
โควิดภูเก็ตพุ่ง 215 ราย ยอมรับถ้าเกินวันละ 300 รายถือว่าวิกฤต แต่ยืนยันไม่มีการปิดเมืองแน่ โดยจะอัพเกรดการคัดกรองและดูแลให้พร้อมรับมือ
05 ม.ค.2565 – นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 จังหวัดภูเก็ต อัตราการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ถ้าเทียบกับเมื่อ2 อาทิตย์ที่แล้วที่ผ่านมาในช่วงนั้นตัวเลขคนในพื้นที่ประมาณ 30-40 รายต่อวัน ช่วงอาทิตย์นี้จาก 30 รายเป็น 40 ราย และ 60-80 รายขึ้นไปถึงกว่า 120 ราย เป็นกราฟขาขึ้นชัดเจน
"ข้อมูล ณ วันที่ 4 ม.ค. ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในภูเก็ต 156 ราย Phuket Sandbox 46 ราย Test&Go 13 ราย รวม 215 ราย ถือว่ามากสุดในรอบเดือนที่ผ่านมาจากการเปิดเมืองอย่างเต็มที่ เป็นการบาลานซ์กันกับการควบคุมโรคการกระตุ้นเศรษฐกิจประกอบกับโอไมครอนเข้ามาติดง่ายกว่าเดิม แต่ไม่มีอาการ อัตราการเสียชีวิตน้อยลงอย่างชัดเจน ผู้ป่วยโอไมครอนส่วนใหญ่เป็นสีเขียว 98% เมื่อผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นได้เตรียมขยายเตียงรองรับผู้ป่วยคนไทยและคนต่างประเทศ”
นพ.กู้ศักดิ์กล่าวอีกว่า ช่วงที่เปิดแซนด์บอกซ์ใหม่ๆมีผู้ป่วยจากแซนด์บอกซ์วันละไม่เกิน 10 คน เมื่อเทียบจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาประมาณวันละ 400-500 คน คิดเป็น 0.3% แต่ตอนนี้เข้ามาวันละ 4,000 คน สัดส่วนการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในแล็บแรกประมาณ 0.5% แล็บสองประมาณเกือบ 1% ยอดผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นจะเห็นว่าอาทิตย์ที่ผ่านมายอดผู้ป่วยแซนด์บอกซ์ที่เพิ่มขึ้นอยู่ประมาณ 50-60 ราย ในแล็บแรกถ้ารวมแล็บสองจะประมาณ 80 ราย เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ เราต้องกักตัว10 วัน ถ้า 80 คน ต้องจัดห้อง 800 ห้องรองรับในภาวะเช่นนี้จึงต้องสำรองห้องอย่างน้อย 1,000 ห้อง รพ.รัฐและ รพ.เอกชน ทีมสาธารณสุขประชุมร่วมกันเร่งหาฮอสพิเทล จัดหามาได้แล้ว 728 ห้อง แต่ในภาพรวม 428 ห้อง แต่ถ้าเป็นโฮเทลไอโซเลทมีประมาณ 210 ห้องรวมแล้วเกือบ 1,000 ห้อง กำลังดำเนินการ
“ในส่วนขั้นตอนนำรักษาในสถานที่จัดหาหรือ รพ.นั้นเกี่ยวข้องเรื่องประกัน และมาตรฐานการรักษาของประเทศไทยกับต่างประเทศแตกต่างกัน จึงต้องใช้เวลาขั้นตอนการนำเข้ารักษาและบริหารจัดการ ได้พูดคุยกับโรงแรมที่ยินยอมรับผู้ป่วยติดเชื้อไว้ในโรงแรมตัวเอง โดยให้ทีมสาธารณสุขลงไปประเมินจะช่วยบริหารจัดการได้เพราะนักท่องเที่ยวไม่อยากย้ายจึงมีโรงแรมที่ยินยอมยื่นความจำนงมา จำนวนกว่า 60 แห่ง เป็นการช่วยเหลือกัน ในการบริหารจัดการซึ่งคนไข้โอไมครอน กว่า 90%ไม่มีอาการ เป็นผู้ป่วยสีเขียว ติดง่ายอาการน้อยกว่าเดลตาเยอะ”
