
ผู้ประกอบการทำทัวร์ ร้านอาหาร แท็กซี่ บนเกาะมุก ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ. ตรัง เตรียมความพร้อมด้านที่พัก ร้านอาหาร และแท็กซี่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวช่วงเปิดฤดูกาล ถึงแม้ที่ผ่านมาจะเจอวิกฤติการระบาดของโควิด 19 ทำให้ทุกอย่างซบเซา และต้องเจอกับสภาพปัญหาที่ต้องทำการแก้ไข แต่เชื่อว่าวันนี้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง
20 ส.ค. 2566 – เกาะมุก เป็นเกาะที่ขึ้นชื่อเกาะหนึ่งของจังหวัดตรัง ที่มีความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีนกเงือกที่เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของความรักแท้ รักเดียว อาศัยอยู่เป็นคู่ ๆ ในชุมชน มาหากินใกล้ ๆ กับคนอย่างคุ้นเคย ยามเช้าที่บริเวณท่าเรือจะมีฝูงพะยูนมาว่ายน้ำเล่น หาอาหารโชว์ความน่ารักให้ได้ชม มีน้ำทะเลใส หาดทรายสวย ที่พักที่แสนจะสบายเงียบสงบพร้อมกับการดูแลเอาใจใส่ของผู้ประกอบการอย่างดีเยี่ยม ทั้งนี้ยังมีบริการแท็กซี่พานักท่องเที่ยวชมความสวยงามธรรมชาติรอบเกาะอีกด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่าเดินทางมากี่ครั้งก็คุ้มค่าได้ตักตวงความสุขกับวันพักผ่อน วันท่องเที่ยว
นายอำนวย สุเหร็น หรือ บังเลาะ ผู้ประกอบการร้านอาหาร พี พี เรดเตอร์รอง บ้านเกาะมุก ต.เกาะลิบง จ.ตรัง กล่าวว่า หลังจากโควิด 19 ระบาดไป 3-4 ปี ผลกระทบของฤดูการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการทำทัวร์ ร้านอาหาร แท็กซี่ ได้รับผลกระทบ แต่หลังจากโควิดผ่านไปสักระยะหนึ่ง มีนักท่องเที่ยวทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ เป็นผ่อนดีต่อการท่องเที่ยวของเกาะมุก ผู้ประกอบการทุกฝ่ายก็มีรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับการท่องเที่ยวของเกาะมุก สำหรับแท็กซี่บนเกาะมุกมีประมาณ 300 กว่าคัน ซาเล้งเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ให้กับชาวบ้าน ชาวบ้านสามารถนำรายได้ส่วนนี้มาดูแลครอบครัวได้ ถือว่าเป็นอาชีพที่ดีอาชีพหนึ่ง และอาชีพแท็กซี่ก็เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว ทักทายดี อัธยาศัยดี แนะนำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งเป็นผลดีต่อชาวบ้านที่นี่ สำหรับรายได้ของแท็กซี่ก็ขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน หากนักท่องเที่ยวเยอะรายได้ก็จะดี หากนักท่องเที่ยวน้อยเราก็เฉลี่ยกันวันละ 400-500 บาท ต่อคัน หากนักท่องเที่ยวเยอะรายได้ต่อวันอยู่ที่ 800-1,000บาท ต่อวัน
สำหรับการเปิดฤดูการท่องเที่ยวที่วันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ตอนนี้รู้สึกว่าตามรีสอร์ทต่าง ๆ ยอดจองเริ่มทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ น่าจะดีขึ้นตามลำดับ นักท่องเที่ยวจะทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ เพราะว่าหนึ่ง เกาะกระดานก็เป็นอันซีนของจังหวัดตรังและเป็นอันดับหนึ่งของโลก และยังเป็นแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเกาะมุกเยอะมากขึ้น ส่วนการเดินทาง สามารถเดินทางด้วยเรือสปีดโบ๊ทนำลูกค้ามา หรือจะเดินทางมาจากฝั่งท่าเรือควนตุ้งกู ท่าเรือปากเมง และ ท่าเรือหาดยาว มาได้ทั้ง 3 ท่า ส่วนท่าเรือที่ใกล้สุดเป็นท่าเรือควนตุ้งกู มาได้ใกล้สุดบนเกาะมุก ระยะการเดินทางท่าเป็นเรือหางยาวใช้เวลา 15 นาที ถ้าเป็นเรือสปีดโบ๊ทใช้เวลา 7 นาที ถ้าเป็นเรือโดยสารใช้เวลาครึ่งชั่วโมง สำหรับความสวยงามของเกาะมุกนั้น เกาะมุกยังเป็นธรรมชาติอยู่เยอะ นักท่องเที่ยวบอกว่าดีมาก แต่มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งที่ยังแก้ไม่ได้นั่นคือปัญหาขยะที่มีจำนวนมาก ซึ่งทางภาครัฐเองก็ไม่ได้นิ่งดูดาย ไม่ว่าจะเป็นทาง อบต. ผู้ใหญ่บ้านนำขยะขึ้นฝั่งเดือนละ 3 ครั้ง วันที่ 9 ,19,29 ของเดือน ขึ้นบนฝั่งโดยประสานกับ อบต.ให้รถขยะ อบต.มานำขยะขึ้นไป แต่เรื่องขยะบนเกาะนั้นมันหมักหมมเริ่มมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายคือไม่มีการจัดเก็บ พอทุกวันนี้มันเริ่มทยอยขึ้นมาเรื่อย ๆ เยอะมาก แต่ทาง อบต.ทางผู้ใหญ่บ้านก็ได้ทำการจัดเก็บทยอยขึ้นฝั่งเรื่อย ๆ ทำให้ดีขึ้นตามลำดับ สำหรับการเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวช่วงเปิดฤดูการท่องเที่ยว คือเตรียมความพร้อมตัวบุคลากรการขับแท็กซี่ ตรวจเช็คความพร้อมของรถ และตัวบุคลากรคนขับรถว่ามีความสามารถและความพร้อมขับรถได้หรือไม่ หากไม่สามารถบังคับรถได้ก็ไม่อนุญาตให้ขับรถรับนักท่องเที่ยวเพราะกลัวว่านักท่องเที่ยวจะได้รับอันตราย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สุดปัง! 'อ่าวเกือก' สิมิลัน ติดอันดับ 10 ชายหาดดีที่สุดในโลก
“อ่าวเกือก” หรือ Donald Duck Bay แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง หลังได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 10 ของโลก
'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน
'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

