ย้อนเส้นทาง 'ฉลอง เรี่ยวแรง' จากตำนาน 'งูเห่า' สู่คดีสะเทือนนนทบุรี!

ชื่อของ “ฉลอง เรี่ยวแรง” หรือที่รู้จักกันในฉายา “หลอง งูเห่า” กลับมาอยู่กลางกระแสอีกครั้งในวันนี้ (10 สิงหาคม 2569) แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ข่าวการเลือกตั้ง ไม่ใช่การย้ายพรรค หรือความเคลื่อนไหวทางการเมืองของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้คร่ำหวอดอยู่ในสนามการเมืองนนทบุรีมายาวนาน

หากเป็นเหตุสะเทือนขวัญภายในที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เมื่อ “พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ” นายก อบจ.นนทบุรี ถูกยิงเสียชีวิต โดยผู้ก่อเหตุที่ถูกระบุและเข้ามอบตัวกับตำรวจคือ “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีต สส.นนทบุรีหลายสมัย

หลังเกิดเหตุ “ฉลอง” ยังโทรศัพท์หา “อัญชะลี ไพรีรัก” ขณะกำลังจัดรายการสด บอกว่าเพิ่งก่อเหตุยิง “พ.ต.อ.ธงชัย” พร้อมเล่าถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่เจ้าตัวระบุว่าเป็น “เพื่อนรัก” และกล่าวถึงปัญหาเงิน “11 ล้านบาท” ซึ่งฉลองอ้างว่า พ.ต.อ.ธงชัย เป็นหนี้ ก่อนเกิดเหตุรุนแรงขึ้น

จากอดีตนักการเมืองที่ชื่อเคยอยู่กลางเกมอำนาจระดับประเทศ วันนี้ “ฉลอง เรี่ยวแรง” กลับมาเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงทั่วประเทศในอีกสถานะหนึ่ง พร้อมคำถามว่าอะไรทำให้ความสัมพันธ์ของคนที่เจ้าตัวเรียกว่า “เพื่อนรัก” เดินมาถึงเหตุสลดกลางสำนักงาน อบจ.นนทบุรี

หากย้อนเส้นทางชีวิตของฉลองกลับไปเกือบ 30 ปี ชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อแปลกหน้าสำหรับคนติดตามการเมืองไทย เขาเป็นอดีต สส.นนทบุรี 3 สมัย ผ่านสนามการเมืองมาหลายยุค และเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ชื่อผูกอยู่กับเหตุการณ์กำเนิดฉายา “งูเห่า” ก่อนที่ชื่อ “หลอง งูเห่า” จะติดตัวเขาในแวดวงการเมือง

ก่อนจะมีเก้าอี้ในสภา เส้นทางของฉลองเริ่มจากการเมืองท้องถิ่น เขาเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาจังหวัดนนทบุรี หรือ ส.จ. รวมถึงรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ใช้พื้นที่นนทบุรีเป็นฐานสร้างชื่อ ก่อนขยับเข้าสู่สนามเลือกตั้งระดับประเทศ

ปี 2539 ฉลองลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี ในนาม “พรรคประชากรไทย” ซึ่งขณะนั้นมี “สมัคร สุนทรเวช” เป็นหัวหน้าพรรค และได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาเป็นครั้งแรก

เพียงประมาณหนึ่งปีหลังจากได้เป็น สส. ชื่อของฉลองก็เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง ซึ่งต่อมากลายเป็นที่มาของฉายาที่คนการเมืองไทยรู้จักกันดี

ปี 2540 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” ปัญหาทางเศรษฐกิจส่งแรงกระเพื่อมเข้าสู่การเมือง จนนำไปสู่การลาออกของ “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเปิดเกมจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

พรรคประชากรไทยกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญ ฉลองพร้อม สส.พรรคประชากรไทยกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมี “วัฒนา อัศวเหม” เป็นบุคคลสำคัญของกลุ่ม ตัดสินใจสวนมติพรรค ไปสนับสนุน “ชวน หลีกภัย” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

การตัดสินใจดังกล่าวทำให้ “สมัคร สุนทรเวช” หัวหน้าพรรคประชากรไทยในเวลานั้น เปรียบเปรย สส.กลุ่มนี้ด้วยคำว่า “งูเห่า” และกลายเป็นที่มาของฉายา “หลอง งูเห่า” ที่ใช้เรียกฉลองในเวลาต่อมา