นพ.กู้ศักดิ์นยอมรับว่า ตอนนี้ภูเก็ มีโอมิครอนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวอยู่ในภูเก็ต ยืนยันค่อนข้าง100%ว่าเป็นโอมิครอนรวมแล้ว 167 ราย ในจำนวนนี้ 17 รายเป็นคนไทย ในพื้นที่ 11 ราย และ 6 คนเป็น HRC ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่ง 11 รายที่เป็นคนไทย พบจากการสุ่มตรวจที่ซอยบางลา ป่าตองกว่า 400 คน เจอผลบวก12 คนได้ส่งสายพันธุ์ตรวจพบโอมิครอน 11 คน ถือว่าเชื้อกระจายแล้ว และชมรมสถานประกอบการต่างๆ ในป่าตองได้ทำมาตรการโควิดฟรีเซ็ตติ้ง เมื่อวันที่ 3 ม.ค.65 ทำ ATK พบประมาณ 50 ราย ดังนั้น มาตรการป้องกันตัวเองขั้นพื้นฐานที่สำคัญคือ DMHTT
“หลังปีใหม่ในความเข้มข้นที่จะปิดบ้านปิดเมืองคงไม่มีแต่ต้องอาศัยความร่วมมือสถานประกอบการที่เป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงใช้โควิดฟรีเซ็ตติ้ง เข้ามาช่วยสุ่มตรวจ ATKอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ได้รับความร่วมมืออย่างดีที่สถานประกอบการในซอยบางลาป่าตอง เป็นพื้นที่เสี่ยงที่มีกิจกรรมเยอะมีการสุ่มตรวจแล้ว สองครั้ง ครั้งแรกเจอกว่า20% ของผู้ตรวจครั้งที่สองลดเหลือ 12-13% และผู้ประกอบการจะปิดซอยบางลา ป่าตอง ทำความสะอาดในวันที่ 6 ม.ค.นี้ขอบคุณผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือและใช้โควิดฟรีเซ็ตติ้ง เข้ามาควบคุมและมาตรการยูนิเวอแซลพรีเวนชั่น”
ขณะนี้ภาครัฐและเอกชนกังวลนิดหน่อยที่มีการระบาดในพื้นที่ขอให้มีการเวิร์กฟอร์มโฮม 2 อาทิตย์ ส่วนสถานศึกษามีการปิดการเรียนการสอนถึง 14 ม.ค. ส่วนวันเด็ก ถ้าหน่วยงานใดจัดได้ให้มีมาตรการโควิดฟรีเซ็ตติ้ง ให้ทำกิจกรรมได้ไม่ได้จำกัดคนรวมกลุ่มแต่ให้ใช้จัดในพื้นที่กว้างโล่งแต่ถ้าคนร่วมมากกว่า1พันคนต้องทำATKและผลวัคซีนร่วมด้วย
ด้าน นพ.วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า เป็นไปตามที่คาดไว้หลังปีใหม่มีผู้ติดเชื้อสูงขึ้น ในส่วนนักท่องเที่ยวและคนไทย มีนักท่องเที่ยวเข้ามาสวอปครั้งที่ 1 ประมาณกว่า 4,000 คน ขาเข้า มี Test&Go ต้องสวอปครั้งที่ 2 ในจำนวน 4,000 นั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เดิมมีศักยภาพทำสวอปประมาณ 5,000 ต่อวัน แต่นโยบายเปลี่ยนช่วงปีใหม่ต้องสวอปให้ได้ 8,000-10,000คน เข้ามา รวมครั้งที่ 1และ 2 ต้องทำสวอป 10,000 คนต่อวัน ในช่วงวันหยุดทำได้ 8,000 คนต่อวัน ได้ประสานสำนักควบคุมโรคเขต 11ได้ส่งรถพระราชทานมาให้ 2 คัน สวอปเพิ่มได้อีก 2,000 คน ตอนนี้จึงสวอปครบ 10,000 คนต่อวัน หลังจากนั้นต้องทำ RT-PCR เดิมวันละ 7-8พันคนเพิ่มมาอีก 2 พันเป็น 1 หมื่นคน ยืนยันว่าศักยภาพทำ RT-PCR ผลแล็บได้ 1 หมื่นคน
