
‘อนุทิน’ ยกกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน สำคัญต่อการบริหาร ชี้เหตุสลดนนทบุรีในฐานะนักปกครองต้องป้องกัน ย้ำห้ามพกปืน ล้อมคอกแล้วแต่ยังเล็ดลอดได้ ขอร่วมมือดูแลพื้นที่เข้ม เตรียมรุดลงดูที่เกิดเหตุ
7 ส.ค. 2569 – เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีมอบรางวัลกำนันผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า วันที่ 10 ส.ค.ของทุกปีคือวันกำนันผู้ใหญ่บ้านที่มีความสำคัญ แต่สำหรับพวกตนที่เป็นฝ่ายการเมืองและเป็นผู้ที่มาจากการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ใต้การกำกับดูแลของกำนันผู้ใหญ่บ้านจึงถือเป็นวันสำคัญของพวกเราด้วยเช่นกัน วันที่ 10 ส.ค.ปีนี้ตรงกับวันจันทร์ ในพรรคที่ตนเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ทุกวันจันทร์จะมีการประชุมแกนนำ ผู้บริหารพรรค และรัฐมนตรี เพื่อเตรียมว่าสัปดาห์นี้เราจะทำงานอย่างไรในการผลักดันนโยบายต่างๆ แต่วันจันทร์ที่ 10 ส.ค. ส่งใบลากันทุกคนเพราะแต่ละคนมีภารกิจในพื้นที่เพราะเป็นวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ตนก็ให้ลาเพื่อไปรับฟังปัญหาแล้วกลับมาบอกรัฐบาลเพื่อให้ภารกิจของท่านเกิดประสิทธิภาพ
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนเตรียมชุดขาวมาเพื่อร่วมงานนี้ แต่เนื่องจากภารกิจตั้งแต่เช้าคิดว่าจะมีช่องว่าไปเปลี่ยนชุดแต่เกิดเหตุน่าเศร้าสลดที่ จ.นนทบุรี ซึ่งทุกท่านคงรับทราบแล้วมีการใช้อาวุธปืนยิงครูและนักเรียนในโรงเรียนนั้น มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ นี้คือสิ่งที่ตนต้องถือโอกาสมาบอกพวกเราในที่นี้และฝากกระจายไปยังพวกเราทุกคนที่ไม่ได้มาที่ทำเนียบฯว่าเราจะปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้อีก มันเป็นสิ่งที่บั่นทอน คนที่บาดเจ็บและเสียชีวิตต้องสูญเสียอนาคตและครอบครัวของเขาต้องสูญเสียกำลังหลัก แต่คนที่รอดชีวิตถึงแม้ไม่ได้รับบาดเจ็บหนีออกไปได้ แต่ผลกระทบทางจิตใจของเขายังมีมาก ในฐานะที่เราทุกคนเป็นนักปกครองต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ที่ตนมา ถ้าท่านสังเกตตนไม่ให้พกปืน ชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีเหตุผลต้องครอบครองปืน คนที่สามารถครอบครองอาวุธปืนเขาใช้สติสัมปชัญญะ แต่ก็มีหลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆที่เราเดินเข้าไปสู่วิธีการที่เราขาดสติสัมปชัญญะได้ และเราก็จะทำในสิ่งที่ไม่ควรทำฉะนั้นอย่าให้มีอุปกรณ์อำนวยในสิ่งที่เขาจะไปก่อเหตุร้ายได้ นี่คือเหตุผลที่ไม่อนุญาติให้ครอบครองปืนโดยประชาชนทั่วไป ตนถูกวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานา กระทรวงมหาดไทยก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนค้าขายไม่ดีค้าขายไม่ได้ ตนก็ยืนหยัดกับความตั้งใจว่าเราจะไปดูเรื่องมูลค่าทางการค้ามากกว่าสังคมที่มีแต่ความรุนแรงไม่ได้ การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่เกิดในที่ใดที่หนึ่ง แต่อาจมีพฤติกรรมลอกเลียนแบบในสิ่งที่เร้าใจ ให้คนที่อยู่นอกเหนือสติสัมปชัญญะได้ก่อเหตุที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ทางที่ดีที่สุดต้องกลับไปขอให้ทุกท่านเข้าใจเหตุผลที่ไม่ยอมให้มีการอนุญาตให้พกปืนและต่ออายุ ยังแก้กฎหมายไม่ได้ การเมืองในแต่ละยุคมันไม่เหมือนกัน ครั้งที่แล้วตนไม่มีเสียงข้างมากและไม่ได้เป็นนายกฯยังไม่สามารถแก้กฎหมายได้ แต่สภาฯชุดนี้จะพยายามแก้กฎหมายให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด
