สั่งย้าย 'ครู' ยักยอกเงินนักเรียน 72 คน รวมกว่า 5 แสนบาท

สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 จ่อย้ายครูยักยอกเงินเด็กนักเรียน 72 คนกว่า 5 แสนบาท ช่วยราชการจนกว่าผลสอบข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จ พร้อมเร่งหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาเด็กที่ถูกครูยักยอกเงิน และกำชับให้ทุก ร.ร.ที่ฝึกให้เด็กออมเงินเพิ่มมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย

1 ก.พ.2567 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ออกมาร้องขอความเป็นธรรม กรณีที่ครูประจำชั้นคนหนึ่งยักยอกเงินออมของเด็กนักเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงชั้น ป.6 รวมจำนวน 72 คน ไปใช้ส่วนตัวรวมเป็นเงินกว่า 530,000 บาท ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ย.2565 หลังจากเรื่องแดงได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยคืนเงินให้เด็กไปแล้วบางส่วนเป็นเงิน 266,785 บาท ส่วนที่เหลืออีกกว่า 380,000 บาท จะทยอยคืนให้ 3 งวดภายใน 3 ปี คือปี 2667 – 2569 แต่ผู้ปกครองบางส่วนเกรงว่าลูกหลานจะไม่ได้เงินคืนจึงได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ลำปลายมาศ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายสุชิต ชมภูวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา บุรีรัมย์ เขต 1 พร้อมคณะผู้บริหารฯ ได้ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนที่เกิดปัญหา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงพร้อมหาแนวทางแก้ไขและช่วยเหลือเยียวยาเด็กที่ถูกยักยอกเงิน ซึ่งทางโรงเรียนให้ข้อมูลว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริงและครูเองก็ยอมรับ โดยที่ผ่านมาก็ได้มีการคืนเงินให้กับเด็กนักเรียนไปแล้วบางส่วน แต่ส่วนที่เหลือขอผ่อนชำระคืนเป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งในส่วนที่มีไกล่เกลี่ยเพื่อคืนเงินให้กับเด็กก็เป็นมติร่วมกันระหว่างครูและผู้ปกครอง

แต่ในส่วนความผิดทางวินัยก็ต้องดำเนินการไปตามกระบวนการขั้นตอน และระเบียบที่กำหนดไว้ โดยเบื้องต้นทางผู้อำนวยการโรงเรียนก็ได้มีการตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว ผลการสืบข้อเท็จจริงก็พบมีมูลว่ามีการยักยอกเงินออมเด็กนักเรียนจริง ขณะนี้รอทางโรงเรียนสรุปส่งรายงานมายังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 เพื่อดำเนินการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยระหว่างที่มีการสอบข้อเท็จจริง ก็จะออกคำสั่งย้ายครูคนดังกล่าวมาช่วยราชการที่เขต จนกว่าผลการสอบจะเสร็จสิ้น เพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และหากผลสอบเป็นประการใดก็จะพิจารณาลงโทษทางวินัยตามระเบียบต่อไป ยืนยันว่าทางเขตฯ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

นอกจากนี้ ก็จะหาแนววางช่วยเหลือเยียวยาเด็กนักเรียนที่ถูกยักยอกเงินด้วย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับเด็กที่ตั้งใจและมีวินัยในการออมเงิน รวมถึงจะได้กำชับให้ทุกโรงเรียนเพิ่มมาตรการเข้มในการดูแลเรื่องเงินออมของเด็กเพิ่มมากขึ้นด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยขึ้นอีก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่งช่วยเหลือ แม่เก็บของเก่า เลี้ยงลูก 2 คน อาศัยในเพิงสังกะสีเก่าผุพัง

นายเอกวัฒน์ พวงประโคน นายอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนางวิไลวรรณ นานรัมย์ นายกเทศมนตรีตำบลบึงเจริญ , รองนายกเทศมนตรีตำบลบึงเจริญ ปลัดเทศบาล และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงพื้นที่ไปดูสภาพที่อยู่อาศัยของนางสาวปอน

เหยื่อร้องคดีไม่คืบ แก๊งมิจฉาชีพหลอกทำเกษตร จ่ายค่าสมัคร ออมเงิน สุดท้ายสูญคนละหลักแสน

ชาวบ้านผู้สูงอายุหลายอำเภอหอบหลักฐาน บุกร้องศูนย์ดำรงธรรมจ.บุรีรัมย์ หลังถูกกลุ่มบุคคลอ้างเป็นหม่อม และตั้งตัวเป็นประธานองค์กรรวมเกษตรกร หลอกสมัครสมาชิก อ้างจะมีเงินทุนจากต่างประเทศให้เป็นขวัญถุงและปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ 

ยายวัย 72 ขายลูกชิ้น เก็บของเก่าเลี้ยงชีพถูกตัดสิทธิบัตรคนจน หอบสังขารไปต่อคิวอุทธรณ์

ประชาชน เกษตรกรและผู้สูงอายุจากหลายอำเภอที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 แห่ยื่นคำร้องขออุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาบุรีรัมย์ เนืองแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า โดยคนที่ยื่นอุทธรณ์ส่วนใหญ่เป็นรายเดิมที่คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์

บุรีรัมย์จัดงานแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย ชูลวดลายผสมผสานศิลปะลายไทยกับขอมประยุกต์

บุรีรัมย์ เตรียมจัดงานสืบสานงานประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย ประจำปี 2569 ‘หลอมเทียนรวมใจ ประโคนชัยเทียนศิลป์ เยือนถิ่นชุมชนคนทำเทียน’ ชูลวดลายที่ผสมผสานงานศิลปะลายไทยกับลายขอมประยุกต์ ของช่างฝีมือในท้องถิ่น เพื่ออนุรักษ์สืบสานประเพณีท้องถิ่น และประชาสัมพันธ์ฝีมือ ช่างแกะสลักต้นเทียนพรรษาของแต่ละคุ้มวัด รวมถึงเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

หญิงวัย 65 ปล่อยโฮหน้าธนาคาร ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เผยเสียใจทั้งที่ยากจน ไม่มีรถ มีแค่ที่ดินพออยู่อาศัย

ป้าวัย 65 ชาว อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ปล่อยโฮหน้า ธกส. หลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ คุณสมบัติไม่ผ่านทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ วอนภาครัฐตรวจสอบใหม่ยันฐานะยากจนจริง หวังได้บัตรคนจนช่วยต่อลมหายใจ

แม่ค้าตลาดเทศบาลบุรีรัมย์ บ่นอุบคนซื้อน้อยผิดคาด แม้ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เริ่มรอบใหม่

ร้านค้าในตลาดสดเทศบาลนครบุรีรัมย์ โอดสั่งของมาเพิ่มไว้ขายรองรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส รอบเดือนใหม่ แต่ผิดคาดคนซื้อเบาบาง คาด ปชช.อาจไม่มีเงินเติมเข้าแอปเป๋าตัง ซ้ำราคาของแพงขึ้น ขณะร้านค้าต้องแบกรับต้นทุนค่าขนส่ง และบรรจุภัณฑ์ พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรหดหาย ทั้งยังถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลหามาตรการลดราคาน้ำมัน และสินค้า