คนขับกระบะก้มดูบิล ชน 4 คันรวด หนุ่มไรเดอร์ดับคาที่ เจ็บอีก 2 ราย

13 ก.ย. 2567 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สถามน ประเสริฐสุวรรณ สารวัตรสอบสวน สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุ รถยนต์กระบะตู้ทึบชนท้ายรถยนต์เก๋ง 2 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณทางเข้าหน้าหมู่บ้าน พฤกษา อเวนิวา ถนนหลังวัดหนามแดง ขาออกมุ่งหน้าบางพลี ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อ โตโ ยต้า รีโว่ สีชาว ทะเบียน บย 5512 เพชรบุรี มีนายพิทักษ์พงศ์ ภิญโญยาง อายุ 21 ปี เป็นคนขับ สภาพหน้ารถด้านหน้าพังยับ หลังจากพุ่งชนท้ายรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า ครอต สีดำ ทะเบียน 3 ขฬ 8495 กรุงเทพมหานคร มี น.ส.รัชนวลนันต์ เพียนอก อายุ 28 ปี เป็นคนขับ ที่กำลังขับเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน สภาพด้านท้ายรถพังยับเยิน และเสียหลักพุ่งไปชนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีดำ-แดง ทะเบียน 1 ขณ 6268 กรุงเทพมหานคร มี นายมานะ อินทวงศ์ อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นไรเดอร์ ส่งอาหาร เป็นคนขับ นอนเสียชีวิตติดหน้ารถอยู่กับแบริเออร์คอนกรีต สภาพแขนขาหักหลายที่

นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนอีก 1 คัน ถูกชนล้มเสียหายอีกหนึ่งคัน ใกล้กันพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า สีดำ ทะเบียน 8 กจ 4735 กรุงเทพมหานคร ถูกชนด้านขวาทั้งแถบได้รับความเสียหาย ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย ทราบชื่อ นายอธิราช คุ้มนวล อายุ 25 ปี เป็นคนขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ พีซีเอ็กซ์ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และ น.ส.รัชนวลนันต์ เพียนอก อายุ 28 ปี คนขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า สีดำ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทั้ง 2 คน เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ไปก่อนหน้านี้แล้ว

จาการสอบถาม นายพิทักษ์พงศ์ ภิญโญยาง อายุ 21 ปี คนขับรถกระบะตู้ทึบ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถมาตามทางตามปกติ แต่ช่วงจังหวะที่กำลังก้มดูบิลส่งของ ไม่ทันสังเกตเห็นว่า มีรถเก๋งจอดชะลอเพื่อที่จะเข้าซอยหมู่บ้านพฤกษา หลังจากดูบิลเสร็จ ตนเงยหน้าขึ้นมาอีกที รถก็พุ่งไปชนท้ายรถเก๋งโตโยต้าสีดำแล้ว ก่อนที่รถเก๋งจะกระเด็นไปชนกับรถเก๋งฮอนด้าและรถจักรยานยนต์ของไรเดอร์ที่กำลังจะออกจากซอย จนทำให้มีผู้เสียชีวิต

ด้าน นางสาวส้ม อายุ 37 ปี คนขับรถเก๋งฮอนด้าสีดำ เล่าว่า กำลังจะเลี้ยวขวาออกจากซอยมุ่งหน้าไปทางถนนศรีนครินทร์ เป็นจังหวะเดียวกันกับรถเก๋งโตโยต้าสีดำ ชะลอรถให้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายเพื่อที่จะเข้าซอย ตอนนั้นตนเห็นรถกระบะตู้ทึบขับมาเร็วมาก ก่อนที่จะพุ่งชนเก๋งโตโยต้าสีดำ จนทำให้พุ่งมาชนรถจักรยานยนต์ ทั้ง 2 คัน และรถตนเองจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพและลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ ก่อนส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์สมุทรปราการ และนำตัวคนขับรถทุกคันไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

หนุ่มพม่า ล้วงอกสาวกลางงานสงกรานต์ สุดท้ายถูกกระทืบน่วม

เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางเสาธง รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณปากซอย ฝ 5 ชุมชนการเคหะเมืองใหม่บางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

3 วันอันตรายสงกรานต์ เซ่น 95 ศพ 'กทม.' ครองแชมป์

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์

ล่าระทึกบางพลี จับ 'ชเว' ตัวการยาเสพติดข้ามชาติ หนีหมายแดงกบดานบ้านหรู

ตำรวจไทยประสานกำลังตำรวจเกาหลีใต้ รวบเอเย่นต์รายสำคัญตามหมายแดงอินเตอร์โพล หลบหนีเข้าประเทศผิดกฎหมาย พร้อมยึดอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมาก ขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