อดีตเชฟโรงแรมดังในภูฏาน กลับบ้านบุรีรัมย์ ขายข้าวแกง 20 บาทช่วยลดค่าครองชีพ

หนุ่มอดีตเชฟโรงแรมชื่อดังที่ประเทศภูฏาน กลับมาขายข้าวแกง 20 บาทที่บ้านเกิดในตลาด อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ หลังเกิดสถานการณ์โควิดระบาด เผยเป็นโอกาสที่ได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ทั้งได้ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้กินอาหารในราคาประหยัดแต่อิ่มท้อง กำไรไม่มากแต่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้โดยไม่ลำบาก

1 ก.พ.2566 - นายสุประวิทย์ เลิศศิริ หรือ อ๋อย อายุ 41 ปี ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ อดีตเชฟ โรงแรมชื่อดัง ที่ประเทศภูฏาน ได้พาลูกชาย 2 คน และภรรยาชาวภูฎาน กลับมาเปิดร้านขายข้าวแกงราคาถูก 20 บาท ในตลาดสด หรือตลาดสระหญ้าม้า ในเขตเทศบาลเมืองนางรอง อ.นางรอง หลังจากเกิดสถานการณ์โควิดระบาดอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจกลับมาเปิดร้านขายข้าวแกงที่บ้านเกิด ก็ถือเป็นโอกาสที่ได้มาอยู่กับครอบครัวที่บ้าน

ทั้งยังได้ช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยได้กินข้าวในราคาประหยัดเพียงจานละ 20 บาท โดยแต่ละวันจะทำกับข้าวเกือบ 10 เมนูให้ลูกค้าได้เลือกรับประทาน ซึ่งกับข้าวที่ทำขายจะสดใหม่ทุกวันและรับประกันความอร่อยแน่นอน เพราะมีประสบการณ์ทีเป็นเชฟมาเกือบ 10 ปี ซึ่งหลังจากเปิดขายมาได้ประมาณ 2 เดือน ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนอย่างคึกคัก

นายสุประวิทย์ เลิศศิริ เจ้าของร้านข้าวแกงราคาถูก เล่าว่า ตนไปทำงานเป็นเชฟที่โรงแรมชื่อดัง ที่ประเทศภูฏาน ประมาณ 4 ปี จากนั้นไปทำที่ประเทศสิงคโปร์ 2 ปี ซึ่งตอนที่เป็นเชฟอยู่ภูฏานก็เคยได้มีโอกาสทำอาหารถวายให้กับสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน หลายครั้ง หากพระองค์เดินทางมาเมืองไทยก็ได้ตามเสด็จมาทำอาหารถวายด้วย แต่หลังจากเกิดสถานการณ์โควิดระบาด เมื่อปลายปี 2564 จึงตัดสินใจพาลูกชายและภรรยาซึ่งเป็นชาวภูฏานเดินทางกลับมาบ้านที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์

จากนั้นเมื่อปลายปี 2565 ก็ลองพาครอบครัวมาเปิดร้านขายข้าวแกงในราคา 20 บาท ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั้งพ่อค้าแม่ค้าในตลาด รวมถึงประชาชนทั่วไปมาอุดหนุนคึกคักทุกวัน ส่วนที่เลือกขายข้าวแกงเพราะตนเองมีฝีมือด้านเชฟอยู่แล้ว และที่ขายในราคาเพียง 20 บาท เพราะอยากให้ประชาชนได้รับประทานอาหารในราคาประหยัด โดยเฉพาะในช่วงยุคข้าวของแพงแบบนี้ก็อยากจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับประชาชนด้วย

โดยแต่ละวันขายได้ 4,000 – 5,000 บาท หักต้นทุนแล้วก็จะเหลือประมาณ 1-2 พันบาท ก็เพียงพอเลี้ยงครอบครัวได้โดยไม่ลำบาก

หากลูกค้าท่านใดอยากจะไปลองลิ้มรสอาหารฝีมือเชฟ ที่การันตีทั้งคุณภาพและความอร่อย แถมยังราคาประหยัดกระเป๋าด้วย ก็สามารถไปอุดหนุนกันได้ที่ตลาดสระหญ้าม้า ฝั่งตรงข้ามกับคลินิกเสริมความงามเดอมาเฮ้าส์ ขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประชาชนไหว้ขอพร 'พระสุภัทรบพิตร' บนยอดเขากระโดง สัมผัสอากาศเย็น ขอชายแดนสงบสุข

ประชาชนและนักท่องเที่ยว แห่กราบไหว้สักการะขอพร “พระสุภัทรบพิตร” พระพุทธรูปจำลององค์ใหญ่ บนยอดภูเขาไฟกระโดง จ.บุรีรัมย์ เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต ในช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 พร้อมเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ตัวเมืองบุรีรัมย์

'อนุทิน' ควง 'มาดามจ๋า' ร่วมพิธียกยอดฉัตร 9 ชั้น ต้นที่ 37 พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1

"อนุทิน" ควง "จ๋า-ธนนนท์" สวมเสื้อฅนบุรีรัมย์สีน้ำเงิน "เนวิน-อดุลย์-เพิ่มพูน-ศักดิ์สยาม" พร้อมส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาชนและนักท่องเที่ยว

ประชาชนอวยพรปีใหม่ ขอให้ทหารแนวหน้าแคล้วคลาด ปลอดภัย สดุดีนักรบพลีชีพ

ประชาชนจากหลายสาขาอาชีพที่ จ.บุรีรัมย์ รวมถึงนักท่องเที่ยว อวยพรปีใหม่ให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองจากอริราชศัตรูให้แคล้วคลาดปลอดภัย

ชายแดนบ้านกรวดเริ่มขยับชีวิตปกติ แต่ยังหวั่นคืนเคาท์ดาวน์

ชาวบ้านแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ทยอยกลับบ้านหลังพ้นข้อตกลงหยุดยิง 72 ชั่วโมง ยังไม่ไว้วางใจสถานการณ์ วอนงดเสียงดัง งดพลุ-ประทัด หวั่นเกิดความเข้าใจผิดจนปะทุเหตุรุนแรงซ้ำ

‘อนุทิน-เนวิน’ ร่วมพิธีปิดทองฉัตร 9 ชั้น เสาต้นที่ 37 ก่อนกินส้ม

นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงปร

นายกฯ นำคณะบวงสรวงรัชกาลที่ 1 เปิดงานปิดทองเบิกฟ้า จ.บุรีรัมย์ เสริมสิริมงคล

นายกฯ นำคณะบวงสรวงรัชกาลที่ 1 เปิดงานปิดทองเบิกฟ้า จ.บุรีรัมย์ เสริมสิริมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้าน ‘เนวิน’ นั่งใต้ต้นฉัตรเงินต้นที่ 37