
24 มี.ค. 2566 – นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต ผู้แทนนายอำเภอโพธิ์ประทับช้าง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่และเครือข่ายภาคประชาชนชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริตโพธิ์ประทับช้าง ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านวังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ที่ดำเนินการโดยกรมชลประทานตามสัญญาว่าจ้างด้วยงบ 231 ล้านบาทเศษ ระบุในสัญญาจ้างเริ่มงาน 15 พ.ย. 2559 สิ้นสุดสัญญา 1 ส.ค. 2562 แต่ปรากฎว่าจากวันนั้นถึงวันนี้ ผู้รับจ้างทำงานไม่เป็นไปตามแผนงาน ทำไปหยุดไป ล่าสุดทิ้งงานขนเครื่องจักร อุปกรณ์ ออกจากพื้นที่ก่อสร้างไปจนหมดสิ้น คิดเนื้องานที่ทำแล้วประมาณ 60% และยังมีเงินที่สามารถเบิกได้อีก 80 ล้านบาท หากทำจนแล้วเสร็จ
โดย นายธนบดี รักสัตย์ ผอ.สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 3 เปิดเผยว่า ปัจจุบันความก้าวหน้าของโครงการอยู่ที่ 60% ซึ่งเป็นการทำงานก่อสร้างเทคอนกรีตฐานล่างที่อยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดิน เหลือแค่เพียงงานอาคารส่วนบนและการติดบานประตู แต่ด้วยสาเหตุผู้รับเหมาเดิมขาดสภาพคล่อง รวมถึงตอนที่เข้าประมูลแข่งขันก็เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางเกือบ 80 ล้านบาท จึงทำให้เหลือต้นทุนในการทำงานเพียงแค่ 231 ล้านบาทเศษ เรียกได้ว่าในส่วนที่จะเป็นกำไรหายไปจากการฟันราคา ดังนั้นเมื่อถึงตอนดำเนินงานจริงจึ งเป็นเหตุขาดสภาพคล่อง ซึ่งผู้รับเหมารายดังกล่าวสร้างปัญหาในลักษณะนี้กับงานรับจ้างของกรมชลประทานในหลายแห่ง และถูกขึ้นบัญชีว่าเป็นผู้ละทิ้งงาน
แต่ในส่วนโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ (ปตร.) วังจิก กรมชลประทานได้พยายามติดต่อผู้รับจ้างรายเดิมนี้ เพื่อขอทราบความชัดเจนว่าจะทำต่อหรือจะยกเลิกยอมทิ้งงาน ซึ่งคงต้องรอฟังคำตอบอีกครั้งในวันที่ 28 มี.ค. นี้ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายกำหนดตามมาตรการบอกเลิกสัญญา ถ้าผู้รับเหมารายเดิมแสดงเจตนาจะขอทำงานต่อก็จะมีระยะเวลาให้ทำงานได้ยาวถึง 827 วัน และจะได้เงินค่าจ้าง 80 ล้านบาทในส่วนที่เหลือ ซึ่งตรงกันข้ามหากผู้รับเหมารายเดิมทิ้งงานกรมชลประทาน ต้องใช้ระยะเวลาหาผู้รับจ้างรายใหม่ ภายในเดือน ก.ย. 2566 เพื่อดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 365 วัน
ด้านนายนรสิงห์ ยังเพ็ง กำนันตำบลวังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง กล่าวว่า อยากให้โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำวังจิกสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากประตูระบายน้ำแห่งอื่นๆ อีก 3 แห่ง ที่อยู่ในแม่น้ำยม ที่กรมชลประทานทำเองต่างจะแล้วเสร็จภายในปี 2566/2567 นี้ แต่มีอยู่แห่งเดียวคือที่ ปตร.วังจิก ก็ไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อยาวไปถึง 827 วัน หรือ 365 วันกันแน่ แต่ถ้าเลือกได้อยากได้ผู้รับเหมารายใหม่ หรืออยากให้กรมชลประทานทำเองน่าจะสำเร็จเสร็จได้ดีกว่าผู้รับจ้างผู้รับเหมาทำ เนื่องจากเกรงประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิม
ขณะที่ นายวราพงษ์ ผอ.ป.ป.ช.ประจำจังหวัดพิจิตร ให้สัมภาษณ์ว่า จากการลงพื้นที่และประชุมหารือ เบื้องต้นพบว่าผู้รับจ้างไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างต่อเนื่องและทิ้งงาน โดยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในไซต์งานก่อสร้างทั้งหมดไปนานหลายเดือนแล้ว เหตุขาดสภาพคล่อง ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มาจับผิดเรื่องการทุจริต แต่เป็นการมารับฟังปัญหาเพื่อช่วยกันหาแนวทางแก้ไขเพื่อที่จะให้การก่อสร้างดำเนินการแล้วเสร็จ ซึ่งถ้า ปตร.วังจิก แห่งนี้สร้างแล้วเสร็จเกษตรลุ่มน้ำยมในพื้นที่ ต.วังจิก ต.รังนก และแหล่งน้ำคลองสาขาพื้นที่การเกษตรกว่า 30,000 ไร่ ก็จะได้รับประโยชน์มีน้ำทำนารวมถึงจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมชลฯ ยันน้ำเหนือยังไม่กระทบคันกั้น กทม. จับตาฝนระลอกใหม่ เร่งพร่องน้ำรับมือ
กรมชลประทานเผยน้ำเจ้าพระยาที่สามโคก 2,382 ลบ.ม./วินาที ยังต่ำกว่าระดับกระทบแนวคันกั้นน้ำ
ไขข้อสงสัย! ทำไม 'น้ำเหนือลด' แต่เขื่อนเจ้าพระยายังต้องระบายน้ำเพิ่ม
กรมชลประทาน ไขข้อสงสัย ทำไม “น้ำเหนือเริ่มลด” แต่เขื่อนเจ้าพระยายังต้องเพิ่มการระบาย? มีเนื้อหาดังนี้
'กรมชลประทาน' อัปเดตลุ่มเจ้าพระยา ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา ณ เวลา 06.00 น. ดังนี้
กรมชลฯ เตือน 14 อำเภอ 4 จังหวัด ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา รับมือระดับน้ำสูงขึ้นอีก 15-30 ซม.
กรมชลฯ แจ้งเพิ่มระบายเขื่อนเจ้าพระยา สูงสุดไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที หลังน้ำเหนือเพิ่มต่อเนื่อง เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเฝ้าระวัง
ด่วน! เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำ2,500 ลบ.ม./วินาที 11 จังหวัด–กทม.เร่งยกของขึ้นที่สูง
รัฐบาลเผยกรมชลประทานปรับเพิ่มระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เที่ยงวันนี้ หลังปริมาณน้ำเหนือเขื่อนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คาด 2 ต.ค. น้ำที่นครสวรรค์แตะ 3,000 ลบ.ม./วินาที
ด่วน! เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำเพิ่มเป็น 2,200 ลบ.ม. เตือนท้ายเขื่อนน้ำสูงขึ้น 20-30 ซม.
กรมชลประทาน แจ้งเตือนปรับเพิ่มการระบายเขื่อนเจ้าพระยา ดังนี้ 1.สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,141 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มเพิ่มขึ้น