วันนี้เรามีประกาศกรมการปกครองลงนามโดยนายกฯและรมว.มหาดไทย ขอให้พี่น้องกำนันผู้ใหญ่บ้านต้องยึดถือ มีโทษนะครับถ้าคนใดหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐพกปืนไปในที่สาธารณะหรือออกนอกเคหะสถานในขณะไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ประชาชนทั่วไปยิ่งไม่ต้องพูด เราอย่าให้เกิดเหตุการณ์วัวหายแล้วล้อมคอก นี่เราล้อมคอกแล้วแต่ก็ยังมีเล็ดลอดออกไป เพราะฉะนั้นความเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านของท่านต้องขอความร่วมมือในการดูแล ถ้าใครพกปืนเดินกร่างในพื้นที่ของท่าน พกไปในร้านอาหาร ต้องถูกดำเนินคดี ผ่อนผันไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่หลาบจำ และเมื่อมีเหตุอะไรขึ้นมาจะถือว่าปืนนั้นเป็นเครื่องทุ่นแรงของเขา
นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าไปคิดว่าคนที่ใช้ปืนมีความชำนาญคล่องแคล่ว ยิ่งคนไม่มีความชำนาญยิ่งน่ากลัวเพราะเล็งผิดเล็งถูกไปหมด เป็นสิ่งที่สังคมไทยจะปล่อยให้วิธีการแบบนี้เกิดขึ้นไม่ได้ วันนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นและเป็นเหตุที่ทำให้ตนต้องคอยรับฟังรายงานและอำนวยสถานการณ์ไม่มีเวลาเพียงพอที่จะใส่ชุดขาวอยู่ร่วมงานกับท่านได้ โดยหลังจากนี้ตนคงต้องลงไปในสถานที่เกิดเหตุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' มอบรางวัล อปท. 240 แห่ง บอกโชคดีในนี้ไม่มีนายก อบจ. เอี่ยวโกงสอบ มีแต่คนนอกทั้งนั้น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย และข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วม
นายกฯ รับข้อเสนอ 'Resilient Thailand' ขอแรง 'วปอ.' ช่วยสื่อสารประเทศ
'อนุทิน' ฟังข้อเสนอ วปอ.68 ‘Resilient Thailand’ ชี้ต้องไม่ให้มีการเมือง -อารมณ์ ทำเสียเกียรติภูมิศักดิ์ศรี ชู 3 หลักคิด ‘เปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ-ปฏิรูประบบราชการ-พัฒนาคน’
เนรเทศรายที่ 2! 'อนุทิน' เซ็นไล่ชาวฝรั่งเศสพ้นราชอาณาจักร
'อนุทิน' ลงนามคำสั่งเนรเทศรายที่ 2 ไล่ชาวฝรั่งเศสพ้นราชอาณาจักร หลังศาลเกาะสมุยพิพากษาคดีข่มขู่ทำร้ายร่างกาย ชี้พฤติการณ์เป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
'ฮั้ว สว.' จุดชนวน 'สงครามดอกกุหลาบ'
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตอนที่ 5 สงครามดอกกุหลาบ (War of the Roses)
ไทย-จีนแน่นแฟ้น นายกฯเป็นประธานยินดีครบรอบ 60 ปี 9 สมาคมจีน
นายกฯ เป็นประธานยินดีครบรอบ 60 ปี 9 สมาคมจีน ย้ำ สัมพันธ์ไทยจีนแน่นแฟ้นเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ชิดมากกว่าญาติทางไกล ฝากคนรุ่นใหม่ผลักดันให้เดินไปได้ไกลกว่านี้ พูดติดตลกสัปดาห์หน้าแซยิดแล้วแต่มองว่าเพิ่งเริ่มต้นต้องวางรากฐานไม่หยุดยั้ง ด้านอุปทูตจีน ลั่น ไทย-จีนครอบครัวเดียวกัน อวยพรประสบความความสำเร็จทำภารกิจเพื่อประเทศ-ประชาชน 6 กันยายน 2569 – เมื่อเวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนาชมรม 9 สมาคมจีนในประเทศไทย ณ หอประชุมจือปึงตึ๊ง สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ถนนจันทน์ ซอย 24 (เย็นจิตร) เขตสาทร เมื่อนายกฯ มาถึงมีคณะเชิดสิงโตจากสมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทย และตัวแทน 9 สมาคม รอต้อนรับ โดยมีสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย สมาคมฮากกาแห่งประเทศไทย สมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทย สมาคมไหหนำแห่งประเทศไทย สมาคมฮกเกี้ยนแห่งประเทศไทย สมาคมเจียงเจ้อ(เซี่ยงไฮ้)แห่งประเทศไทย สมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย สมาคมหยูนหนาน (ประเทศไทย) และสมาคมกวางสี (ประเทศไทย) จากนั้นนายกฯถ่ายภาพร่วมกับตัวแทน 9 สมาคม และนายอู๋ จื้ออู่ อัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พร้อมลงนามในสมุดเยี่ยม โดยนายกฯได้เขียนเซ็นชื่อตัวเอง และเขียนชื่อเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกดีใจ และยินดี รวมถึงเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานฉลองครบรอบ 60 ปีการสถาปนาชมรม 9 สมาคมจีนที่สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย 60 ปีถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน และตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ชมรม 9 สมาคมจีนไม่ได้เป็นเพียงศูนย์รวมของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นเครือข่ายของคนที่สร้างโอกาส สร้างธุรกิจสร้างรายได้ช่วยเหลือสังคม และเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์กับประชาชนชาวจีน และพี่น้องชาวไทยมาโดยตลอด พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสัมคม และเศรษฐกิจของสังคมไทยมาหลายชั่วอายุคน และในขณะที่เราเป็นคนไทยอย่างเต็มภาคภูมิ เราก็ยังคงรักษาความผูกพันทางภาษา วัฒนธรรม และสายสัมพันธ์กับความเป็นคนไทยเชื้อสายจีนเข้าด้วยกัน นี่คือจุดแข็งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของประเทศไทย นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนอย่างเป็นทางการที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ไปที่เซี้ยงไฮ้ เฉิงตู ปักกิ่ง และได้มีโอกาสเข้าพบหารือกับทางประธานาธิบดี สีจิ้นผิง นายกรัฐมนตรี ลี เฉียง และผู้นำในระดับมณฑล รวมถึงภาคธุรกิจ และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศจีน สิ่งที่ตนสัมผัสได้อย่างชัดเจนคือ ประเทศจีนให้ความสำคัญกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก และมองประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนที่สามารถเดินไปด้วยกันข้างหน้าได้ ในการพบกันที่เซี่ยงไฮ้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงสายสัมพันธ์เราด้วยคำว่า “ไทยจีนครอบครัวเดียวกัน“ และกล่าวว่า “จีนเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่พึ่งพาได้ของไทย” และอีกคำที่มีความจริงใจมากก็คือ ขอให้ประเทศไทยคิดว่า “ประเทศจีนคือเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ชิด” อาจมีความสำคัญ และมีความหมายมากกว่าญาติที่อยู่ห่างไกล ประโยคเหล่านี้มีความหมายมาก เพราะคำว่าครอบครัว คำว่าเพื่อน คำว่ามิตร ล้วนแล้วแต่ย้ำถึงความผูกพันที่พวกเราสร้างร่วมกันมาในอดีต ส่วนคำว่าหุ้นส่วนคือข้อสัญญาที่บอกว่าเราจะเดินไปด้วยกันอย่างใกล้ชิดในอนาคต และในอนาคตที่จะพูดถึงนี้ คือ การเจริญเติบโตในโลกยุคเศรษฐกิจใหม่ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน เทคโนโลยี AI จากนั้น ไมค์โครโฟนดับ เจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนไมค์ให้ นายอนุทิน จึงกล่าวติดตลก ว่า ไมค์นี้ไม่ได้ทำจากไทย และจีน ทำจากที่ไหนไม่รู้ จึงไม่ค่อยดี นายกฯ กล่าวต่อว่า การเยือนดังกล่าวได้นำไปสู่การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันถึง 15 ฉบับ รวมถึงการเปิดสำนักงาน BOI แห่งใหม่ที่นครเฉิงตู เพื่อใช้เป็นฐานเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีนตะวันตก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ ยานยนต์พลังงานใหม่ และพลังงานสะอาด นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ความร่วมมือนี้เป็นการเปิดประตูแบบสองด้าน โดยฝั่งหนึ่งคือการดึงดูดบริษัทจีนที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาลงทุนในไทยเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม และอีกฝั่งคือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปทำธุรกิจ หาพันธมิตร และโอกาสในตลาดจีน เพราะไทยไม่ได้ต้องการเป็นเพียงตลาด หรือฐานการผลิต แต่ต้องการเติบโตไปพร้อมกันในฐานะหุ้นส่วน นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ฝากชมรม 