ฮือฮา! วัดดังเมืองตรัง ทาสีโบสถ์ทั้งหลังเป็นสีธงชาติไทย

ฮือฮา! วัดดังเมืองตรัง ทาสีอุโบสถสีธงชาติไทยทั้งหลัง สร้างความแปลกตาแก่คนที่สัญจรผ่านไปมา เจ้าอาวาสเผยสามารถดึงคนเข้าวัดเพื่อพูดคุยศึกษาธรรมะได้ระดับหนึ่ง

22 พ.ค.2567 - ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดควนอินทนินงาม ริมถนนสายตรัง-ย่านตาขาว หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง พบกับท่านพระครูปลัดเริงชัย สุภโร อายุ 31 พรรษา เจ้าอาวาสวัดควนอินทนินงาม สอบถามถึงที่มาที่ไปของการทาสีอุโบสถเป็นสีธงชาติไทย แดงขาว น้ำเงิน ทั้งหลัง มีความโดดเด่นที่ไม่เหมือนวัดอื่น ๆ

ท่านพระครูปลัดเริงชัย สุภโร ให้ข้อมูลว่า สำหรับอุโบสถหลังนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2555 มีขนาดความยาว 100 เมตร ความกว้าง 30 เมตร สูง 2 ชั้น ใช้เงินก่อสร้างไปแล้วกว่า 20 ล้านบาท แต่ก่อสร้างแล้วเสร็จไปประมาณ 80 % ยังไม่ได้ติดตั้งระบบไฟฟ้าและน้ำประปา และมีพระประธานปางมารสะดุ้งองค์ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ น้ำหนัก 80 ต้น ที่มีดวงตาเป็นนิลสีดำประดิษฐานอยู่ ส่วนบริเวณด้านหน้าโบสถ์จะมีการสร้างสระน้ำต่างระดับควบคู่กับบันไดที่เดินขึ้นไปยังตัวโบสถ์และปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มความร่มรื่นให้กับบริเวณโดยรอบ ซึ่งหากอุโบสถหลังนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ ก็จะเป็นอีกหนึ่งวัดที่สามารถดึงดูดให้คนมาเข้าวัดฟังธรรม คุยเรื่องธรรมมะมากขึ้น

ท่านพระครูปลัดเริงชัย สุภโร กล่าวว่า ความคิดการทางสีโบสถ์เป็นสีธงชาติไทยนั้น ตนมองว่าศาสนาพุทธเราเป็นสถาบันหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เรามีศาสนาพุทธขึ้นได้ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันมีความเกี่ยวเนื่องกับเชื้อพระวงศ์เชื้อกษัตริย์ เลยสร้างเป็นจุดรวมที่เดียวกันว่า เรามีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้นสัญลักษณ์ของชาติก็คือธงชาติ ธงชาติยุคนี้ก็เป็นแบบนี้ ส่วนยุคอื่น ๆก็มีความแตกต่างกันไป แต่ยุคปัจจุบันที่เด็ก ๆ รู้เป็นสีแบบนี้ที่ชาวโลกเขารู้กัน ประกอบว่าเราสร้างอุโบสถ์เป็นที่กราบไหว้ของชาวพุทธ เอาสีธงชาติไปไว้ที่อุโบสถก็เพื่อเป็นการเชิดชูชาติไปในตัวด้วย ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร

บางคนเห็นแล้วอาจจะคิดลบว่าเอาไปทำอะไร ยังไง แต่จริงๆ แล้วเราอยากทำให้คนทั่วไปรู้จักว่านี่คือเมืองไทย วัดของไทย มีลักษณะแบบนี้ คุณไม่ต้องไปนึกว่าที่ไหน เห็นธงชาติคุณจะรู้ได้ทันทีว่านี่คือเมืองไทย มีธงชาติ มีศาสนา ลับดับความสำคัญคืออุโบสถเป็นหลักเลย ถือว่าเป็นพระเอกภายในวัด จึงเอาอุโบสถเป็นจุดที่ว่าคนได้มาเห็นแล้วเกิดความสะดุดใจ เกิดมีความศรัทธาอยากมากราบไหว้พระในอุโบสถส่วนหนึ่ง เมื่อเขาได้มาหาเราก็เป็นโอกาสของเราที่จะได้คุยเรื่องธรรมะได้ ถ้าเขาไม่มาหาเราก็คุยไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีอะไรดึงดูดโยมก็ไม่มาแวะมาเวียนเราก็ไม่ได้คุยกันว่าเป็นอย่างไร นี่คือเป้าหมายหลักของเรา

ส่วนหนึ่งคนที่เห็นเขาก็แวะมาเยี่ยมมาดู ก็เป็นโอกาสที่เขาจะได้ทำคุณงามความดี เขาได้กราบนมัสการพระในโบสถ์ ก็เป็นความโชคดีของเขา ทางวัดไม่ได้หวังผลประโยชน์ที่มาอะไร แต่ทำเพื่อให้ชาวพุทธทั่วไปที่ผ่านไปมา เพราะวัดอยู่ติดถนนเราทำหน้าบรรณเป็นพุทธรูปถึงคนไม่หยุดเขาอาจจะยกมือไหว้ เขามีจิตที่น้อมไปในกุศลที่ดีจิตที่ดีก็เป็นบุญของเขา ส่วนคนจะศรัทธาหรือไม่ศรัทธาจะมาหรือไม่มาก็ขึ้นอยู่กับความคิดที่แตกต่าง อาจจะมองว่าโบสถ์สีธงชาติใครเขาทำกัน เราก็ต้องมีความคิดที่มันใหม่ๆ บ้าง ไม่ได้กำหนดกฏเกณฑ์ตายตัวว่าต้องเป็นอย่างนี้ แต่ละยุคมันก็แตกต่างกันไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ธงชาติไทยผืนแรก' ที่นำขึ้นสู่ยอดเสาในสนามรบนั้น สำคัญอย่างไร

เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ช้อความว่า ธงชาติไทยผืนแรกที่นำขึ้นสู่ยอดเสาในสนามรบนั้นสำคัญอย่างไร ผมเคยพูดเรื่องธงชาติไทยผืนแรกที่ปักบนภูมะเขือได้สำเร็จแล้วว่าควรมีการจัดเก็บเพื่อเตรียมนำจัดแสดงในอนาคต เพราะมันคือความภาคภูมิใจของคนในชาติ และมันคือความเสียสละของทหารไทย

'เสธ.ปู-แม่ทัพเติ่ง' เหยียบเนิน 350 ปราสาทตาควาย ประกาศอธิปไตยไทยสมบูรณ์

'เสธ.ปูด้วง-แม่ทัพเติ่ง' ขึ้นเหยียบพื้นที่เนิน 350 ปราสาทตาควาย ยันพื้นที่อธิปไตยไทยอย่างสมบูรณ์ ชูธงไตรรงค์โบกสะบัด

'แม่ทัพกุ้ง' อยู่ยอดภูมะเขือ ขอทุกคนภาคภูมิใจ ช่วยกันรักษา 'ธงไตรรงค์สามสี' ชั่วลูกหลาน

วันนี้เป็นวันพระราชทานธงชาติไทย ซึ่งธงชาตินี้เป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย ของแผ่นดินไทย และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งประกอบด้วย 3 สี ที่เรียกว่าธงไตรรงค์ คือ สีแดง สีขาว และสีน้ำเงิน 

28 ก.ย. วันพระราชทาน 'ธงชาติไทย' เชิญชวนทุกหน่วยงานประดับธงชาติ อาคารสถานที่-บ้านเรือน

เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ พุทธศักราช 2460