และชื่อ “ฉลอง เรี่ยวแรง” ก็ถูกจดจำอยู่กับเหตุการณ์นั้นนับแต่นั้นมา

จากคำเปรียบเปรยในเกมการเมืองปี 2540 “งูเห่า” กลายเป็นศัพท์การเมืองที่ถูกใช้ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อเกิดปรากฏการณ์ “สส.โหวตสวนมติพรรค” หรือข้ามไปสนับสนุนฝ่ายการเมืองตรงข้าม

สำหรับฉลอง เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้ปิดเส้นทางการเมืองของเขา หลังออกจากพรรคประชากรไทย เขายังเดินหน้าต่อ และผ่านบ้านการเมืองอีกหลายหลัง

ในการเลือกตั้งปี 2544 ฉลองย้ายไปร่วมงานกับ “พรรคราษฎร์” แต่ไม่สามารถกลับเข้าสภาได้ จากนั้นเส้นทางของเขาขยับเข้าไปอยู่กับขั้วการเมืองของ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งกำลังเติบโตขึ้นเป็นขั้วการเมืองขนาดใหญ่ของประเทศ

การเลือกตั้งปี 2550 ฉลองกลับเข้าสภาอีกครั้งในนาม “พรรคพลังประชาชน” เป็น สส.สมัยที่ 2 หลังห่างจากเก้าอี้ผู้แทนฯ ไปหลายปี

เมื่อพรรคพลังประชาชนถูกยุบ และขั้วการเมืองเดิมเคลื่อนเข้าสู่ “พรรคเพื่อไทย” ฉลองเดินต่อมากับพรรคเพื่อไทย ก่อนชนะเลือกตั้งในจังหวัดนนทบุรีอีกครั้งเมื่อปี 2554 กลับเข้าสภาเป็น “สส.สมัยที่ 3”

เส้นทางการเมืองของฉลองเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งก่อนการเลือกตั้งปี 2562 เมื่อเขาและ “เจริญ เรี่ยวแรง” ภรรยา ตัดสินใจลาออกจากพรรคเพื่อไทย และย้ายไปร่วมงานกับ “พรรคพลังประชารัฐ” ซึ่งสนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกรัฐมนตรี

การย้ายครั้งนี้ทำให้ฉลองข้ามจากขั้วเพื่อไทย มาสู่พรรคที่ยืนอยู่คนละฝั่งกับอดีตต้นสังกัด เขาลงสนามเลือกตั้งปี 2562 แต่ไม่สามารถกลับเข้าสภาได้ ขณะที่ “เจริญ” ภรรยา ชนะเลือกตั้งและได้เป็น สส.นนทบุรี ในนามพรรคพลังประชารัฐ

แม้พลาดเก้าอี้ สส. ฉลองยังมีตำแหน่งทางการเมือง โดยได้รับแต่งตั้งเป็น “ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี” ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

จาก สส.สมัยแรกเมื่อปี 2539 มาถึงช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ชื่อของฉลองยังอยู่ในวงการเมือง แม้บทบาทจะเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ และไม่มีเก้าอี้ในสภาเหมือนช่วงที่ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนฯ

ก่อนการเลือกตั้งปี 2566 ฉลองเปลี่ยนบ้านการเมืองอีกครั้ง โดยเขาและครอบครัวเข้าร่วม “พรรคภูมิใจไทย” ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” และลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เขต 2 จังหวัดนนทบุรี

ผลการเลือกตั้งครั้งนั้น ฉลองไม่สามารถกลับเข้าสภาได้ และยังคงอยู่ในสถานะอดีต สส. แต่ชื่อของเขายังเป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองรุ่นเก่าของนนทบุรี ซึ่งเริ่มสร้างฐานมาตั้งแต่สนามท้องถิ่น ก่อนขึ้นไปเป็นผู้แทนฯ ถึง 3 สมัย

กระทั่งช่วงสายวันนี้ ชื่อ “ฉลอง เรี่ยวแรง” กลับขึ้นพาดหัวข่าวอีกครั้ง หลังเกิดเหตุยิงภายในที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี โดยผู้เสียชีวิตคือ “พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ” นายก อบจ.นนทบุรี

ส่วนผู้ก่อเหตุที่ถูกระบุคือ “ฉลอง เรี่ยวแรง” ซึ่งภายหลังก่อเหตุได้นั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมอบตัวอยู่ในบริเวณใกล้เคียง พร้อมอาวุธปืน

หลังเกิดเหตุ ฉลองโทรศัพท์หา “อัญชะลี ไพรีรัก” ขณะที่อัญชะลีกำลังจัดรายการสด โดยอัญชะลีบอกให้โทรกลับมาใหม่เพราะกำลังออกอากาศ แต่ฉลองบอกว่าต้องคุยเดี๋ยวนั้น เพราะเพิ่งไปยิง พ.ต.อ.ธงชัย เสียชีวิต

