
23 ม.ค. 2566 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.หญิง ณัฎฐณิชา เริงชวัญ รองสารวัตรสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตในบ้านพักหลังหนึ่ง ภายในหมู่บ้านสยามนิเวศน์ หมู่ 10 ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ๊งเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ภายในบ้านชั้นล่าง พบร่าง น.ส.อัยย์รฎา เหลี่ยมไตร อายุ 30 ปี นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนโซฟา ภายในห้องน้ำชั้น 2 พบเตาปิ้งย่างวางอยู่กับพื้นด้านในมีถ่านและน้ำ และภายในห้องนอนข้างห้องน้ำยังมีกลิ่นควันหลงเหลืออยู่ พบลูกบิดประตูถูกงัดจนพัง และยังพบสมุด 1 เล่ม ที่หน้าแรกถูกเขียนด้วยลายมือว่า “ดูแลโมนาดี ๆ นะ / ฝากโทรหาเบอร์ 086-XXXXXXX บอกเขาว่าอัยตายแล้วแค่นั้น / อ่อเงินอยู่ที่โอ๊ตด้วย 40,000 นะ / ถึงพ่อกับแม่ / อยากให้พ่อกับแม่เข้าใจในการตัดสินใจในสิ่งที่นุ้ยทำ มันอาจทำให้พ่อกับแม่เสียใจ แต่พอเวลาผ่านไปมันจะดีขึ้นนุ้ยจะอยู่ในความรู้สึกคิดถึงของพ่อกับแม่เสมอ / ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่เป็นคนไม่เอาไหน ไม่มีอะไรให้น่าภูมิใจไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่พ่อกับแม่หวัง ไม่สามารถดูแลพ่อกับแม่ให้มีความสุขสบายได้ ช่วยให้อภัยนุ้ยด้วยนะ / นุ้ยรู้สึกเหนื่อยกับการใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ รู้สึกกับการตื่นมาอย่างทรมานที่รู้ว่าต้องมีชีวิตต่อให้รอดไปในแต่ละวัน นุ้ยรู้สึกว่ามันยากมาก ๆ สำหรับนุ้ยในตอนนี้ นุ้ยรู้สึกข้างในความรู้สึกนุ้ยมันเหลวไปหมดมันทรมานที่ต้องหายใจ นุ้ยพยายามหาความสุขให้กับตัวเองแต่รู้สึกความสุขที่นุ้ยต้องการจริง ๆ คือการที่นุ้ยหยุดรู้สึกทุกอย่าง แค่ไม่อยากรู้สึกเจ็บปวด ทุกข์ ทรมาน กับทุก ๆ เรื่อง / ของทุกอย่างที่เป็นของนุ้ยช่วยเผาทำลายมันไปพร้อมกับนุ้ยด้วยนะส่วนคอมนุ้ยถ้าจะขาย ราคา 20,000 นะ โทรศัพท์นุ้ยให้เก็บตั้งไว้หน้ารูปภาพนุ้ยนะห้ามขายหรือให้ใคร (คอมขายเท่านั้นห้ามให้ใคร) / รักพ่อกับแม่มากนะถึงแม้เราจะไม่ค่อยได้คุยกัน นุ้ยรู้แหละว่าพ่อกับแม่ก็รักนุ้ยเหมือนกันและต้องเสียใจมากที่นุ้ยตัดสินใจแบบนี้ แต่เชื่อเถอะมันคือทางที่นุ้ยจะได้มีความสุขจริงๆ” เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม นางรุ่งอรุณ เหลี่ยมไตร อายุ 52 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ลูกสาวไม่ได้มีปัญหาอะไรเพิ่งไปต่างจังหวัดแล้วกลับมา ตนเห็นกระดาษที่ลูกสาวเขียนไว้แค่นั้น ตนมาเจอว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้วประมาณหกโมง เข้าไปเจอสภาพลูกสาวนอนตะแคงข้างมีผ้าปิดจมูกอยู่บนที่นอน ลูกสาวไม่มีปัญหากับคนในครอบครัวหรือที่อื่น อีกอย่างบ้านเพิ่งจะซื้อ ลูกสาวเป็นคนเงียบๆ มีโลกส่วนตัวสูง ลูกสาวน่าจะไปหาแฟนที่เชียงใหม่ กลับจากเชียงใหม่ได้ประมาณ 1 อาทิตย์แล้ว ลูกสาวอยู่แต่ในห้องเงียบๆ ไม่พูดอะไรกับใคร ไม่ออกข้างนอก ลูกสาวจะเป็นคนที่ไม่พูดเรื่องส่วนตัวให้ใครฟังเลย เมื่อเช้าตนได้ออกไปดูรถมอเตอร์ไซค์ให้ลูกชายคนเล็ก ตอนที่ตนกลับมาก็สงสัยอยู่เพราะลูกสาวได้ลงมากินข้าว เห็นส้มปอกไว้วางอยู่บนโต๊ะกินข้าว ตนออกไปข้างนอกประมาณ 09.00 น. กลับมาถึงประมาณ 11.00 น. ได้เรียกลูกสาวกินข้าวแต่ก็เงียบ ตนก็ไม่ได้สนใจอะไร พอตอนเย็นรู้สึกเงียบผิดปกติ ก็เลยขึ้นไปดูจึงได้กลิ่นควัน คิดว่าใครเผาอะไรหลังบ้าน ไม่คิดว่าลูกสาวจะทำแบบนี้ ตนมารู้สึกแปลกๆ ว่าทำไมเคาะห้องลูกสาวแล้วเงียบไม่มีการตอบรับอะไรเลย จึงเรียกสามีขึ้นมาดู แล้วได้พังประตูห้องเข้าไป เห็นลูกสาวนอนเสียชีวิตแล้ว