9 สมาคมจีนในอีก 60 ปีข้างหน้า ว่าต้องการให้เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์นี้ขยายไปสู่คนรุ่นใหม่ เทคโนโลยี และโอกาสใหม่ๆ เพื่อให้เยาวชนไทยมองจีนเป็นพื้นที่แห่งโอกาสของโลก ไม่ใช่แค่พื้นที่ของบรรพบุรุษ ขณะเดียวกันอยากให้คนจีนรุ่นใหม่มองไทยเป็นประเทศที่สามารถเข้ามาลงทุน และสร้างนวัตกรรมร่วมกันได้ รัฐบาลพร้อมทำหน้าที่เปิดประตู และสร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดสิ่งเหล่านี้ และแน่นอนว่าเราต้องการพลังจากคนในที่นี้ให้มาร่วมกันประสานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนคนไทย และจีน ในช่วงท้าย นายกฯได้แสดงความยินดีในวาระครบรอบ 60 ปีของชมรม 9 สมาคมจีน พร้อมกล่าวว่า ขอบคุณคนรุ่นก่อนที่สร้างสะพานแห่งนี้ให้กับเรา และฝากคนรุ่นปัจจุบันทำให้สะพานแห่งนี้กว้างขึ้น แข็งแรงขึ้น และไปได้ไกลขึ้นเพื่อพาสองประเทศไปได้ไกลมากกว่าเดิม คำว่า จีนไทยไม่ใช่อื่นไกลพี่น้องกัน เป็นความจริงที่เราได้พิสูจน์แล้วหลายชั่วอายุคน และอยากให้เรา เพิ่มอีกความหมายหนึ่งไปด้วยว่า เราไม่ได้เป็นเพียงพี่น้องที่มีอดีตร่วมกัน มีบรรพบุรุษมาจากแผ่นดินนั้น แต่ ณ ปัจจุบันเราเป็นหุ้นส่วนที่สร้างอนาคตร่วมกัน “ปีนี้ 9 สมาคมจีนครบรอบ 60 ปี เป็นตัวเลขที่ดี ปีนี้ผมก็ 60 ปี สัปดาห์หน้าก็แซยิดแล้ว นึกไม่ถึงว่าเวลาผ่านไปเร็วเช่นนี้ 60 ปีเราบอกว่าแก่ บอกว่าอายุมาก บอกว่าวัยเกษียณเราจะไม่คิดอะไรต่อ แต่สำหรับผมคิดว่า 60 ปีชีวิตเพิ่งเริ่มต้น เราต้องคิดทุกอย่างให้กับลูกหลานของเรา ให้มีทาง มีพื้นฐานที่ดี ในการสานต่อความสัมพันธ์ไทยจีนไม่มีวันหยุดยั้ง ผมอวยพรให้สมาคม สมาชิก และครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญ และขอให้มิตรภาพไทย-จีน มั่นคง และเจริญรุ่งเรืองร่วมกันตลอดไป” นายกฯ กล่าว ก่อนกล่าวจบ นายกฯได้พูดเป็นภาษาจีน ว่า “จง ไท้ อี้ เจีย ซิน เจีย หยู จง กั๋ว” แปลเป็นภาษาไทย ว่า ไทยจีนครอบครัวเดียวกันตลอดไป ขอให้เจริญๆขึ้นไปเรื่อยๆ ด้าน นาย อู๋ จื้ออู่ กล่าวย้ำความสัมพันธ์ไทย-จีน ว่า เหมือนที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวว่าจีน-ไทยครอบครัวเดียวกัน ทั้งชาวไทยและชาวจีนได้ร่วมกันด้วยความสามัคคี และร่วมกันสร้างความเจริญก้าวหน้าไปด้วยกัน ซึ่งความสัมพันธ์ของไทยและจีนได้ถูกพัฒนาอย่างมั่นคง ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ จีนและไทยควรจับมือกันให้แน่นยิ่งขึ้น เพื่อสร้างเสถียรภาพ และจีนพร้อมให้ความร่วมมือกับไทยบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน ความจริงใจและผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทุกด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และความผาสุกของพี่น้องทั้งสองประเทศ โดยในช่วงท้าย นาย อู๋ จื้ออู่ ได้กล่าวอวยพรนายกฯ ให้มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข และประสบความสําเร็จในภารกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป ทั้งนี้ข่าวรายงานว่า นายอนุทิน เป็นคนไทยเชื้อสายจีนกวางตุ้ง มีชื่อแซ่ในภาษาจีนกวางตุ้งว่า “ฉั่น เส็กหยิ่ว” แซ่นี้คือแซ่เดียวกับ “เฉิน” ในภาษาจีนกลาง หรือ “ตั๊ง” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว แต่พอเป็นภาษาจีนกวางตุ้งจะออกเสียงว่า “ฉั่น” ซึ่งคนไทยมักอ่านว่า “ชาน” อีกทั้งนายอนุทิน ยังเป็นกรรมการสมาคมกว๋องสิวแห่งประเทศไทยอีกด้วย ///
'ศุภณัฐ' เปิดหนังสือปี 67 เสนอ 'อนุทิน' จัดระเบียบ 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ผ่านไป 2 ปีไม่คืบหน้า
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กเผยแพร่หนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2567 โดยระบุว่า