จากการสนทนาดังกล่าว ฉลองบอกว่าได้ “ยิงไป 4-5 นัด” ก่อนเดินออกจากสำนักงานพร้อมอาวุธปืน อัญชะลีจึงพยายามเกลี้ยกล่อมให้ใจเย็น วางปืน และนั่งรอตำรวจ อย่าเดินไปที่อื่น เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงมีสถานศึกษา พร้อมให้พนักงานโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์

ส่วนชนวนเหตุ ฉลองเล่าว่า เขากับ พ.ต.อ.ธงชัย เป็น “เพื่อนรัก” และที่ผ่านมาเคยช่วยเหลือกันหลายเรื่อง โดยฉลองกล่าวถึงความไม่พอใจที่สะสมมา รวมถึงเรื่องการเมืองที่เจ้าตัวระบุว่าเคยยอมตามคำขอของ พ.ต.อ.ธงชัย ไม่ส่งผู้สมัคร สส.ไปแข่งขันกัน

ฉลองยังอ้างว่า วันนี้เดินทางมา “ทวงเงิน 11 ล้านบาท” ที่ พ.ต.อ.ธงชัย เป็นหนี้ แต่เมื่อได้รับคำตอบว่าไม่มีเงิน จึงเกิดความโมโหและก่อเหตุขึ้น

รายละเอียดส่วนนี้เป็นคำกล่าวอ้างของฉลองหลังเกิดเหตุ ขณะที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุ แรงจูงใจ ตลอดจนพฤติการณ์ทั้งหมด ยังต้องผ่านการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงกระบวนการยุติธรรมต่อไป

จากอดีต สส.ที่ผ่านสนามการเมืองมายาวนานเกือบ 30 ปี วันนี้ฉลองจึงเข้าสู่กระบวนการทางคดีในฐานะ “ผู้ต้องหา” โดยผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

เมื่อย้อนเส้นทางจากจุดเริ่มต้นจนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ มีจุดหนึ่งที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบันเข้าหากัน

ก่อนเป็น สส. ฉลองสร้างชื่อจากการเมืองท้องถิ่นนนทบุรี เคยเป็น ส.จ. และรองนายก อบจ.นนทบุรี ก่อนใช้ฐานการเมืองในจังหวัดก้าวเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร

จากนั้นชีวิตการเมืองพาเขาผ่านการเมืองระดับประเทศหลายยุค ตั้งแต่พรรคประชากรไทยและเหตุการณ์ “งูเห่า” การกลับเข้าสภากับพรรคพลังประชาชนและเพื่อไทย การย้ายไปพลังประชารัฐ จนถึงบ้านการเมืองล่าสุดอย่างภูมิใจไทย

เกือบสามทศวรรษผ่านไป สถานที่ซึ่งชื่อของฉลองกลับมาอยู่กลางความสนใจอีกครั้ง กลับเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี พื้นที่การเมืองท้องถิ่นที่เขาเคยมีบทบาทมาตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิตการเมือง

แต่เหตุการณ์วันนี้ต่างจากทุกจุดเปลี่ยนที่ผ่านมา เพราะไม่ใช่การย้ายพรรค ไม่ใช่การแพ้เลือกตั้ง และไม่ใช่การเปลี่ยนขั้วทางการเมือง หากเป็นคดีที่ “พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ” นายก อบจ.นนทบุรี ถูกยิงเสียชีวิตภายในสำนักงาน และฉลองถูกระบุว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ก่อนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เสียชีวิตไม่ใช่บุคคลที่ฉลองบอกว่าเป็นศัตรู แต่คือคนที่เจ้าตัวเรียกว่า “เพื่อนรัก” ขณะที่ชนวนเรื่อง “เงิน 11 ล้านบาท” ก็ยังเป็นคำกล่าวอ้างจากฝ่ายฉลอง ซึ่งตำรวจต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่อไป

จากนักการเมืองท้องถิ่นสู่ “สส. 3 สมัย” จากหนึ่งในตำนาน “งูเห่า” ผ่านการเปลี่ยนบ้านทางการเมืองหลายครั้ง จนมาถึงเหตุสะเทือนขวัญในวันนี้ เส้นทางของ “ฉลอง เรี่ยวแรง” จึงพลิกไปสู่อีกบทหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับคะแนนเสียงหรือเก้าอี้ในสภาอีกต่อไป

