค้าน เกิด-แก่-เจ็บ-โกง

มี "หัวหน้าเท้ง" เป็นพระเอก

ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย ปัญหาคอร์รัปชันคือคู่แฝด

แยกจากกันไม่ได้เลย

นับแต่ปี ๒๔๗๕ อยู่ยั้งยืนยงมาถึงปัจจุบัน

จะร้อยปีแล้วครับ

"หัวหน้าเท้ง" บอกว่า สังคมไทยยังมีความหวังในการหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน สิ่งสำคัญคือต้องลงมือแก้ไขให้เป็นรูปธรรม ระบุในนโยบายของรัฐบาลที่จะต้องแถลงต่อรัฐสภา ว่ารัฐบาลชุดนี้จะแก้ไขปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง

"...วิธีพิสูจน์ว่ารัฐบาลเอาจริงกับเรื่องนี้ คือผลลัพธ์จากการจัดเสวนา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหาการทุจริตล้วนวนเวียนอยู่ในกระทรวงมหาดไทย หรือคนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล ผมเชื่อว่าตอนนี้สังคมกำลังจับตาว่าสุดท้ายการลงโทษ การตรวจสอบ จะสามารถโยงไปถึงคนที่อยู่วงในรัฐบาลหรือไม่..."

ถูกต้องแล้วครับ คอร์รัปชันมันหยั่งรากลึก และ นายกฯ อนุทิน แถลงนโยบายว่า จะแก้ปัญหาทุจริตเชิงโครงสร้างจริง

แล้วรัฐบาลเริ่มไปบ้างหรือยัง

เฉพาะที่ปรากฏเป็นข่าวสารก็มีอยู่ประมาณหนึ่ง

การแก้ปัญหาทุจริตเชิงโครงสร้างของรัฐบาลอนุทิน คือ มุ่งเน้นการปฏิรูประบบราชการด้วยเทคโนโลยีและการลดดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

เป้าหมายคือเพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการบริหารแผ่นดิน

รัฐบาลได้ขับเคลื่อนแนวทางหลักในมิติต่างๆ ดังนี้

มาตรการขับเคลื่อนและการปฏิรูปเชิงโครงสร้างประกอบด้วย

การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data) ผลักดันให้หน่วยงานรัฐใช้ระบบ Open Data เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการอนุมัติต่างๆ ให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

การลดดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ 

ปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการอนุมัติอนุญาตให้มีความรวดเร็วและใช้ระบบดิจิทัลทดแทน เพื่อลดโอกาสในการเรียกรับสินบนหรือเงินใต้โต๊ะ

การตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริต

มีการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะเพื่อบูรณาการตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เช่น การตรวจสอบวินัยร้ายแรงในกลุ่มข้าราชการที่พัวพันกับการทุจริต

การบูรณาการภาครัฐและเอกชน

ร่วมมือกับสภาหอการค้าไทยและกลุ่มคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน ๓ สถาบัน (กกร.) ในการรับฟังและวางมาตรการสกัดกั้นช่องโหว่ทางธุรกิจที่มักเกิดการคอร์รัปชัน

นี่้คือผลงานในกระดาษ

ของจริงอยู่ตรงไหน?

การทุจริตการสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่ผลงานการปราบคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างของรัฐบาลตามนโยบาย

แต่มันคือการตามแก้ปัญหาหลังเกิดเป็นข่าวขึ้นมา

ยังมีการคอร์รัปชันที่ไม่เป็นข่าวอีกมากมาย

ถ้าเรื่องไม่แดง ก็อิ่มแปล้กันไป

ไม่เฉพาะในกระทรวงมหาดไทย

แต่มีทุกกระทรวง

เห็น "หัวหน้าเท้ง" พุ่งเป้าไปที่การฮั้ว สว.

เพลียใจครับ

เอาเข้าจริงก่อนเลือก สว. ศาสดาส้ม ธนาธร ปิยบุตร ช่อ เดินสายล็อบบี้ให้คนที่มีแนวคิดเหมือนตัวเองลงสมัครสว.

ในวันนั้น "ธนาธร" บอกว่า ให้ประชาชนลงสมัครรับเลือก สว.เป็นจำนวนมากเพื่อสร้าง "สว.ประชาชน"

อ้างว่าเพื่อเข้าไปทลายการผูกขาดอำนาจเชิงโครงสร้างและสู้กับคะแนนจัดตั้งของกลุ่มอำนาจเดิม

รู้กันมาตั้งแต่ต้นแล้วครับว่า พวกใครเข้าไปได้มากกว่า พวกนั้นชนะ

แต่ในวันนั้น "ธนาธร" ใช้คำว่า กติกาการเลือก สว. แบบเลือกกันเองและเลือกไขว้ถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อพวกมากลากไปและกีดกันประชาชน

ฉะนั้นการส่งคนเข้าไปสมัครจำนวนมากจึงเป็นวิธีเดียวที่จะทำลายระบบนี้ได้ต่อสู้กับ คะแนนจัดตั้ง และบล็อกโหวตได้

