ตร.ภาค 8 ก้นร้อน สั่งสอบข้อเท็จจริง ผู้นำท้องถิ่นตั้งกองกำลังซ่องสุมค้ามนุษย์โรฮิงญา

ตำรวจภาค 8 ก้นร้อนสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังปรากฎข่าวทางสื่อ ขบวนการค้ามนุษย์ ทำผิดกฎหมาย มีผู้นำท้องถิ่น กองกำลังติดอาวุธ แคมป์โรฮิงญา แนวชายแดนไทย-เมียนมา พื้นที่ชุมพร-ระนอง

7 พฤษภาคม 2568 - จากกรณีคณะทำงานแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้านจังหวัดชุมพรและจังหวัดระนอง โดยสำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 บูรณาการกำลังเข้าตรวจสอบในทางลับ หลังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐและกลุ่มบุคคล ร่วมกันเป็นขบวนการใหญ่กระทำผิดกฎหมายลักลอบเข้าออกนอกราชอาณาจักร ตามแนวชายแดนไทยและเมียนมา ด้านตำบลรับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และชายแดนด้าน อ.กระบุรี จ.ระนอง

โดยกลุ่มอิทธิพลดังกล่าวได้ร่วมกันนำเครื่องจักร รถแบ็คโฮ เข้าไปบุกรุกปรับไถยึดครองที่ดินจับจองหลอกขายแก่คนไทยด้วยกันในราคาไร่ละ 50,000 - 100,000 บาท จำนวนนับพันไร่ จัดตั้งกองกำลังคนไทย ตั้งหม่บ้านคนไทยนอกราชอาณาจักร ร่วมกับกองกำลังชนกลุ่มน้อย กระทำผิดกฎหมาย ลักลอบนำพืชผลทางการเกษตร ปศุสัตว์ เข้ามาขายในประเทศไทย ลักลอบค้าแรงงานเถื่อน ยาเสพติด ค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา จากแคมป์พักฝั่งเมียนมาผ่านเข้ามาในประเทศไทย ส่งไปยังประเทศที่สามทางชายแดนภาคใต้ ตามข่าวที่เสนอมาต่อเนื่องนั้น

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ทีมข่าวเฉพาะกิจรายงานว่า ตำรวจภูธรภาค 8 โดย พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้มีคำสั่งที่ 353/2568 ลง 29 เม.ย.68 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีปรากฏข่าวทางสื่อออนไลน์ กรณีมีผู้นำท้องที่ ซ่องสุมสมุนกองกำลังติดอาวุธ อุ้มฆ่าสายข่าวค่ายโรฮิงญา มีแคมป์โรฮิงญา ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ตั้งแต่จังหวัดชุมพร ถึง จังหวัดระนอง เพื่อส่งไปยังสามจังหวัดชายแดนใต้ ในลักษณะเป็นการค้ามนุษย์

โดยคำสั่งแต่งตั้ง มี พ.ต.อ.อดิพัฒน์ กรึงไกร รอง ผบก.สส.ภ.8 เป็นประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และมี พ.ต.อ.จักรวรรดิ์ บุญทวีกุลสวัสดิ์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ภ.8 เป็นกรรมการ พ.ต.อ.นิรัน กันจู รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร เป็นกรรมการ พ.ต.อ.ยุทธนาศิริสมบัติ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง เป็นกรรมการ และว่าที่ พ.ต.อ.นฤบดินทร์ ปังหลีเส็น ผู้กำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8 เป็นกรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดำเนินงานให้แล้วเสร็จโดยเร็วภายใน 7 วัน แล้วเสนอผลการตรวจสอบดังกล่าว มาเพื่อพิจารณาสั่งการ ซึ่งความคืบหน้าทีมข่าวเฉพาะกิจจะนำเสนอต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จาก 'โรฮิงญา' ถึง 'แรงงานต่างด้าว' วิธีคิดพรรคส้มในวันที่คนไทยต้องเลือก

การเมืองไม่ได้ตัดสินกันแค่จากเอกสารนโยบาย แต่ตัดสินกันจากวิธีที่พรรคพูดกับสังคมจริง ว่าเลือกพูดเรื่องใด เลี่ยงเรื่องใด และให้น้ำหนักกับประเด็นไหนเป็นพิเศษ

แม่บินกลับประเทศ ตามช่วยลูกสาว 14 ปี ถูกแม่เล้าวัย 18 ลวงค้ากาม ตร.บุกรวบ 4 ลูกค้าซื้อบริการ

พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.สุพจน์ ทองมาเอง, พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล สว.กก.2 บก.ปคม.ร่วมกันจับกุม น.ส.ปาริฉัตร อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 , น.ส.เจนจิราฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ,นายฐนัสพงษ์ฯ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ,นายดิเรกฯ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 และนายชาญชัยฯ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 5

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 'ป๋าติ๊ก-ป๋ากบ' กับพวก 50 ปี ค้ามนุษย์อ่างวิคตอเรีย

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกอ่วมป๋าติ๊ก-ป๋ากบ กับพวก 50 ปี ค้ามนุษย์วิคตอเรีย ซีเครท เพิ่มอัตราดอกเบี้ยผู้เสียหายเป็นร้อยละ 7.5 ต่อปี ส่วนเสี่ยกำพลยังหนีคดี

'อนุทิน' ประเมินสถานการณ์ชายแดน ยังไม่มีสัญญาณขัดแย้งถึงขั้นปะทะรอบ 3

"อนุทิน" สยบข่าวลือ! ยันไม่มีสัญญาณสู้รบชายแดนรอบ 3 หลังลงพื้นที่สระแก้วตรวจแนวรบ เผยปมกัมพูชาขุด "คูเลต" เป็นยุทธวิธีป้องกันประเทศเขา

ฉากทัศน์และความเป็นไปได้หากศาลโลกตัดสิน ‘เมียนมา’ คดี ‘โรฮิงญา’

นักวิชาการธรรมศาสตร์มอง คดีโรฮิงญาในศาลโลกมีน้ำหนักพอเอาผิดรัฐบาลทหารเมียนมาได้ แต่การบังคับใช้คำตัดสินยังติดข้อจำกัด ชี้แรงกดดันอาจตกอยู่ที่อาเซียนและไทย ขณะการค้า-การลงทุนเสี่ยงกระทบ หากถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