"รอมฎอน ปันจอร์" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่าการใช้กำลังและการส่งสัญญาณไล่ล่าผู้ก่อเหตุควรประเมินผลกระทบในระดับยุทธศาสตร์อย่างรอบคอบ เพราะอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและการสนับสนุนจากประชาชน
25 กรกฎาคม 2569 - นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งติดตามประเด็นความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก ว่า [ ขอสนับสนุนท่าทีของฝ่ายการเมืองและนโยบายในสถานการณ์ปัจจุบัน ] --- ผมขอสนับสนุนท่าทีและจุดยืนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและเลขาธิการ สมช. ต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาที่สนับสนุนการพูดคุยสันติภาพและปรามหน่วยงานในระดับปฏิบัติที่มีท่าทีแข็งกร้าว นี่คือบทบาทที่เหมาะสมของฝ่ายการเมืองและนโยบาย ที่ยืนยันทิศทางการทำงานในภาพใหญ่หรือการกำกับแนวทางในระดับยุทธศาสตร์ที่ควรจะเป็นครับ
จากข่าวสารที่รับรู้กันในวงกว้างแล้วว่า ท่าทีเหล่านี้เป็นการตอบสนองต่อคำพูดของเสนาธิการทหารบก ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กอ.รมน. โดยตำแหน่ง ในระหว่างการลงพื้นที่หลังเหตุการณ์ความรุนแรงที่ตันหยงมัสและ สภ.ตันหยง จ.นราธิวาส ก่อนหน้านั้น โดยเฉพาะประเด็นที่มุ่งส่งสัญญาณในการไล่ล่าผู้ก่อเหตุทั้งในและต่างประเทศ --- "ถึงเวลาที่เราจะเป็นผู้ล่าบ้างแล้ว"
คำพูดลักษณะนี้ของผู้นำหน่วยไม่ใช่ไม่เคยมีมาก่อน ทุกท่านคงจำท่าทีที่แข็งกร้าวของแม่ทัพภาคที่ 4 (ผอ.รมน.ภาค 4 สน. โดยตำแหน่ง) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา — "ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ" — ที่แม้สาระสำคัญจะเป็นการปฏิเสธความเกี่ยวข้องของหน่วยงานกับการลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ แต่ก็ส่งสัญญาณในเชิงลบต่อการแก้ไขปัญหาโดยภาพรวม รวมไปถึงกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกนึกคิดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
อันที่จริง การไล่ล่า ปิดล้อม ตรวจค้น และใช้กำลัง (หรือตามถ้อยคำทางการคือ "การบังคับใช้กฎหมาย") เพื่อสังหารบุคคลที่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นสมาชิกบีอาร์เอ็นนั้นมีมาโดยตลอดครับ แต่การปฏิบัติเช่นนี้ยังจำกัดความสำเร็จเอาไว้เพียงในระดับยุทธวิธีเท่านั้น ผมไม่แน่ใจว่าได้มีการประเมินผลกระทบในระดับยุทธศาสตร์อย่างจริงจังและตรงไปตรงมาหรือยัง
ในสงครามต่อต้านการก่อความไม่สงบ (COIN หรือ ปปส.) การลดกำลังรบของฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบนั้นไม่ได้นับคำนวณกันเป็นยอดตัวเลขแบบทื่อ ๆ ครับ เพราะสถานการณ์ที่เราเจอเป็นความขัดแย้งทางการเมืองที่ไม่ใช่แค่มวลชนเท่านั้นที่ต้องช่วงชิง หากแต่เป็นความชอบธรรมทางการเมืองด้วย
เรื่องใหญ่ที่ต้องประเมินก็คือการส่งสัญญาณของผู้นำหน่วยติดอาวุธเช่นนี้ จะส่งผลอย่างไรต่อการตัดสินใจใช้กำลังของหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชา จะมีส่วนกำหนดแนวทางปฏิบัติของบรรดาหน่วยต่าง ๆ ที่ขึ้นทางยุทธการต่อ กอ.รมน. และ ทบ. (รวมถึง ทร.ด้วย) อย่างไร
ที่สำคัญก็คือ มันขัดและฝืนต่อทิศทางที่รัฐบาลและองคาพยพของรัฐในภาคส่วนต่าง ๆ กำลังทำอยู่หรือไม่ และอย่างไร
