รวบนักค้าดอกกัญชา ใส่ปี๊บขนมปังขายผ่านออนไลน์ ยึดของกลาง 500 กก.

ตำรวจ สภ.บางแก้ว ร่วมกับ ตม.สมุทรปราการ นำกำลังบุกจับนักค้าดอกกัญชาหัวหมอบรรจุลงปี๊บขนมปังลักลอบส่งขายออนไลน์ยึดของกลางกว่า 500 กิโลกรัมรวมมูลค่าไม่ต่ำจาก 5 ล้านบาท

23 เมษายน 2568 - พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผู้กำกับ สภ.บางแก้ว พร้อมด้วย รองผู้กำกับฝ่ายป้องกันและปราบปราม รองผู้กำกับฝ่ายสืบสวน พร้อมด้วย ตม.สมุทรปราการ นำกำลังไปปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านหรูย่านกิ่งแก้ว ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ อนุมัติหมายค้นบ้านดังกล่าว

จากการตรวจสอบภายในบ้านพบผู้ต้องหาหญิงไทย 3 คน ชายไทย 1 คน ชายชาวจีน 1 คน และ ชายชาวเลบานอน อีก 1 คน รวมทั้งหมด 6 คน จากการตรวจค้นภายในบ้านเจ้าหน้าที่พบดอกกัญชาแห้งบรรจุถุงพลาสติกใสพร้อมจำหน่ายจำนวนมาก รวมแล้วคาดว่าจะมีไม่ต่ำจาก 500 ห่อ รวมน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 500 กิโลกรัม นอกจากนั้นยังพบพ็อตบุหรี่ไฟฟ้าที่ใช้บรรจุน้ำมันกัญชา รวมถึงขวดบรรจุน้ำมันกัญชาอีกจำนวนหนึ่ง และนอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบกระป๋องปี๊บขนมปัง ถ้วยบะหมี่สำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูป รวมถึงกระป๋องอาหารเสริม ที่ภายในมีการซุกซ่อนห่อกัญชาเพื่อตบตราเจ้าหน้าที่เตรียมส่งขายทางพัสดุให้กับลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดขนขึ้นรถกระบะเกือบสิบคันไปยังสภ.บางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อบันทึกจับกุมพร้อมกับผู้ต้องหา

พ.ต.อ.อดิเรก ทองแก้มแก้ว ผกก.สภ.บางแก้ว เปิดเผยว่า การขอหมายค้นและเข้าจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้ให้เบาะแสระบุว่ามีการลักลอบการแปรรูปและจำหน่ายดอกกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาตและผิดกฎหมาย จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนหาเบาะแสจนกรทั่งสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นแหล่งเก็บดอกกัญชาจึงนำกำลังเข้ามาตรวจสอบซึ่งพบของกลางจำนวนมาก ส่วนผู้ต้องหามีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลว่าเป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติด้วยหรือไม่รวมถึงเส้นทางการเงินและผู้ร่วมขบวนการ

ขณะที่ พ.ต.ท.ชาญวุฒิ เทียมมงคล รอง ผกก.สส.สภ.บางแก้ว. บอกว่า หลังจากที่พบเบาะแสทางออนไลน์ว่ามีการลักลอบจำหน่ายดอกกัญชาโดยใช้การซุกซ่อนในขนม ประกอบกับบ้านพักหลังดังกล่าวมีการจับกุมมั่วสุมกันเป็นจำนวนมากมีรถเข้าออกในแต่ละวันจำนวนมาก จึงมีการสืบสวนจนกระทั่งได้เบาะแส และขออนุมัติหมายค้นเข้ามาตรวจสอบจนพบของกลางและกลุ่มผู้ต้องหา โดยจากการตรวจสอบภายในบ้านมีการแบ่งห้องแบ่งโซนของการเก็บการแพ็คกิ้งอย่างชัดเจน มีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือและฉลากแบรนด์อย่างเป็นระบบ โดยผู้ต้องหาอ้างว่าดอกกัญชาทั้งหมดได้มาจากโรงงานที่เขาเปิดโดยได้รับอนุญาต และโรงงานจากเพื่อนที่เปิดโดยได้รับอนุญาต นำมาเตรียมแพ็คกิ้งยังบ้านหลังนี้ ซึ่งไม่มีการขออนุญาตประกอบกิจการ อีกทั้งยังพบน้ำมันกัญชาจึงกลายเป็นความผิดตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 นอกจากนั้นยังพบความผิดตาม พ.ร.บ. สมุนไพรควบคุม

ส่วน นางสาว ชมพู่ อายุ 28 ปี ให้การรับสารภาพว่าตนเองเป็นคนมาเช่าบ้านหลังนี้เพื่อนำดอกกัญชาทั้งหมดที่เห็นมาเก็บไว้เพื่อรอจำหน่าย โดยไม่คิดว่าจะผิดกฎหมาย เพราะเนื่องจากก่อนหน้านี้ตนเองเคยได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงปลูกกัญชาถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนการแพ็คกิ้งใส่ปี๊บขนมนั้น นางสาวชมพู่บอกว่า ไม่ใช่ของตนเอง เป็นของเพื่อนชาวเวียดนามที่เอามาฝากไว้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ก่อนจะคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและเตรียมการขยายผลต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

หนุ่มพม่า ล้วงอกสาวกลางงานสงกรานต์ สุดท้ายถูกกระทืบน่วม

เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางเสาธง รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณปากซอย ฝ 5 ชุมชนการเคหะเมืองใหม่บางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ล่าระทึกบางพลี จับ 'ชเว' ตัวการยาเสพติดข้ามชาติ หนีหมายแดงกบดานบ้านหรู

ตำรวจไทยประสานกำลังตำรวจเกาหลีใต้ รวบเอเย่นต์รายสำคัญตามหมายแดงอินเตอร์โพล หลบหนีเข้าประเทศผิดกฎหมาย พร้อมยึดอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมาก ขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

มอบตัวแล้ว มือยิงไรเดอร์ดับคาห้องน้ำ อ้างแค้น-ถูกท้าทาย

ผู้ก่อเหตุยิงเพื่อนบ้านอาชีพไรเดอร์เสียชีวิตคาห้องน้ำ เข้ามอบตัวหลังถูกกดดันหนัก สารภาพปมขัดแย้งสะสมในกลุ่มอาชีพ อ้างถูกด่าทอและท้าทายจนก่อเหตุ