นายอาวุทธิ์ เหลี่ยมไตร อายุ 54 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ภรรยาได้ขึ้นมาทำความสะอาด เวลาประมาณ 16.00 น. ได้กลิ่นควันไฟเหมือนอะไรไหม้จึงลงไปเรียกตนซึ่งอยู่ข้างล่าง จึงรีบขึ้นมาดู ได้เคาะห้องเรียกลูกสาวก็ไม่เปิดประตูให้ คิดแล้วว่าลูกสาวต้องทำอะไรสักอย่าง เคยดูข่าวรมควันเสียชีวิต ไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเกิดขึ้นกับครอบครัว ตอนที่เกิดเหตุอยู่กันครบทั้งลูกชาย ลูกสาว และภรรยา จึงเรียกลูกชายขึ้นมาช่วยกันพังประตู ตอนแรกลูกชายได้เข้าไปทางห้องน้ำแล้วเอาเก้าอี้มาต่อ เปิดฝ้าข้างบนออกเพื่อจะปีนดูลูกสาวที่อยู่ในห้อง แต่มองไม่เห็นเพราะไม่มีช่องลง จึงลงมาแล้วงัดกลอนประตูเข้าไป เห็นลูกสาวนอนตะแคงหันหน้าไปทางฝาผนัง ตนเข่าทรุดเลย ลูกสาวไม่มีปัญหากับใคร เป็นคนเงียบๆ โลกส่วนตัวสูงไม่เคยสุงสิงกับใคร ไม่มีแฟนไม่มีครอบครัว ลูกสาวเพิ่งกลับจากเชียงใหม่ แต่ตนไม่รู้ว่าลูกสาวไปทำอะไรแต่ที่เขียนจดหมายไว้น่าจะมีส่วน ลูกสาวลาออกจากงาน ที่ผ่านมาเคยกรีดแขนตัวเอง จะคอยเตือนลูกสาวอยู่เรื่อยๆ ทำอะไรให้อยู่ในศีลธรรม แต่จะไม่ก้าวก่ายชีวิตลูก ตนรักลูกสาวคนนี้มาก ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพ ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และจะเชิญตัวพ่อกับแม่และน้องชายไปสอบเพิ่มเติมที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ ส่วนสาเหตุในการก่อเหตุในครั้งนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ เพราะพ่อแม่บอกว่าลูกสาวเป็นคนเงียบๆ ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียวไม่ค่อยคุย และไม่บอกเกี่ยวกับปัญหาของตัวลูกสาวให้กลับพ่อแม่ฟัง ก่อนจะมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.
หนุ่มพม่า ล้วงอกสาวกลางงานสงกรานต์ สุดท้ายถูกกระทืบน่วม
เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางเสาธง รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณปากซอย ฝ 5 ชุมชนการเคหะเมืองใหม่บางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ล่าระทึกบางพลี จับ 'ชเว' ตัวการยาเสพติดข้ามชาติ หนีหมายแดงกบดานบ้านหรู
ตำรวจไทยประสานกำลังตำรวจเกาหลีใต้ รวบเอเย่นต์รายสำคัญตามหมายแดงอินเตอร์โพล หลบหนีเข้าประเทศผิดกฎหมาย พร้อมยึดอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมาก ขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
มอบตัวแล้ว มือยิงไรเดอร์ดับคาห้องน้ำ อ้างแค้น-ถูกท้าทาย
ผู้ก่อเหตุยิงเพื่อนบ้านอาชีพไรเดอร์เสียชีวิตคาห้องน้ำ เข้ามอบตัวหลังถูกกดดันหนัก สารภาพปมขัดแย้งสะสมในกลุ่มอาชีพ อ้างถูกด่าทอและท้าทายจนก่อเหตุ
หนุ่มเมียนมาหึงโหด! ทุบขวดเบียร์กระหน่ำแทงแฟนเก่า ก่อนแทงคอตัวเอง
ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ที่หน้าห้องเช่าไม่มีชื่อ ภายในซอยสนามกอล์ฟกรีนวัลเล่ย์ ตำบลบางโฉลง
อดีตผอ.โรงเรียน จ.กระบี่ ยิงตัวตาย ทิ้งพินัยกรรมยกมรดกให้ลูก
เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เขาพนม จ.กระบี่ ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.กระบี่ หน่วยกู้ชีพประชาร่วมใจเขาพนม เข้าตรวจสอบเหตุพบศพผู้เสียชีวิต