ตลอดเกือบ 30 ปีบนถนนการเมือง ฉลองเคยผ่านทั้งวันที่ชนะเลือกตั้ง วันที่ต้องพ้นจากสภา วันที่กลับมาเป็นผู้แทนฯ อีกครั้ง รวมถึงการเปลี่ยนขั้วจากพรรคหนึ่งไปสู่อีกพรรคหนึ่ง แต่ไม่ว่าการเมืองจะเปลี่ยนไปกี่ครั้ง พื้นที่ซึ่งอยู่กับชื่อของเขามาโดยตลอดก็คือ “นนทบุรี”

และวันนี้ นนทบุรีกลับเป็นสถานที่ซึ่งทำให้ชื่อ “ฉลอง เรี่ยวแรง” ถูกพูดถึงทั่วประเทศอีกครั้ง เมื่อเขาถูกระบุว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิง “พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ” นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิตภายในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี ก่อนนั่งรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

คนหนึ่งคืออดีต “สส.นนทบุรี 3 สมัย” อีกคนคือนายก อบจ.นนทบุรี และที่สำคัญ จากคำบอกเล่าของฉลองเอง พ.ต.อ.ธงชัย ไม่ใช่คู่ต่อสู้ทางการเมืองหรือคนแปลกหน้า หากเป็นคนที่เขาเรียกว่า “เพื่อนรัก” ก่อนความสัมพันธ์ยาวนานจะมาจบลงด้วยเหตุรุนแรง ท่ามกลางข้ออ้างเรื่อง “หนี้ 11 ล้านบาท” ซึ่งยังต้องตรวจสอบกันในกระบวนการของคดี

เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน ชื่อ “ฉลอง เรี่ยวแรง” ถูกบันทึกไว้ในหน้าการเมืองไทยจากเหตุการณ์ที่ทำให้คำว่า “งูเห่า” กลายเป็นฉายาที่คนทั้งประเทศรู้จัก และทำให้เขาถูกเรียกขานในแวดวงการเมืองว่า “หลอง งูเห่า”

เกือบ 30 ปีต่อมา ชื่อเดียวกันกลับมาอยู่กลางกระแสอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะเสียงโหวตในสภา ไม่ใช่เพราะการย้ายพรรค และไม่ใช่เพราะชัยชนะในสนามเลือกตั้ง แต่จากเสียงปืนภายในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี ที่คร่าชีวิต “พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ” คนที่เจ้าตัวบอกว่าเป็น “เพื่อนรัก”

จาก “หลอง งูเห่า” ในหน้าการเมืองไทย ถึง “ผู้ต้องหา” ในคดีสะเทือนนนทบุรีวันนี้ ชีวิตของ “ฉลอง เรี่ยวแรง” จึงเดินมาถึงจุดเปลี่ยนที่ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะครั้งนี้ สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าไม่ใช่สนามเลือกตั้งครั้งใหม่ แต่คือกระบวนการยุติธรรมจากเหตุที่ทำให้ “เพื่อนรัก” คนหนึ่งเสียชีวิต และเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของอดีต สส.นนทบุรีรายนี้ไปพร้อมกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ฉลอง เรี่ยวแรง' ยิงนายก อบจ.นนทบุรีดับ! เผยปมแตกหักก่อนลั่นไก

‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ อดีต สส.นนทบุรี ก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิตภายในที่ทำการ ก่อนโทรศัพท์เล่านาทีเกิดเหตุ พร้อมเปิดชนวนความขัดแย้งระหว่างเพื่อนรักที่นำไปสู่เหตุสลด

ช็อก! 'ฉลอง เรี่ยวแรง' อดีต สส. บุกยิง 'พ.ต.อ.ธงชัย' นายก อบจ.นนทบุรี คาที่ทำการ

ช็อกกลางสำนักงาน อบจ.นนทบุรี เบื้องต้นมีรายงาน 'ฉลอง เรี่ยวแรง' อดีต สส.นนทบุรี ก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ. เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมหาปมเหตุและแรงจูงใจ

เผยภาพผู้ก่อเหตุ-อาวุธ เหตุยิง รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี

เผยภาพผู้ก่อเหตุพร้อมอาวุธที่พบจากเหตุยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ภาพปรากฏอาวุธปืน เครื่องกระสุนและซองกระสุนจำนวนหนึ่ง ขณะที่เจ้าหน้า

กรมอุตุฯ พบกลุ่มฝนเคลื่อนตัวจาก 'กทม.' เข้าปกคลุมบริเวณ 'นนทบุรี-ปทุมธานี-นครปฐม'

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า พบกลุ่มฝนเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา สายไหม บางเขน หลักสี่ จตุจักร บางซื่อ นครปฐม กลุ่มฝนปานกลางถึงหนัก บริเวณปทุมธานี นนทบุรี