13 มิ.ย.2567 - ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 434 หมู่ที่ 5 ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เพื่อพบกับ นายบุญศรี ขันคำ อายุ 71 ปี ผู้แทนผู้เสียหาย นำโฉนดที่ดิน ภาพถ่ายมุมสูง พร้อมพาไปชี้จุดที่ดินจำนวน 14 ไร่ที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะหายไป ซึ่งขณะนั้น ในพื้นที่ของเพื่อนบ้านข้างเคียง เห็นรถเครื่องจักรขนาดใหญ่กำลังทำงานเกลี่ยดินถมทะเลให้กลับมาเป็นผืนดินตามโฉนดที่ครอบครองดังเดิม ทำให้เกิดคำถามตามมา ว่าทำไมเพื่อนบ้านถึงถมทะเลได้ แต่ตนถูกเจ้าหน้าที่รังวัดทำให้เข้าใจว่าทำไม่ได้ ต้องยกที่ดินจำนวน 14 ไร่ให้เป็นสาธารณะประโยชน์
นายบุญศรี กล่าวว่า ที่ดินผืนนี้ ซื้อไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 เมื่อประมาณ 5 เดือนที่ผ่านมา ตนได้ประสานเจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ เข้ามาทำการรังวัดที่ดิน ตามโฉนดทั้งหมดรวม 86 ไร่ โดยปัจจุบันบางส่วนถูกน้ำทะเลกัดเซาะหายไป ตน ต้องการรู้และต้องการปักหลักหมุดที่ชัดเจน หลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดูสถานที่ ตนได้พาไปชี้แนวเขตที่ดินเดิม ริมทะเล ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นผืนดินและเป็นที่ตั้งของศาลาไม้ แต่ต้องย้ายเข้าในปี พ.ศ.2528 เพื่อหนีน้ำทะเลมาตั้งไว้หน้าบ้านพักในปัจจุบัน ตนชวนเจ้าหน้าที่รังวัด ออกไปปักหลักมุดตามโฉนดในทะเล แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธและบอกว่า ในทะเลรังวัดไม่ได้ ถ้าผืนดินถูกน้ำทะเลกัดเซาะแล้วต้องยกให้เป็นที่สาธารณะประโยชน์ คือต้องยกให้กรมเจ้าท่า
พร้อมบอกอีกว่า ต้องเซ็นยินยอมยกที่จมน้ำทะเลให้ก่อน เขาถึงจะลงมือทำการรังวัดและออกเอกสารให้ โดยไม่มีการให้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์กับเจ้าของที่ดินเพิ่มเติม ทำให้ตนเข้าใจว่าไม่มีทางเลือกอื่นใด จึงยินยอมเซ็นชื่อยกที่ดินจำนวน 14 ไร่ มูลค่าไร่ละ 4.5 ล้านบาท รวมเป็นจำนวนเงิน 63 ล้านบาท ต้องสูญไปจากความไม่รู้ ตลอดระยะเวลาที่ครอบครองมีการเสียภาษีประจำปีเต็มจำนวน 86 ไร่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถทำรั้วกั้นหรือถมดินทำแนวเขตได้เนื่องจากความรุนแรงของน้ำทะเล
นายบุญศรี กล่าวว่า กรณีนี้ ทำให้ตนรู้สึกเหมือนถูกหลอกให้เซ็นชื่อยกที่ดินจำนวน 14 ไร่ มูลค่า 63 ล้านบาทไปด้วยความไม่รู้ ดังนั้นจึงต้องการออกมาร้องผ่านสื่อฯ ขอเงินชดเชยค่าที่ดินจากหน่วยงานภาครัฐตามราคาที่เหมาะสม หรือ ขอที่ดินจำนวนดังกล่าวคืน
ผู้สื่อข่าวได้โทรประสานไปที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ผอ.ติดประชุม จึงต่อสายให้คุยกับหัวหน้าฝ่ายรังวัดแทนและได้รับคำชี้แจงกลับมาในเชิงหลักการ พร้อมบอกหากต้องการที่ดินคืน ให้เจ้าของที่ดิน เข้ามาติดต่อที่สำนักงานฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผัวพม่าสุดโหด! เมียขอเลิกไปอยู่กับคนใหม่ แค้นจัดคว้ามีดจ้วงแทงยับกว่ายี่สิบแผลดับคาห้อง
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 22 มิถุนายน 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.สำโรงใต้ รับแจ้งเหตุฆ่ากัน ภายในห้องพักของแคมป์คนงานต่างด้าว ในชุมชนบ
สองแม่ลูกโหด! รุมทำร้ายสาวแคดดี้สาหัส เก็บมือถือได้ไม่คืน
เจ้าหน้าที่กู้ภัยบางพลี รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือพาหญิงสาวรายหนึ่งส่งโรงพยาบาล หลังจากที่เธอถูกทำร้ายร่างกายมาและกลับมาพักที่ห้องพัก
ชาวบ้านผวาหนัก! โจ๋นับสิบไล่แทงกัน ปาระเบิดปิงปองกลางดึก
เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นยกพวกก่อเหตุทะเลาะวิวาท ใช้อาวุธมีดดาบไล่ทำร้ายคู่อริ พร้อมปาระเบิดปิงปองและใช้อาวุธปืนยิงท้าทายกันกลางดึก
โจรจนมุม ร้านทองไหวพริบดีปิดประตูรอส่งตร.
ร้านทองไหวพริบดีปิดประตูร้านจับหนุ่มบุรีรัมย์พยายามชิงทองส่งตำรวจ อ้างหาเงินจ่ายค่าเสียหายชนคน
ตีกันประจำ! วัยรุ่นซอยด่านสำโรง ยกพวกนับสิบถล่มคู่อริในร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์
ภาพเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นนับสิบคนขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ พร้อมอาวุธมีดดาบยาว ยกพวกมาถล่มวัยรุ่นที่อยู่ภายในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ บริเวณปากซอยด่านสำโรง 17 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นจะหลบหนียังได้ปาระเบิดปิงปองใส่ร้านจนเสียงดังสนั่น
รวบ 'เอ็ม' ไรเดอร์ส่งยา ตบตาใส่เสื้อส่งอาหาร ลอบส่งพอตเค-เคตามีน
ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ ก่อนจับกุม นายวิทวัฒน์ หรือ “เอ็ม” อายุ 23 ปี

