ตร.แจ้งข้อหาชายวัย 67 ข่มขืนสาว 22 ป่วยจิตเวช แม่ปัดบังคับลูกขายตัว รับเสพยาบ้า

6 มิ.ย.2567 - จากกรณีนายวรุต ขำเขนก ผอ.มูลนิธิเพื่อให้โอกาส อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ พา น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นเด็กที่เคยดูแลมาก่อนเดินทางมาแจ้งความที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ หลังจาก น.ส.เอ ซึ่งมีพื้นเพอยู่ในเขต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เดินทางไปขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิฯสถานที่ที่เคยอยู่มา 7 ปี ว่าถูกแม่แท้ๆบังคับให้ขายบริการให้กับผู้ชาย เพื่อเอาเงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ

ต่อมา พ.ต.อ จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ไปพบ น.ส.กัลยา อายุ 44 ปี บ้านเลขที่... ม.8 ต.หูทำนบ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ แม่ น.ส.เอ ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งใน ต.กระสัง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดย น.ส.กัลยา เล่าว่าจริงแล้วตนกำลังตามหาลูกสาวมากกว่า เพราะหายออกจากบ้านไปเมื่อ 2 วันก่อนไม่คิดว่าลูกจะไปที่มูลนิธิฯที่เคยอยู่ สาเหตุที่ลูกสาวไปที่มูลนิธิฯคาดว่าน่าจะเกิดอาการทางจิตเวช เพราะเคยไปรักษาและรับยามากินเป็นประจำ จากคำบอกเล่าของลูกที่กล่าวหาว่าตนพาไปขายบริการนั้นไม่เป็นความจริง ตนไม่เคยคิดจะทำแบบนั้น คาดว่าลูกน่าจะเอาเหตุการณ์ที่ประสบมาคือ มักจะถูกผู้ดูแลบ้านพักชวนไปหลายครั้งตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนเรื่องการเสพยานั้นตนยอมรับว่าเสพจริง

ล่าสุด ตำรวจได้นำตัวนายวิรัตน์ อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่... หมู่ที่ 1 ต.กระสัง อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ลุงคนดูแลห้องเช่าให้ลูกชาย มาสอบสวน โดยนายวิรัตน์ อ้างว่า น.ส.เอ มักจะมาเคาะที่ประตูห้องพักรบเร้าเป็นประจำ ยอมรับว่าเคยมีเพศสัมพันธ์กับ น.ส.เอ จริงแค่ 2 ครั้ง เท่านั้นโดยตนเองจะนำเงินจากเบี้ยคนชราซึ่งได้เดือนละ 600 บาท มาจ่ายครั้งละ 100-200 บาท และมารู้ภายหลังจาก น.ส.เอ ป่วยเป็นจิตเวช เพราะเห็นเดินทั่วหมู่บ้าน

ด้านน.ส.กัลยา ยืนยันไม่เคยบังคับลูกสาวให้ขายบริการทางเพศ มีแต่ห้ามปราบ ยอมรับว่าเคยทำร้ายลูกเพราะไม่เชื่อฟัง แต่เสพยาบ้าแค่อาทิตย์ละ 1 ครั้งเท่านั้น

ขณะที่ นายทองสุข คะเรรัมย์ อายุ 87 ปี ชาวบ้านใกล้เคียง กล่าวว่าเมื่อหลายวันก่อนได้ยินเสียง น.ส.เอ ร้องขอความช่วยเหลือ ถูกแม่เอาไม้ตีที่ขาหลายครั้ง และร้องว่า“ แม่ทำหนูทำไม หนูเจ็บ ” ซึ่งตนก็นั่งมองอยู่ แต่ไม่รู้ว่าตีลูกเพราะอะไร

ส่วนทางด้านคดี พ.ต.ท.ไชยา สระโสม รองผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้แจ้งข้อหานายวิรัตน์ วิหารระ ในข้อหา “ ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ “ และน.ส.กัลยา อายุ 44 ปี แม่หญิงวัย 22 ปี ตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง ซึ่งยอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้ามา แจ้งข้อหา “เป็นธุระจัดหาเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น “

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พายุฝนถล่ม 2 ตำบล จ.บุรีรัมย์ บ้าน โรงเรียน วัด คอกสัตว์พังเสียหายรวมกว่า 60 หลัง

พายุฝน ถล่มวันเดียว 2 ตำบล ที่บุรีรัมย์ บ้าน โรงเรียน วัด คอกสัตว์ พังเสียหายกว่า 60 หลัง วัว ควายถูกคอกสัตว์ล้มทับบาดเจ็บ 3 ตัว  ลุงวัย 68 เล่านาทีระทึกพายุพัดกระหน่ำฟ้าคะนองต้องหมอบหลบในโรงเก็บฟาง สวดภาวนาขอให้ปลอดภัยเผยเกิดมาเพิ่งเคยเจอ  นอภ. และ นายกฯ รุดตรวจสอบความเสียหาย เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย 

ฝากขัง คนขับ-มือลั่นไกสังหารพ่อค้าลอตเตอรี่ ไร้ญาติยื่นประกันตัว

ตำรวจ สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ คุมตัวมือลั่นไกสังหารพ่อค้าลอตเตอรี่ชิงยาบ้า และคนขับพ่อไปก่อเหตุ ส่งฝากขังศาล มือยิงยอมรับเครียดนอนไม่หลับกลับถูกศาลตัดสินลงโทษหนัก ไร้ญาติยื่นประกันตัว

ยายวัย 91 ปี เลี้ยงลูกพิการ 4 คน ไม่ผ่านเกณฑ์รับสิทธิบัตรคนจน

ผู้ใหญ่บ้านทุ่งไผ่ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลคุณยาย 91 ปี เลี้ยงลูกพิการ 4 คน หลังชวดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เหตุเคยมีเงินบริจาคหลักแสน แม้ความจริงถูกใช้จ่ายเกือบหมดแล้ว เร่งส่งข้อมูลอำเภอ พิจารณาช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ตกหล่น

'ประธานโสภณ' ปลุกบทบาทสถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภายุคดิจิทัลสู่ประชาชนทั่วประเทศ เดินหน้าสร้างรัฐสภาเป็นที่พึ่งประชาชน เชื่อมคนรุ่นใหม่สู่ประชาธิปไตยในทุกมิติ

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดกิจกรรมพบผู้ฟังผู้ชม จังหวัดบุรีรัมย์ ในโครงการเสริมสร้างภาพลักษณ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน ของสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมอัลวาเรซ จังหวัดบุรีรัมย์

ฝ่ายปกครองจับ 'หัวหน้าสำนักปลัด อบต.' เสพยาบ้า

ภายใต้การอำนวยการของ นายประสิทธิชัย สุวรรณไขศรี นายอำเภอดงหลวง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง (ศป.ปส.อ.ดงหลวง)

เสธ.ทบ.สั่งปรับคุมกำลังพื้นที่ชายแดนให้รัดกุมเพื่อคุ้มครองชาวบ้าน!

'เสนาธิการทหารบก' เผยหลังเยี่ยมชาวบ้านเผชิญหน้าทหารกัมพูชา สั่งปรับกำลังคุมพื้นที่ ปิดช่องทางลักลอบเข้าไทย เตือนหาของป่าแจ้ง จนท. กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทราบก่อน หากเกิดเหตุจะได้ช่วยทัน