ยกแก๊ง 5 โจ๋ยิงปืนโชว์โลกโซเชียล พบเป็นปืนบีบีกัน-แบลงค์กัน ดัดแปลงใส่กระสุนจริง

ตำรวจขอนแก่นตามรวบยกแก๊ง 5 โจ๋ยิงปืนโชว์โลกโซเชียล พบเป็นปืนบีบีกันและปืนแบล็งดัดแปลงใส่กระสุนจริงได้ โดยสั่งซื้อในอินเตอร์เน็ต

14 มิ.ย. 2567 - ที่งานสืบสวนสภ.บ้านไผ่ นายพิชัย วันตา นายอำเภอบ้านไผ่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรัชญามาศ ไชยสุระ ผกก.สภ.บ้านไผ่, พ.ต.ท.มนตรี สุปะตำ รอง ผกก.(สส.) สภ.บ้านไผ่พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.บ้านไผ่ ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้อาวุธปืน ยิงปืนในพื้นที่สาธารณะ ตามที่ปรากฎและเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย

นายพิชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุยิงปืนดังกล่าวเป็นกลุ่มวัยรุ่นบ้านหัวหนอง ม.3 ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้เดินทางไปติดตามตัวผู้ก่อเหตุยิงปืน รวมทั้งหมด 5 คน มี นายเอ(นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ชาวจ.นครราชสีมา, นายบี(นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ชาวอ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ,นายซี(นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ชาวอ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น, นายดี(นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ชาวอ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่นและนายอี อายุ 22 ปี ชาวอ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น โดยสามารถยึดปืนแบลงค์กัน จำนวน 3 กระบอก พร้อมกระสุนแบลงค์กัน จำนวน 10 นัดได้ที่บ้านของนายดี

"จากการสอบสวนนายดี(ลูกกำนันในพื้นที่ อ.บ้านไผ่) ให้การว่า คลิปที่ถูกโพสในโซเชียลนั้น เกิดจากเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยได้ชวนเพื่อน 3 คนไปยิงปืนเล่น เพื่อเป็นการซ้อมปืน และตรวจสอบว่าใช้งานได้จริงตามที่คนขายปืนโฆษณาไว้หรือไม่ เนื่องจากว่า มีบ้านพักอาศัยอยู่ห่างไกลชุมชนประมาณ 1 กม.และอาศัยอยู่คนเดียว พ่อแม่ไปทำงานต่างจังหวัด กลัวเกิดอันตรายจึงหาซื้ออาวุธปืนแบลงค์กัน มาไว้ป้องกันตัว โดยติดต่อซื้อขายกับคนขายปืนทางออนไลน์ในราคากระบอกละ 8,000 บาท จำนวน 3 กระบอก แถมกระสุนปืนมาให้ด้วย และขณะซ้อมยิงปืน มีเพื่อนถ่ายคลิปให้ แล้วเพื่อนก็นำมาโพสลงโซเชียลตามความคึกคะนอง โดยในวันซ้อมยิงปืน ซ้อมที่บริเวณริมสระน้ำทางด้าน ทิศตะวันตก ของ บ.หัวหนอง ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ หลังจากยิงปืนเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้านจนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ดังกล่าว"

นายพิชัย กล่าวต่ออีกว่า หลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคุมตัววัยรุ่นทั้ง 5 คน ส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีกับนายอี อายุ 22 ปี ในข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยผิดกฏหมาย และแจ้งข้อหาเดียวกันกับวัยรุ่นอีก 4 คนในข้อ ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สลดภูเก็ต! ส.ต.ท. เช็กปืนหลวง Glock 19 ลั่นใส่แม่ดับคาบ้าน

เกิดเหตุสลดในพื้นที่ ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต เมื่อคืนวันที่ 24 ก.ย. 69  เวลาประมาณ 21.45 น. พ.ต.ท.สากล ไกรนรา สว.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งเหตุปืนลั่นภายในบ้านพัก ซอยเกาะแก้ว 3 ถนนเทพกระษัตรี อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต จึงพร้อมด้วย

'มนต์เสน่ห์ภูผาม่าน อาหาร ดนตรี วิถีวัฒนธรรม' เปิดเสน่ห์เมืองภูเขา ชวนชิมอาหารพื้นถิ่น ฟังดนตรี สัมผัสวิถีวัฒนธรรมชุมชน

จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อำเภอภูผาม่าน เทศบาลตำบลภูผาม่าน บริษัท ไอ-แคนนาบิซ จำกัด ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน จัดงาน “มนต์เสน่ห์ภูผาม่าน อาหาร ดนตรี วิถีวัฒนธรรม” ณ หนองสมอ ตำบลโนนคอม อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน พร้อมนำเสนอเสน่ห์ด้านอาหาร ดนตรี และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นของอำเภอภูผาม่านสู่สายตานักท่องเที่ยว

กวาดล้างปืนออนไลน์! บุกจับ 186 ราย ยึดของกลาง 228 กระบอก กระสุนอื้อ

ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างอาวุธปืนออนไลน์ผิดกฎหมายตรวจค้นกว่า 200 จุดทั่วประเทศ รวบ 186 รายของกลาง 228 กระบอกพร้อมระเบิดและกระสุนกว่าพันนัด

'ปกรณ์' ชี้นิรโทษปืนไม่ค่อยได้ผล เหตุไม่ได้รื้อระบบ รับ มท.ไม่เห็นด้วยซื้อปืนคืน ใช้งบสูง

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาวุธปืนว่า การแก้ไขปัญหาจะแก้ไขกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ อย่าลืมว่า ประเทศไทยมีพรมแดนที่ติดกับเพื่อนบ้านทั้งทางบก ทางทะเล ซึ่งภายในประเทศเพื่อนบ้านสถานการณ์ไม่เรียบร้อย จึงมีการเล็ดรอดของอาวุธเข้ามาในประเทศไทย ส่วนกฎหมายอาวุธปัจจุบันใช้มาตั้งแต่

เทศบาลขอนแก่น ยันวัดป่าอดุลยารามไม่อยู่ในข่ายชำระภาษีที่ดิน เพราะใช้ประโยชน์ทางศาสนา

นายประสิทธิ์ ทองแท่งไทย นายกเทศมนตรี นครขอนแก่น เปิดเผยว่า ตามเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินเลขที่ 61945 เนื้อที่ดิน 21-3-61 ตรว.ในปี 2533 กรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นของนายเฮียง พิมพ์ศรี การใช้ประโยชน์ในที่ดินเป็นที่ใช้ประโยชน์ของวัดป่าอดุลยาราม เป็นการใช้ประโยชน์ทางพระพุทธศาสนาไม่อยู่ในข่ายต้องชำระภาษีบำรุงท้องที่

ชาวขอนแก่นแจ้งจับ 'ป้าดา' นำกลุ่มบุคคลปิดประตูเข้า-ออก วัดป่าอดุลยาราม

ชาวขอนแก่นเข้าแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษ "ป้าดา" และกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุปิดประตูวัดป่าอดุลยาราม หลังมีคำพูดอ้างถึง “ผู้ใหญ่เบื้องบน” และ “ฎีกาของในหลวง” ขอให้ตำรวจตรวจสอบเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 พร้อมท้าให้นำเอกสารที่กล่าวอ้างออกมาแสดง