
โซเชียลปรบมือให้ร้านอาหารญี่ปุ่นดังเมืองขอนแก่น ฟาดหนักลูกค้าทำผิดกฎทานบุฟเฟ่ ด่ากราดพนักงาน แถมบูลลี่ เจอสวนกลับออกโรงป้องลูกน้อง แถมงัดใบรับรองน้ำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นการันตีคุณภาพ
2 เม.ย.2566 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพจากเพจ “โอชิเนขอนแก่น” ซึ่งได้ โพสต์ภาพ ใครคบเสร็จรับเงินของทางร้านโดยลูกค้าทำการชำระหลังจากใช้บริการเสร็จ พร้อมข้อความระบุว่า “เมื่อวาน มีลูกค้ากลุ่มหนึ่ง มาทานอาหารที่ร้านของเรา เวลาประมาณ 20.00-22.00 น. โดยได้ทานโปรโมชั่น 550++ .. โดยได้ทานอาหารกลุ่มชาบูเหลือในปริมาณมาก
ซึ่งหากทานเหลือ กติกาที่เราแจ้งทุกครั้งก่อนทางคือ มีค่าปรับ 150 บาท/ขีด โดยสามารถห่อกลับได้(เราห่อกลับให้เหมือนใหม่) รวมถึงมีการติดประกาศที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ทางเข้าร้านด้วย .. ซึ่งการมีกติกาค่าปรับดังกล่าว เป็นกติกามาตรฐานของร้านอาหารบุฟเฟต์ทุกร้านทั้งในไทยและต่างประเทศ
ลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ทานเหลือปริมาณ 870 กรัม ซึ่งทางร้านได้ลดหย่อนให้โดยปรับเพียง 800 กรัม หรือ 8 ขีดถ้วน ซึ่งทางพนักงานของเราได้เสนอทางเลือกว่า จะจ่ายค่าปรับ หรือ จะรับประทานต่อจนหมด ลูกค้าซึ่งอยู่ที่โต๊ะได้แจ้งว่าให้ปรับเงินได้เลย
แต่หลังจากนั้น ปรากฎมีลูกค้าหญิงรายหนึ่งซึ่งกลับไปก่อนเกิดความไม่พอใจ(บอกว่า ตนเป็นคนจ่ายเงิน) ได้ต่อว่าพนักงานทางโทรศัพท์ แล้วกลับเข้ามาต่อว่าพนักงานและร้านของเราด้วยคำที่หยาบคาย รุนแรง อาธิเช่น – ไม่มีการศึกษา – เป็นแค่ลูกน้องรับจ้างกินเงินเดือน มีสิทธิ์อะไรมาปรับ- อาหารเกรดตลาดนัด ทำไมคนมากินกันเยอะ ทำไมไม่เจ๊งไป(ด่าประโยคเดิมซ้ำ วนๆ และมีคำหยาบอื่นอีก)
หลังจากต่อว่าพนักงานของเรา ก็ได้รับประทานอาหารดังกล่าว(ซึ่งเราแพ็คไว้ให้แล้ว)ต่อที่โต๊ะจนหมด ทางร้านก็ได้ดำเนินการยกเลิกบิล(ตามรูป) และออกบิลใหม่โดยไม่คิดค่าปรับ
ทางผู้บริหาร บริษัทโอชิเน ขอนแก่น จำกัด ขอเรียนให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้ทราบว่า พฤติกรรมที่ท่านได้ปฎิบัติต่อพนักงานของเรา เป็นพฤติกรรมที่ผิดวิสัยของสุภาพชนอันมีอารยธรรม กล่าวคือ การดูถูกดูแคลนเหยียดหยาม(บูลลี่)ต่อ เพศ ชนชั้น การศึกษา ระดับฐานะ อายุ อาชีพต่อบุคคลหรือบริษัท เป็นความผิดต่อกฎหมาย และเป็นเรื่องน่ารังเกียจในสังคมที่พัฒนาแล้ว ซึ่งทางเรามีคลิปเหตุการณ์ รูปถ่าย คลิปจากกล้องวงจรปิด ประจักษ์พยานทั้งพนักงานและลูกค้ารายอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นเครื่องยืนยัน
