
แย่แล้ว ผลวิเคราะห์คุณภาพอากาศทั่วโลก พบ สมุทรปราการ มี อากาศดี 0 วัน ในรอบ 1 ปี ชาวบ้านยอมรับเผชิญทั้งโรงงานอุตสาหกรรม – กองขยะ อยู่จนชินกว่า 30 ปี
5 พ.ย.2566 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี HouseFresh รายงานผลวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพอากาศทั่วโลก โดยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลมลพิษจาก ดัชนีคุณภาพอากาศโลก (World Air Quality Index) ของแต่ละเมืองทั่วโลกในทุก ๆ วันตลอดทั้งปีปรากฏว่า ประเทศออสเตรเลีย เป็นประเทศที่มีอากาศสะอาดมากที่สุดในโลก ซึ่ง 5 เมืองใหญ่ในออสเตรเลีย มี วันอากาศดี ติดต่อกันทั้ง 365 วันใน 1 ปี คือ Perth / Wollongong / Sydney / Newcastle / Adelaide ขณะที่ เมือง Canberra เมืองหลวงของออสเตรเลีย ก็มีคุณภาพอากาศสะอาดใกล้เคียงกับเหล่าเมืองใหญ่ข้างต้น แต่มีวันอากาศดีน้อยกว่า 1 วัน คือ มีวันอากาศดีติดต่อกัน 364 วันต่อปี
สำหรับประเทศ ที่ติดโผเมืองสภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก ปรากฏว่าจังหวัดสมุทรปราการ ประเทศไทย ก็ติดโผประเทศที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก มีวันอากาศดี 0 วันในรอบ 1 ปี หรือ ไม่มีวันอากาศดีเลยทั้งปี ด้วย ซึ่งประเทศที่ติดโผเมืองสภาพอากาศแย่ที่สุดในโลกเช่นกัน อาทิ อินเดีย มีจำนวน 3 เมือง คือ Patna, Jaipur, Gandhinagar / อิรัก มีจำนวน 1 เมือง คือ Baghdad / ยูกันดา มีจำนวน 1 เมือง คือ Kampala / อิหร่าน มีจำนวน 1 เมือง คือ Isfahan / จีน มีจำนวน 1 เมือง คือ Lanzhou / ไทย มีจำนวน 1 เมือง คือ สมุทรปราการ
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ นั้นเป็นเมืองอุตสาหกรรม มีโรงงานเป็นพัน นายสุรศักดิ์ คงสินธ์ อายุ 35 ปี ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ ย่านปากน้ำ ระบุว่า จังหวัดสมุทรปราการนั้นเป็นจังหวัดที่กำลังพัฒนา ซึ่งมีทั้งโรงงานอุตสาหกรรม และ จุดทิ้งขยะขนาดใหญ่ โดยที่ตนเองอยู่ในจังหวัดมา 30 กว่าปีแล้ว ก็ชินกับสภาพอากาศ โดยสภาพอากาศนั้น มีทั้งดีและไม่ดีควบคู่กันไปแล้วแล้ววันของสภาพอากาศ โดยความรู้สึกกับสภาพอากาศนั้นตนเองเฉย ๆ ไม่ถึงกับแย่มาก ส่วนบ้างวันสภาพอากาศแย่ก็มีการแสบจมูกบ้าง แต่ไม่ถึงกับหายใจไม่ออก
ส่วนชาวบ้านที่อยู่ย่านถนนเทพารักษ์ ระบุว่า ตนเองอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการมากว่า 30 ปี แล้ว ส่วนผลวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพอากาศ ที่ สมุทรปราการ 0 วัน นั้น ตนเองคิดว่ามันก็เหมือนกันกับทุกที่ทุกจังหวัด มันก็ต้องมีดีบ้างไม่ดีบ้าง ส่วนผลกระทบนั้นก็มีหมดทุกที่ แสบจมูกมันก็มีบ้างเป็นบ้างวัน ไม่ใช่ว่าอากาศจะดี 100 เปอร์เซ็นต์ หรือ อากาศไม่ดี 100 เปอร์เซ็นต์ มีดีบ้างไม่ดีบ้างผสมกันไป ตนเองก็ใช้ชีวิตตามปกติ ถ้าวิกฤตอากาศไม่ดีจริงๆตนเองคงต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
6 แรงงานเมียนมา รุมกระทืบคนไทย แค่ต่อว่าเคาะห้องผิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพารักษ์ 90 ตำบลเทพารักษ์
สงกรานต์พระประแดงเดือด! โจ๋เมายิงสามีดับ เมียเจ็บ
พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง รับรายงานมีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
กนอ.จับมือดับเบิ้ลพีแลนด์ ปั้น อีวี คลัสเตอร์-ระบบกักเก็บพลังงาน
กนอ. จับมือ ดับเบิ้ลพี แลนด์ ลงนามขยายพื้นที่นิคมฯ ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ กว่า 690 ไร่ มุ่งเป้าปั้น อีวี คลัสเตอร์ -ระบบกักเก็บพลังงานครบวงจร รองรับเม็ดเงินลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

