ปีละหน แห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและองค์พระกว่า 25 องค์ ลุยน้ำลุยไฟยิ่งใหญ่
12 ก.พ.2568 - เวลา 07.00 น. ที่บริเวณหน้าศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน รวมไปถึงบรรดาศิษย์ของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและนักท่องเที่ยว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้เดินทางมารอการประกาศของทางศาลเจ้าว่า จะมีการประกอบพิธีลุยน้ำ ลุยไฟ ในปีนี้หรือไม่ โดยทุกคนต่างออกมรวมตัวกันบริเวณหน้าศาลเป็นจำนวนมาก จนมีปากมีเสียงกัน ออกมาโวย ต่างพากันไม่พอใจ หลังจากที่เวลาพิธีล่วงเลยจากกำหนดการเดิมที่ต้องแห่พระออกจากศาลเจ้าตั้งแต่ช่วง 05.00 น. ซึ่งทุกคนที่มาต่างสงสัยว่าทำไมถึงไม่เริ่มอัญเชิญองค์พระดังเช่นเดิมเหมือนปีก่อนๆ โดยจากการสอบถามทราบว่ามีปัญหาขัดข้องระหว่างพิธี
จนเมื่อเวลาประมาณ 08.30 น.ได้มีเสียงตีกลอง ลั่นระฆังดังขึ้นภายในศาลเจ้า พร้อมมีคนออกมาประกาศว่าจะมีพิธีลุยน้ำลุยไฟเหมือนเดิม แต่ด้วยปีนี้เกิดปัญหาบางอย่าง และได้พูดคุยกัน จึงได้กำหนดเริ่มแห่พระลุยน้ำในเวลา 10.59 น. ของวันนี้ ทำให้ชาวบ้านที่รออยู่บริเวณหน้าศาลเจ้า ต่างพากันโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจอย่างยิ่ง มีบางคนถึงกับกอดกันเพราะแสดงถึงความดีใจที่ได้จัดพิธีในปีนี้ ซึ่งบางคนก่อนหน้านี้เริ่มที่จะหมดหวังว่าปีนี้อาจจะไม่ได้จัดงาน นอกจากนี้พบว่าได้มีนักท่องเที่ยวบางส่วนได้เดินทางกลับบ้านไปแล้ว เนื่องจากมารอตั้งแต่รุ่งเช้า และคิดว่าปีนี้จะไม่มีพิธีใดๆ
ขณะที่บรรยากาศ ริมแม่น้ำปัตตานี หลังจากทราบข่าวว่าจะมีพิธีลุยน้ำเกิดขึ้น ได้มีประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนและบรรดาศิษย์ของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนียวรวมไปถึงนักท่องเที่ยว ได้เดินทางมาชมพิธีลุยน้ำกันอย่างคึกคัก ปีนี้ได้อัญเชิญองค์พระที่ออกจากศาลฯ จำนวน 25 องค์ เช่นเดิม ทามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุ ต่างจากปีก่อนๆที่จัดพิธีลุยน้ำในช่วงรุ่งเช้าเวลา 7.00 น. ทั้งนี้พิธีลุยน้ำจะมีองค์พระที่รู้จักอย่างกว้างขวางและขึ้นชื่อของจังหวัดปัตตานี คือ องค์พระหมอ และองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว และเป็นการเชิญองค์พระครบทุกองค์ ขบวนแห่ได้แบกเกี้ยวองค์พระ ลงไปในแม่น้ำปัตตานี ซึ่งองค์พระแต่ละบ้านได้ทยอยลงน้ำข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง และองค์พระหมอ และองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวที่ประชาชนต่างรอชมก็ได้ลงลุยน้ำพร้อมกันในช่วงท้ายของพิธี โดยระยะทางประมาณ 70 เมตร ทั้งนี้เพื่อเป็นการรำลึกถึงองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ที่ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลจากเมืองจีนและเพื่อความสิริมงคลให้ค้าขายดี ชำระร่างกายจิตใจให้บริสุทธิ์
หลังจากองค์พระทั้ง 25 องค์ เสร็จสิ้นการลุยน้ำ จะนำองค์พระทั้ง 25 องค์ แห่รอบเมืองเพื่อเยียมเยียนประชาชนที่อยู่ 2 ฝั่งถนน จากนนั้นจะกลับมาเตรียมความพร้อมทำพิธีลุยไฟที่หน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เวลา 19.30 น.เพื่อจะเตรียมประกอบพิธีลุยกองไฟอีกครั้งหนึ่ง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน
'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.
ตร. คุมเข้มสงกรานต์ บินโดรนจับตา 7 จุดแลนด์มาร์กกลางกรุง
ตำรวจ สน.ปทุมวัน และกองกำกับการควบคุมฝูงชน (กก.คฝ.) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดรับเทศกาลสงกรานต์ นำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)

