อนาถ! เยียวยาเหตุไฟไหม้หมิงตี้ ได้แค่ 40 บาท เจ้าของบ้านช้ำใจเสียค่าซ่อม 2 หมื่น

23 ธ.ค.2564 - จากกรณีที่ทางเพจประชาสัมพันธ์ของ อบต.ราชาเทวะ สมุทรปราการ ได้นำข้อมูลการประเมินรับเงินเยี่ยวยาของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ บริษัท หมิงตี้ ระเบิดเกิดไฟไหม้ ชาวบ้านได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งในแต่ละหลังที่ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินเยี่ยวยาไม่เท่ากัน ซึ่งสูงสุดอยู่ที่ 49,500 บาท ไล่ระดับลงมาจนต่ำสุดอยู่ที่ 40 บาท ซึ่งเป็นบ้านของนายไพโรจน์ พุ่มภักดี อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 / 1 หมู่ 15 ซอยกิ่งแก้ว 41 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ที่ถูกแรงอัดระเบิดจนกระจกหน้าต่างแตกไปหลายบาน แต่ได้ค่าเยียวยาเพียงแค่ 40 บาท

นายไพโรจน์ ผู้เสียหายเปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุระเบิด ทำให้กระจกหน้าต่างที่บ้านของตนแตกร้าวไป 4 บานและมีการประกาศให้ชาวบ้านที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลให้อพยพออกจากบ้าน ซึ่งบ้านตนก็อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตร เราก็เลยอพยพหนีไปเช่าโรงแรมอยู่คืนละ 2 พัน จำนวน 2 คืน หลังเหตุการณ์คลี่คลายก็เลยกลับมาที่บ้านมาสำรวจความเสียหาย และเขาให้ไปยื่นเอกสารรับการเยียวยาที่ อบต.ราชาเทวะ เราก็ไปยื่นเอกสารและถ่ายรูปความเสียหายทั้งหมด หลังยื่นเรียบร้อยเขาก็ให้รอ

เวลาผ่านไปนานก็ไม่มีอะไรคืบหน้า จึงได้ไปติดตามความคืบหน้า อบต.ราชาเทวะ ว่าตนจะได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ แต่ทาง อบต.ราชาเทวะ ก็บอกบอกให้ไปตามเรื่องที่อำเภอบางพลี ซึ่งตนก็ได้สอบถามไปที่อำเภอบางพลี เขาก็บอกว่าเรื่องไปอยู่ที่จังหวัดแล้ว โดยทางจังหวัดจะโอนเงินเข้าบัญชีให้แต่ไม่รู้ว่าเท่าไหร่ และพึ่งมารู้ตอนนี้ว่าได้เงินเยียวยาที่ได้รับแค่ 40 บาท ตนจึงมีความรู้สึกว่าการได้เงินแค่ 40 บาทมันไม่ถูกต้องกับทางราชการที่ทำงานให้กับประชาชน

เราเสียหายเราต้องเสียเงินฟรี ๆ ไปกว่า 2 หมื่นบาทเราก็เสียความรู้สึกเป็นอย่างมาก เพราะเราได้รับการเยียวยาแค่ 40 บาท ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชดใช้เงินค่าเยี่ยวยาให้มันเหมาะสมกับการที่เรียกร้องไปไม่ใช่แค่ 40 บาทเท่านั้น