การใช้กำลังนั้นต้องใช้ต้นทุนในทางการเมืองสูงครับ มีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อความเชื่อมั่น ไว้วางใจ และการสนับสนุนของประชาชนที่ต้องมีการประเมินอย่างรอบด้านครับ
นี่ยังไม่รวมถึงการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่อ่อนไหวเปราะบางด้วย การส่งสัญญาณเช่นนี้ชวนให้นึกถึงการกดปราบข้ามชาติ (Transnational Repression) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่มีแนวโน้มพบมากขึ้นในหลายประเทศ ปฏิบัติการข้ามพรมแดนที่ปิดลับเช่นนี้สุ่มเสี่ยงที่จะเป็นการกระทำที่ละเมิดอำนาจอธิปไตยของรัฐเจ้าบ้าน เหมือนที่เราพบว่ามีเหตุการณ์ลอบสังหารผู้นำฝ่ายค้านของประเทศเพื่อนบ้านกลางกรุงเทพฯ หากบุคลากรในระดับผู้นำหน่วยกล่าวถึงเช่นนี้ คำถามตามมาก็คือทางรัฐบาลรับรู้และได้ประเมินผลได้ผลเสียรอบด้านต่อแนวทางปฏิบัติทำนองนี้หรือไม่
เรามีความร่วมมือกับมิตรประเทศที่เกี่ยวกับการคลี่คลาย "ความขัดแย้งภายในประเทศ" ของเราเอง ทั้งประเทศโลกมุสลิม ประเทศในยุโรป และเพื่อนบ้านอาเซียน โดยเฉพาะมาเลเซีย ที่เรายอมรับและแสวงหาความร่วมมือกับเขามาอย่างยาวนาน — การส่งสัญญาณเช่นนี้จะส่งผลอย่างไร
น่าเสียดายที่ในสถานการณ์ที่ชุลมุนเหล่านี้ ยังขาดเสียงสะท้อนต่อผู้ที่ต้องรับผิดชอบอีกคนหนึ่ง นั่นก็คือ ท่านทูตสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ความรับผิดชอบโดยตรงต่อกรณีไฟใต้ก็คือประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา จชต. (หรือ กพต.) และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประธานคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา จชต. ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติและต้องประสานการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ซึ่งเป็นปมปัญหาใหญ่ของภาครัฐเสมอมา
ในฐานะนักการทูตที่เคยมีประสบการณ์ในการรับมือกับ "ปัญหาการยกระดับสถานการณ์" บทบาทของฝ่ายการเมืองที่อยู่ในความรับผิดชอบของท่านดูจะน้อยไปหน่อย ทั้ง ๆ ที่นี่คือจังหวะเวลาที่ต้องแสวงหาการตกลงใจร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ คงจะปล่อยให้ทหารและกองทัพประเมินสถานการณ์และรับมือเพียงลำพัง เห็นจะไม่ได้ครับ
อย่างไรก็ตาม พิจารณาอย่างเป็นธรรมก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าในสถานการณ์เหตุโจมตีเหล่านี้นำมาซึ่งความสูญเสีย โดยเฉพาะกำลังพลทหารพราน ผู้นำหน่วยจึงจำเป็นต้องฟื้นฟูความเชื่อมั่นและขวัญกำลังใจ ทั้งต่อบรรดาหน่วยขึ้นตรงต่าง ๆ และพี่น้องประชาชนที่กังขาต่อขีดความสามารถของหน่วยงาน
ผมยังเห็นว่าในวินาทีนี้ สิ่งที่หน่วยปฏิบัติจำเป็นต้องทำก็คือการทบทวนบทเรียนในระดับยุทธวิธีอย่างหนัก ซึ่งเชื่อว่าท่านกำลังทำกันอยู่ แต่ต้องขีดเส้นใต้ไว้ด้วยว่าแผนปฏิบัติการเหล่านั้นจะต้องสอดรับกับทิศทางใหญ่ในระดับยุทธศาสตร์ด้วยเช่นกัน
ต้องไม่ลืมว่าการคลี่คลายความขัดแย้งด้วยแนวทางการเมืองนั้น สุดท้ายปลายทางไม่ใช่การแสวงหาหนทางในการอยู่ร่วมกันเท่านั้น หากแต่เป็นการหยุดเลือดของทุกฝ่าย รวมทั้งเลือดของพี่น้องประชาชนด้วย แต่การจะบรรลุถึงเป้าหมายเหล่านั้นได้ จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์และจังหวะก้าวที่ดี เข้าใจทั้งสถานการณ์และจิตใจของมวลชน --- ท่าทีที่แข็งกร้าวในระยะสั้นอาจไม่ได้ช่วยอะไร
