สลดใจ! แม่วัย 72 ปี เฝ้าไล่มดและแมลงที่ไต่เกาะตามร่างไร้วิญญาณลูกชายวัย 47 ปี

19 ก.ย.2566- เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 กันยายน 2566 พ.ต.ท.ทินภัทร จันทร์สุข สารวัตรสอบสวน สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีผู้ผูกคอเสียชีวิต ภายในซอยไทยประกัน 3 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณใต้เสาไฟฟ้าแรงสูง พบร่าง นายสิทธิชัย อายุ 47 ปี คนขับรถตู้รับส่งพนักงานของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ใช้สายเบลท์ผูกคอตัวเองกับเสาไฟฟ้าแรงสูง จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผลตามร่างกาย เริ่มมีมดและแมลงมาเกาะตามร่าง คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง

ต่อมา นางพิมพ์พร วัย 72 ปี มารดา ญาติ และเพื่อน ของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ มารดาของผู้เสียชีวิตถึงกับร้องไห้ เดินเข้าไปหาร่างผู้เสียชีวิต ก่อนที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิจะทำการตัดสายเบลท์นำร่างผู้เสียชีวิตลงมา ในระหว่างที่รอแพทย์เวรจากโรงพยาบาลบางเสาธงมาร่วมกันชันสูตรพลิกศพ มารดาของผู้เสียชีวิตได้มาลูบไล้ไล่มดและแมลงที่ไต่เกาะตามร่างกายไร้วิญญาณ แต่รอนานกว่าชั่วโมงแพทย์เวรยังไม่ถึงที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนจึงให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ สมุทรปราการ ท่ามกลางความเสียใจของทางครอบครัว และสายตาของชาวบ้านจำนวนมากที่มาดูเหตุการณ์ในครั้งนี้

จากการสอบถาม นายธนวุฒิ เหล่าชวลิตกุล อายุ 37 ปี ผู้ดูแลรถตู้ที่ผู้ตายขับ บอกว่า ผู้ตายเป็นคนขับรถรับส่งพนักงานจากย่านบางพลี ที่ผ่านมาไม่เคยบอกปัญหาหรือเรื่องราวความทุกข์ใดๆกับตนเองและเพื่อนร่วมงาน และคงทำหน้าที่ขับรถตามปกติ กระทั่งช่วง 7 โมงเช้าไม่ไปรับคนงานออกกะและติดต่อไม่ได้ จึงให้คนขับรถอีกคันออกตามหา กระทั่งมาพบว่ารถจอดบริเวณดังกล่าวจึงโทรแจ้งตนเองมาดู พอมาถึงไม่พบคนขับในรถ พอเดินสำรวจรอบ ๆ รถจึงหันไปเห็นว่าผูกคอใต้เสาไฟฟ้าแล้ว

ด้าน นายสมชาย อายุ 52 ปี บอกว่า น้องชาย (คนตาย) ไม่ได้พักอาศัยด้วยกัน และออกมาเช่าห้องอยู่เพียงลำพัง ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเล่าหรือบอกอะไรให้กับตนเองฟัง แต่ก็มีโทรหาโทรคุยกันบ้างตามปกติของพี่น้อง จนกระทั่งมาวันนี้มีคนโทรบอกว่าพบศพน้องชาย ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักประมาณ 3 กิโลเมตร จึงรีบพาแม่และญาติมาที่เกิดเหตุ ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจมาจากหนี้สินเรื่องการพนันออนไลน์

ขณะที่ นางพิมพ์พร มารดาของผู้เสียชีวิต บอกว่า เจอหน้าลูกชายคนนี้ครั้งล่าสุดก็วันแม่ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่เคยบอกกล่าวอะไร เพราะเขาไปเช่าห้องอยู่ต่างหาก ก่อนหน้านี้ โทรศัพท์มายืมเงินสองถึงสามพันบาท และบอกว่าวันที่ 16 จะคืนให้ หลังจากวันที่ 16 ก็โทรหาลูกแต่ติดต่อไม่ได้กระทั่งมาพบว่าเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพ และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะเชิญทางครอบครัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาชนวนเหตุที่แท้จริงต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่

ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี

สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1

ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14

ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด

เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.