นพ.วีระศักดิ์กล่าวต่อว่า ปัญหาช่วงนี้นักท่องเที่ยวอาจได้รับผลสวอปออกช้า บางแห่งต้องส่งผลสวอปไปทำที่ต่างจังหวัดของเอกชนที่ กระบี่ และสุราษฏร์ธานี ผลจึงเกิดการล่าช้าในการขึ้นเครื่องบิน เป็นปัญหาที่แก้ได้ในวันนี้เพราะว่าสามารถสวอปในจังหวัดครบ 1 หมื่นคนได้แล้ว ผลแล็บเป็นบวกช่วงสิ้นปีกับปีใหม่เฉลี่ยวันละ 120 คน ต้องการ 120 ห้องได้ติดต่อขอสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้เพิ่มห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อออกจากคนปกติ
“เมื่อภูเก็ตมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นได้เปิด รพ.สนามรองรับแล้ว ซึ่งภูเก็ต อยู่ได้ถ้ามีผู้ติดเชื้อบวกวันละไม่เกิน 100 ราย แต่ถ้าวิกฤตคือ คนไข้เกินวันละ 300 ราย เพราะคำนวณจากเตียงสีเหลืองสีแดง ถ้าบวกวันละ 300 คน 10 วันเท่ากับ3,000 คน เตียงสีเขียวอาจพอหาได้ แต่ถ้าเป็นเหตุวิกฤตคือ รพ.ต้องปรับเตียงสีเหลืองสีแดง ที่ต้องรับโอมิครอนสีเหลืองและแดง ขณะนี้ เตียงไอซียูยังมีเพียงพอถ้าบวกวันละไม่เกิน 300 ราย ยังไม่วิกฤต ซึ่งผู้ป่วยโอมิครอนกว่า90% อาการเป็นทางเดินหายใจส่วนบนยังไม่ถึงกับปอดอักเสบ จะให้อยู่บ้านเป็นหลัก มีคลินิกอุ่นใจให้บริการปรึกษาให้ยาฟาวิพิราเวียร์ อยู่บ้านกักตัว10วัน ถ้าอยู่บ้านไม่ได้ต้องเข้า รพ. สนาม”
การที่ภูเก็ตเจอโอมิครอนต้องปรับอัพเกรดให้สามารถต่อต้านไวรัสได้และให้เกิดบาลานซ์การควบคุมติดเชื้อกับเศรษฐกิจรองรับผู้ติดเชื้อจำนวนมากได้ จะไม่ปิดเมือง ต้องรองรับนักท่องเที่ยวที่มีมากกว่าเดิม 10 เท่า เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และจะApprove Thailand Pass ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อพบผู้ติดเชื้อส่งเข้ารักษารวดเร็วไม่ต้องคอยเคลียร์เรื่องประกันซึ่งในเวอร์ชั่นใหม่จะมีเตียงรองรับนักท่องเที่ยว 1,200เตียง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากขึ้นได้ส่วนคนไทยถ้าเจอผลบวกขอให้รักษาตัวอยู่ที่บ้านมากกว่าอยู่ รพ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน
'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.
ตร. คุมเข้มสงกรานต์ บินโดรนจับตา 7 จุดแลนด์มาร์กกลางกรุง
ตำรวจ สน.ปทุมวัน และกองกำกับการควบคุมฝูงชน (กก.คฝ.) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดรับเทศกาลสงกรานต์ นำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)