ด้านนายทรงชัย นกขมิ้น นายก อบต.ราชาเทวะ ได้กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องอธิบายถึงขั้นตอนของการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดโรงงาน หมิงตี้ ซึ่งขั้นตอนก็ให้พี่น้องที่ได้รับผลกระทบ เขียนคำร้องพร้อมรูปถ่าย ที่บ้านตัวเองได้รับผลกระทบและได้รับความเสียหายและเอามายื่นไว้ที่ อบต. ซึ่งทาง อบต.ก็จะเป็นผู้รวบรวมคำร้องของผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่งไปให้ทางอำเภอบางพลี ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาพิจารณาว่า บ้านแต่ละหลังจะได้รับการเยียวยาเท่าไหร่ การพิจารณาว่า 4 หมื่นกว่าบาท หรือ 40 บาทนั้น มันเกิดจากการที่มีคณะกรรมการประกอบด้วยอำเภอ จังหวัด อบต. และเจ้าหน้าที่ของบริษัท หมิงตี้ เข้าเป็นคณะกรรมการรวมกันในการพิจารณาตามคำร้อง ที่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้ยื่นรายละเอียดเอาไว้ เพราะฉะนั้นในการพิจารณาสรุปไปเลยว่าตนไม่มีส่วนในการไปพิจารณาว่าใครควรได้เท่าไหร่เสียหายแค่ไหน มันเป็นรูปของคณะกรรมการที่เขาออกมาสำรวจมาดูข้อเท็จจริงว่าบ้านได้รับความเสียหายขนาดนี้ควรได้รับการชดเชยเท่าไหร่

และในช่วงที่มีการพิจารณาค่าชดเชย ตนไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายก อบต.ราชาเทวะ และอยู่ระหว่างที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด อย่ามาโยนว่าตนมีเส้นสายในการพิจารณา แต่ที่มีข่าวออกไปเมื่อวานนี้ก็เพราะว่า ทางอำเภอบางพลี เขาให้รายชื่อและจำนวนผู้ได้รับการเยียวยา เขาให้เป็นกระดาษมาปิดประกาศบนบอร์ดของ อบต. แต่เจ้าหน้าที่ของเรา เอาไปลงเพจ และมีประชาชนสอบถามเข้ามาว่าทำไมตนได้เท่านั้น ทางเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของเราก็ตอบไม่ได้เพราะตัวเองไม่ได้เป็นผู้ที่พิจารณา และ อบต.ก็ไม่ได้เป็นผู้พิจารณาว่าใครควรได้เท่าไหร่

เมื่อถามเข้ามาแล้วเราตอบไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดเพจไป เพราะชี้แจงไม่ได้ ซึ่งตอนนี้ตนก็อยากสรุปว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบในอัตราที่ทางอำเภอเขาเยียวยามา ถ้าเราดูแล้วว่ามันน่าจะได้มากกว่านี้ ก็ควรจะเขียนอุทธรณ์ไปที่อำเภอบางพลี ให้เข้ามาสำรวจใหม่อีกครั้ง ว่าทำไมเราได้แค่นี้เพราะของเราเสียหายมาก มีการคิดจำนวนเงินผิดหรือเปล่า หรือตัวเลขที่ลงมามันผิด ก็อุทธรณ์ไป และทางอำเภอจะเป็นผู้ชี้แจงได้ดีที่สุด อย่าเอา อบต.ราชาเทวะ ไปเล่นงานเลยเพราะเราไม่รู้เรื่องจริง ๆ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

รมว.สุชาติ ห่วงใยชาวสระบุรี สั่งตรวจซ้ำคุณภาพอากาศ เหตุไฟไหม้ BWG พบกลับสู่ภาวะปกติ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามสถานการณ์และแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรี จากเหตุเพลิงไหม้ภายในบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) หมู่ 8 ตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย ซึ่งประกอบกิจการจัดการของเสียทั้งที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย

หนุ่มพม่า ล้วงอกสาวกลางงานสงกรานต์ สุดท้ายถูกกระทืบน่วม

เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางเสาธง รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณปากซอย ฝ 5 ชุมชนการเคหะเมืองใหม่บางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ปิดภารกิจ 34 ชั่วโมง! ดับไฟไหม้บ่อขยะสะพานหินสำเร็จ

นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เปิดเผยว่า จากเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะสะพานหิน เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา บริเวณพื้นที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยรวมจังหวัดภูเก็ต สะพานหิน ทางเทศบาลนครภูเก็ต