อนึ่ง พนักงานที่ท่านต่อว่านั้นเป็นคนภูมิลำเนาขอนแก่น จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสถาบันใน จ.ขอนแก่น ทำงานกับโอชิเน ขอนแก่นมาตั้งแต่เปิดร้าน (ประมาณ 5 ปี) เป็นพนักงานมีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์ มีประสบการณ์ ได้รับเงินเดือนในระดับสูง สวัสดิการครบถ้วน รวมถึงโบนัสเกรด A ทุกปี .. จึงไม่ใช่เพียงพนักงานรับเงินเดือน ตามที่ท่านกล่าว
ทั้งนี้ “โอชิเน” ทุกสาขานำเข้าวัตถุดิบแท้ๆจากญี่ปุ่น มีใบรับรองจากองค์กรเจโทร(JETRO : Japan external trade organization) และ นอร์เวย์(Norwegian food safety authority) ซึ่งติดแสดงไว้ที่ร้าน รวมถึง “โปรโมชั่นโอโทโร่สับ” ที่ที่นิยมในปัจจุบัน ก็เป็นการซัพพอร์ทจากเจโทร เพราะ ยอดสั่งซื้อวัตถุดิบที่สูงของสาขาเราเช่นกัน .. จึงไม่ใช่เกรดตลาดนัดอย่างที่ท่านกล่าว
สุดท้ายนี้.. ทางโอชิเน ขอนแก่น ขอสงวนการให้บริการลูกค้ารายดังกล่าวในครั้งถัดไป และขอประนามพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของท่านที่ได้กระทำต่อพนักงานของเราในครั้งนี้ ทั้งนี้หากมีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ทางเราอาจพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ด้วยความเคารพอย่างสูง ผู้บริหาร โอชิเน ขอนแก่น”
ต่อมาเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 2 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยัง Pagesดังกล่าวซึ่งได้พูดคุยกับทางแอดมินเพจบอกกับทางผู้สื่อข่าวของเราว่า ในส่วนของทางน้องพนักงานที่ถูกกระทำนั้นไม่ประสงค์ที่จะขอเป็นข่าวแต่ในส่วนของทางร้านนั้นรายละเอียดข้อมูลต่างๆทางร้านโดยผู้บริหารได้ทำการลงข้อมูลทั้งหมดเอาไว้ภายใน Pagesโดยสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อสาธารณะชนได้
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าทางร้านได้มีการระบุชี้แจงพร้อมทั้งนำภาพที่ยืนยันในเรื่องของการใช้วัตถุดิบในการประกอบอาหารให้กับลูกค้าได้รับประทานนั้น โอชิเน ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากญี่ปุ่นแท้ มีใบ certificate จากเจโทร ไม่ใช่นำเข้าจากตลาดนัด ตามที่ลูกค้ารายดังกล่าวได้พูดต่อว่าให้พนักงานและที่ร้านจนได้รับความเสียหาย ซึ่ง ทางแอดมิน Pagesโอชิเนได้โพสต์ข้อความระบุเอาไว้ด้วยว่า”โอชิเน” ร่วมโครงการส่งเสริมการประชาสัมพันธ์วัตถุดิบอาหารนําเข้าจากประเทศญี่ปุ่น [ Made in JAPAN ] “วัตถุดิบแท้ ส่งต่อความรัก ด้วยความอร่อย ” อร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ ต้องวัตถุดิบแท้จากญี่ปุ่น ที่โอชิเน
ขณะที่ในส่วนของชาวเน็ตเองที่ได้เข้ามาอ่านเรื่องราวดังกล่าวและลูกค้าของทางโอชิเนต่างชื่นชมในความมีน้ำใจของทางผู้บริหารแต่เรียกร้องอยากให้ดำเนินคดีกับลูกค้ารายดังกล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้นำคลิปเหตุการณ์ออกมาเผยแพร่เพื่อให้ทุกคนได้เห็นเหตุการณ์ที่แท้จริงและจะได้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