ก็แสดงว่า "ธนาธร" ต้องการให้คนที่มีอุดมการณ์เดียวกับตนเอง เข้าไปเยอะๆ เพื่อเลือกกันเองให้มากที่สุด

แต่ถ้าคนอื่นทำแบบเดียวกัน เรียกว่า "ฮั้ว"

ฉะนั้นมุมมองปราบคอร์รัปชันของ "หัวหน้าเท้ง" จึงมีวาระทางการเมืองซ่อนอยู่

กรณีฮั้ว สว.แน่นอนว่า ต้องจัดการให้สิ้นซาก โดยเฉพาะกรณีการพบเส้นทางเงิน ใครจ่ายให้ใคร ใครได้ประโยชน์เรื่องนี้ต้องกระจ่าง       

เพื่อความสมบูรณ์ของคดี ควรตรวจสอบด้วยว่า          กลุ่มที่พยายามฮั้วกันแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะกลุ่มอื่นฮั้วเก่งกว่า ก็ต้องลากคอมาลงโทษด้วย

ดังนั้นเมื่อพูดถึงการปราบคอร์รัปชัน จึงต้องมองภาพรวมทั้งหมด จะไปเจาะจงจุดใดจุดหนึ่งมิได้

และเมื่อพรรคฝ่ายค้านตัดสินใจยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ประชาชนเองก็อยากเห็นมิติใหม่การปราบโกงโดยพรรคฝ่ายค้าน

ทำให้การตรวจสอบโดยสภาผู้แทนราษฎรมีความศักดิ์สิทธิ์

"หัวหน้าเท้ง" บอกว่า...

"...การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ผมมองว่ามีผลสะเทือนทางการเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอย่างแน่นอน

เพราะหลายคดีที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องช่วยสีน้ำเงินด้วย ทุจริตการสอบท้องถิ่น การพยายามยัดไส้ใน พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน ๔ แสนล้านบาท การทุจริตงานทะเบียนแจ้งเกิดเท็จ สุดท้ายแล้วเรื่องต่างๆ วนเวียนรอบตัวคนที่ชื่อนายอนุทิน..."

ก็ถือเป็นความตั้งใจดี

แต่ "หัวหน้าเท้ง" ยังมีทัศนคติแบบการเมืองโบราณ

ซักฟอกเพื่อต้องการเปลี่ยนรัฐบาล

แทนที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยสมาธิอยู่ที่การขุดคุ้ยการคอร์รัปชัน ขจัดนักการเมืองโกงแทนประชาชน และให้ได้ผล ๑๐๐%

ครับ...ผลงานปราบคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างของรัฐบาลยังไม่ปรากฏ ขณะที่้ฝ่ายค้านมีธงเปลี่ยนรัฐบาล

สุดท้ายทำได้แค่ เกิด-แก่-เจ็บ-โกง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรียบร้อยโรงเรียนไทย

ไปที่จีนครับ... นายกฯ อนุทินยกคณะไปร่วมงาน ประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (WAIC) 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ แล้วแวะเฉิงตู กลับไปปักกิ่ง

ถึงเวลาต้องเปลี่ยนยุค

หลายคนยลตามช่อง ก็แล้วแต่มุมมองครับ นายกฯ อนุทิน เดินทางไปจีนเที่ยวนี้ภาพที่ลอยมาเด่นชัดสุด ที่คนส่วนใหญ่มองแทบจะตรงกันคือคงจะเป็นเรื่องความมั่นคง

รู้จักข้าวแกงน้อยไป

อยู่ที่ข้าวแกงครับ เพราะมันคือวัฒนธรรมการกินของคนไทย ที่ไหนๆ ก็มีข้าวแกง ไม่ว่าเหนือ อีสาน กลาง ใต้ ล้วนกินข้าวแกง รสชาติแตกต่างกันบ้างไปตามภูมิภาค ฉะนั้นเมื่อพูดถึงข้าวแกง จะพูดกันเล่นๆ ไม่ได้

'ศุภจี' หายใจยังผิด

ก็...ตอกกลับกันไปครับ ไอ้ที่บอกว่า ข้าวแกง ๓๐-๔๐ บาทมีถมเถไป ก็แสดงว่าหากินง่าย ไม่มีใครเดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพ ข้าวของไม่ได้แพงอย่างที่กระทรวงพาณิชย์เข้าใจ

ดรามาข้าวแกง ๔๐ บาท

แปลกดี... เรื่องง่ายๆ ชอบทำให้มันเข้าใจยาก เรื่องข้าวแกง ๔๐ บาท ค้านกันหัวชนฝา ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น ฝ่ายไม่ชอบขี้หน้า ฝ่ายหาแสง เอากันใหญ่ จนกลายเป็นว่ารัฐบาลออกมาตรการอะไรมา ก็ค้านกันไว้ก่อนราวกับพ่อสอนไว้