เราพิสูจน์เรื่องนี้มาจากบทเรียนหลายปีที่ผ่านมาแล้วครับ
ในระดับยุทธศาสตร์ นอกจากจะคาดหวังการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้านของสภาความมั่นคงแห่งชาติแล้ว คงต้องเรียกร้องให้คณะผู้แทนพิเศษฯ ที่มีองค์ประกอบจากหลายหน่วยงานเร่งประมวลสภาพปัญหาที่ภาครัฐกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ รวมทั้งจัดเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่รัฐบาลต้องทำหรือตอบสนองในห้วงขณะนี้โดยด่วน
สุดท้ายนี้ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า แม้เราจะเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากและถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายทิศหลายทางเพียงใด แต่หน้าที่และความรับผิดชอบของฝ่ายการเมือง (รัฐบาล) และฝ่ายนโยบาย (สมช.) นั้นสำคัญอย่างมาก การยืนยันแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลอย่างมั่นคงจะเป็นบทพิสูจน์ในการแสดงเจตจำนงทางการเมืองของรัฐบาลครับ ผมต้องขอให้กำลังใจผู้ที่รับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างไม่อ้อมค้อม
ในความขัดแย้งแบบที่เราเจอ นี่คือความได้เปรียบทางการเมืองที่สำคัญครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผบ.ทบ.ลงนราธิวาส กำชับอุดช่องโหว่ ยกระดับมาตรการรับมือไฟใต้
ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความมั่นคง จ.นราธิวาส หลังเหตุโจมตีจุดตรวจ กำชับทุกหน่วยทบทวนบทเรีย
สลด! รองผู้บังคับกองร้อยทหารพราน 4511 เสียชีวิตในห้องพักฐานที่นราธิวาส เร่งสอบสาเหตุ
เกิดเหตุสลดภายในฐานกองร้อยทหารพราน 4511 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส หลังพบ ร.อ.สัญชัย ตะปาน รองผู้บังคับกองร้อยทหารพราน 4511 เสียชีวิตภายในห้องพักส่วนตัว เบื้องต้นพบอาวุธปืนประจำกายอยู่ในที่เกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด
เลิกวาทกรรม 'ผู้เห็นต่าง' ถึงเวลาถอนรากถอนโคนโจรก่อการร้าย!
ความสูญเสียอันน่าสะเทือนใจที่จุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส จากเหตุกราดยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์
ทบ. ซัดแนวร่วม BRN ใช้ AI แต่งภาพ ปั่นกระแสเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ
พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีมีการแชร์ภาพรอยสักที่แขนคนร้าย ที่ก่อเหตุยิงฐานพรานที่จุดตรวจ จ.นราธิวาส พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า ถ้าเป็นมุสลิมจะไม่มีรอยสัก
กอ.รมน.ภาค 4 สน. เชิญตัว 'ผู้ต้องสงสัย' เข้ากระบวนการซักถาม
หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดยะลา บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่บ้านจือแรตาดง
'เลขาฯ สมช.' ยันดับไฟใต้ คุยสันติสุขควบคู่ใช้กฎหมายเข้มข้น
'เลขาฯ สมช.' ชี้ดับไฟใต้ต้องพูดคุย ควบคู่ใช้กฎหมายเข้มข้น บอกตอบโต้รุนแรงยิ่งวุ่นวายขึ้น เชื่อมีผู้เห็นต่างมากกว่าครึ่งพร้อมเข้ากระบวนการ รับมาเลเซียสำคัญทำให้สงบได้