และจากการลงพื้นที่ไปที่ร้านพบว่าพนักงานจำนวนมากต่างพากันจัดเตรียมสถานที่เพื่อต้อนรับลูกค้ามาใช้บริการนั่งรับประทานอาหาร แต่ไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด ในส่วนของลูกค้าเองก็ยืนยันกับทางผู้สื่อข่าวว่าวัตถุดิบของทางร้านนั้นมีคุณภาพและมีความอร่อยแต่ก็เป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคลแต่ส่วนตัวนั้นชอบร้านโอชิเน และมารับประทานบ่อยครั้ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ล่าเครือข่ายสแกมเมอร์ทั่วอีสาน รวบผู้ต้องหากว่า 20 ราย อายัดเงินคืนผู้เสียหายนับล้านบาท
ตร.ไซเบอร์อีสาน ล่าเครือข่ายสแกมเมอร์ทั่วอีสานรวบผู้ต้องหากว่า 20 ราย อายัดเงินคืนผู้เสียหายนับล้านบาท พบพฤติกรรมเดิมๆด้วยการหลอกให้ลงทุน แต่เปลี่ยนใหม่ด้วยการใช้บัญชีนิติบุคคลเพื่อความน่าเชื่อถือเร่งล่าจีนเทา นายทุนใหญ่ที่ยังหลบหนีในไทย
'อ.ธงทอง' ถกผู้ว่าฯ ขอนแก่น ขอกำลังคุ้มครองพระวัดป่าอดุลฯ
'อ.ธงทอง' ประชุมร่วมผู้ว่าฯ ขอนแก่น ขอกำลังคุ้มครองคณะสงฆ์วัดป่าอดุลยาราม พร้อมเร่งเปลี่ยนชื่อโฉนดเป็นชื่อวัด ขณะที่ ผวจ. ยืนยันเดินหน้าตามขั้นตอนกฎหมาย
เปิดศึกเลือกตั้งซ่อม 'นายก อบจ.ขอนแก่น' วัฒนาเบอร์ 1 พงษ์ศักดิ์เบอร์ 2
'วัฒนา' คว้าเบอร์ 1 'พงษ์ศักดิ์' เบอร์ 2 ชิง 'นายก อบจ.ขอนแก่น' นักการเมืองระดับชาติ-ท้องถิ่น แห่ให้กำลังใจคึกคัก ขณะที่ กกต. เข้มทุกข้อกฎหมาย พร้อมจัดการเลือกตั้ง 100%
ไร้เงาป้าดา! 'อ.ธงทอง' กราบเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลฯ เร่งเปลี่ยนชื่อโฉนดที่ดิน
'อ.ธงทอง' นำ พศ. พบเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ย้ำชัดวัดขึ้นทะเบียนถูกต้องและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ชี้หลวงพ่อรอมา 30 ปีแล้ว เผย 'ป้าดา' ยังไม่ติดต่อมา
'หลวงตาอดุล' ร่ำไห้กดดันหนัก ลูกศิษย์จัดเวลารับกิจนิมนต์เพื่อความปลอดภัย
ลูกศิษย์ "หลวงตาอดุล" จำเป็นต้องจัดเวลารับกิจนิมนต์แล้วเพื่อความปลอดภัยของเจ้าอาวาส หลังมีกลุ่มไม่หวังดีเข้าพบและจี้คำถามจนเกิดภาวะเครียดทั้งยังถูกถ่ายภาพและไลฟ์สด ส่วนการพัฒนาวัดให้เสร็จขั้นตอนทางศาลและโอนที่ดินเป็นชื่อวัดก่อน
วัดป่าอดุลยาราม กลายเป็นจุดเช็กอินใหม่กลางเมืองขอนแก่น ผู้ค้าขอบคุณวัดเปิดพื้นที่ให้ขายของ
พบจุดเช็คอินใหม่หน้าวัดป่าอดุลยาราม หลังนักท่องเที่ยวไทย-เทศ แห่เที่ยวชมวัดพร้อมให้กำลังใจเจ้าอาวาสและคณะสงฆ์แน่นวัด ขณะที่เจ้าของร้านกาแฟเผยเจ้าอาวาสเมตตาให้ขายของหน้าวัดจนมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว

